ประวัติพระใหญ่ไดบุตสึ ประเทศญี่ปุ่นและพระใหญ่แห่งไดโจเคียว ประเทศอินเดีย

           ประวัติพระใหญ่ไดบุตสึ สำหรับในบทความนี้เราจะมาแนะนำประวัติความเป็นมาของ พระพุทธรูปที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปโลก และมีขนาดใหญ่ที่ติดอันดับของประเทศในแถบเอเซีย  โดยประวัติของพระพุทธรูปที่เราจะมาแนะนำข้อมุลในครั้งนี้คือ  พระใหญ่ไดบุตสึ ของประเทศญี่ปุ่น  และพระใหญ่แห่งไดโจเคียว  ของประเทศอินเดีย 

          พระใหญ่ไดบุตสึ   ประเทศญี่ปุ่น

         สำหรับพระใหญ่ไดบุตสึ นั้นนับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญที่สุดในเมือง คามาคุระตั้งอยู่ในวัดโคโตกุอิน  ลักษณะของ พระพุทธรูปไดบุทสึนี้มีการสร้างให้มีความสูงถึง 13.35 เมตร น้ำหนัก 95 ตัน เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่เป็นอันดับสองในญี่ปุ่นรองจากหลวงพ่อโตแห่งวัดโทไดจิเมืองนารา     

           จากหลักฐานพบว่าพระใหญ่ไดบุตสึ  ถูกสร้างขึ้นในปี 1252 ในตอนแรกนั้นพระพุทธรูปอยู่ในห้องโถงของวัดและตัววัดได้รับความเสียหายจากพายุและแผ่นดินไหวอยู่หลายครั้ง   จนในที่สุดก็ไม่มีอาคารของวัด   ทำให้พระใหญ่ไดบุทสึจึงได้ตั้งอยู่กลางแจ้ง  สำหรับองค์พระใหญ่ไดบุตสึ นั้นสร้างมาจากโลหะสำริดและทองแดง โดยช่างฝีมือดี แต่ที่เห็นองค์พระเป็นสีเขียวเป็นเพราะว่าเกิดปฏิกิริยาทางเคมี เกิดออกไซด์ของโลหะที่สะสมมาเป็นเวลานานจนองค์พระเป็นสีเขียวหรือจะเรียกว่าเป็นสนิมก็ได้

           อย่างไรก็ตามหากใครที่ได้เดินทางไปชมองค์พระใหญ่ไดบุตสึ ของจริงจะเห็นว่า พระพุทธรูปนั้นมีขนาดใหญ่มาก แต่จริงๆแล้วด้านในกลวงมีหน้าต่างระบายอากาศที่ด้านหลังองค์พระ  ufabet ฝากเงิน ออโต้    ผู้สนใจสามารถเข้าไปชมในองค์พระได้ซึ่งเสียค่าเข้าเพียง 20 เยนเท่านั้น  นอกจากนี้แล้วนักท่องเที่ยวที่มาชมพระใหญ่ไดบุตสึในช่วงต้นเดือนเมษายนยังจะได้เจอกับซากุระที่ออกดอกบานรอบๆวัดอีกด้วย 

        The Great Buddha of Daijokyo หรือพระใหญ่แห่งไดโจเคียว ประเทศอินเดีย

            พระใหญ่แห่งไดโจเคียว หรือพระใหญ่พุทธคยาในเมืองคยาประเทศอินเดียมีขนาด 49.5 เมตรทำจากหินทรายและหินแกรนิตที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ภายในเขตวัดเป็นพระพุทธรูปใหม่ที่สร้างแล้วเสร็จในปี 1989 โดยสร้างจากความศรัทธาขององค์กรไดโจเคียว องค์กรพุทธศาสนานิกายมหายานประเทศญี่ปุ่น

           พระพุทธรูปหินทรายกับหินแกรนิตสีแดงความสูง 19.5 เมตรมีเอกลักษณ์การสร้างที่งดงามและการประดิษฐานณเมืองขยะอันเป็นดินแดนต้นกำเนิดพุทธศาสนาจึงทำให้พระพุทธรูปองค์นี้มีชื่อเสียงพุทธศาสนิกชนผู้แสวงบุญจึงมักไม่พลาดเดินทางไปสักการะ  แม้ว่าปัจจุบันศาสนาพุทธจะไม่ใช่ศาสนาหลักของประเทศอินเดียกับผืนแผ่นดินนี้คือดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้แสดงพระธรรมสูตรและปรินิพพานที่นี่จึงถือเป็นจุดศูนย์รวมของพุทธศาสนาที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง 

สหภาพโซเวียต ประเทศพังมากว่า70ปี ไม่สามารถกู้คืนเศรษฐกิจได้

สหภาพโซเวียต ประเทศพังมากว่า70ปี ซึ่งในปี1985 เมื่อสหภาพโซเวียตมีผู้นคนใหม่และจะเป็นคนสุดท้ายก็คือ กอร์ บาชอฟ  โดยกอร์ บาชอฟถือว่าเป็นผู้นำคนแรกของสหภาพโซเวียตเลยที่เกิดมาในสหภาพโซเวียตแล้ว

ก็เติบโตมาในสหภาพโซเวียต ในขณะที่ผู้นำนก่อนๆเกิดตั้งแต่สมัย Russian Empire หรือว่าจักรวรรดิรัสเซีย

เขาได้ปฏิเสธวิธีคิดแบบเดิมๆและก็โละนู่นนี่กันไปหมดโดยเห็นได้จากชัดๆที่สุดเลยคือนโยบายของเขาทั้งหมด2ข้อด้วยกันก็คือGlasnost กับ Perestroika  ซึ่งGlasnostก็คือนโยบายเปิดกว้างทางการเมืองมากขึ้นคือเขาบอกว่าทุกคนสามารถมีเสรีภาพทางการเมืองได้มากขึ้นสามารถวิจาร์ณการเมืองได้

นักหนังสือพิมพ์สื่ออะไรต่างๆจะเขียนการเมืองเขียนได้ไม่โดนจับเข้าค่ายเหมือนแต่ก่อนแล้วอยากด่ารัฐบาลเหรอด่าไปนักโทษทางการเมืองที่ติดอยู่ในค่ายกักกันปล่อยบ้าง ส่วน Perestroikaก็คือการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจจากเดิมที่แบบมาร์กซิสต์จ๋าๆทุกอย่างนารวมก็เริ่มให้เอกชนสามารถมีธุรกิจของตัวเองได้บ้างคนงานถ้าสมมุติว่าจะหยุดงานประท้วงก็หยุดงานประท้วงได้แล้วกันไม่ต้องโดนจับเข้าค่ายกักกัน

นอกจากนี้ที่สำคัญก็มีการเปิดให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนในสหภาพโซเวียตด้วยและนโยบายอีกอย่างหนึ่งของเขาที่สำคัญมากๆเลยก็คือว่าเขาเลิกเล่นเกมสงครามเย็นกับสหรัฐอเมริกาดีกว่าเราหันมาสนใจประเทศตนเองดีกว่า เห็นได้ชัดมากๆเลยจากในปี1989 ที่เขามีการถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน

ประมาณว่าเลิกเล่นเกมสงครามล่ะกลับมาดูแลประเทศตนเองถึงทุกอย่างตอนนี้จะฟังดูดีแต่ว่าสหภาพโซเวียตมันเละมา70ปีจะมาแก้ภายในปีห้าปี

ให้มันแบบว่าฟื้นกลับมาดีมันก็ไม่ทันสุดท้ายแผนกู้เศรษฐกิจก็ไม่เวิร์กไม่สามารถใช้ได้จริงพวกนิสัยการทำงานระบบราชการอะไรต่างๆที่โกงก็ไม่สามารถรื้อได้คือแบบว่ามีลับลมคมในชอบปิดข่าวสารอะไรต่างๆมันไม่ได้สามารถแก้ได้ชั่วข้ามคืนไง

เพราะฉะนั้นตัวอย่างหนึ่งที่ชัดมากของความเรื้อรังนี้ก็คือเหตุการณ์เชอร์โนบิลซึ่งเหตุการณ์ณืเกิดขึ้นในปี1986 พอมันเกิดเหตุการณ์ขึ้นแทนที่จะมีการจัดการแบบโปร่งใสอะไรต่างๆก็มีการปิดข่าวก็ทำให้เหตุการณ์มันรุนแรงกว่าเดิมแบบหลายเท่าเลยทีเดียวสุดท้ายคนไม่พอใจอยู่แล้ว

เมื่อได้เสรีภาพในการพูดเข้าไปแถมที่สำคัญยังได้เห็นโลกภายนอกด้วยว่าโลกภายนอกเขาไปถึงไหนกันแล้วเขาดีกว่าเราต้องงเยอะและจะอยู่ทำไมเทสิดังนั้นมันก็เลยเกิดการประท้วงผุดขึ้นมากันเป็นดอกกเห็ดเลยกันเลยทีเดียวโดยเฉพาะในปี1986-1989ในช่วงเวลานั้นกระจุยกระจายกันเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  ufabet ฝาก-ถอน เอง

ประวัติปราสาทตาพรหม ประเทศกัมพูชา 

ประวัติปราสาทตาพรหม สำหรับประวัติความเป็นมาที่เราจะพูดถึงการในครั้งนี้เป็นประวัติความเป็นมาของปราสาทตาพรหม

ซึ่งได้รับว่าเป็นประสาทที่มีความเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของประเทศกัมพูชาด้วยที่นี่มีการสร้างเอาไว้ทางทิศตะวันออกห่างจากครูเมืองพระนครไปประมาณ 1 กิโลเมตรว่ากันว่าเป็นประสาทที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงอนาจักรจังหวัดเขมรตัวประสาทนั้นถูกสร้างมาจากหิน  

          ปัจจุบันปราสาทตาพรหมแห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นสถานที่สำหรับใช้ในการศึกษาหาความรู้เนื่องจากว่าปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาช่วงปลายศตวรรษที่ 12 ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 13 ที่นี่นับได้ว่าเป็นสถานที่สำคัญเกี่ยวข้องกับทางศาสนาพุทธ โดยเป็นศาสนาพุทธนิกายมหายาน 

           สำหรับการก่อสร้างปราสาทตาพรหมว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในช่วงประมาณปีพุทธศักราช 1729 ซึ่งเป็นการสร้างในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โดยระบุว่าปราสาทตาพรหมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเนื่องจากว่าต้องการให้ปราสาทตาพรหมแห่งนี้เป็นวิหารหลวงในการจัดกิจกรรมต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับทางด้านพระพุทธศาสนา 

           สำหรับปราสาทตาพรหม แห่งนี้ว่ากันว่าเพิ่งได้รับการบูรณะและได้รับความสนใจจากรัฐบาล ในยุคศตวรรษที่ 21

เพราะก่อนหน้านี้หลังจากที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สิ้นพระชนม์ และสิ้นสุดจักรวรรดิเขมร ปรากฏว่าก็ไม่มีใครให้ความสนใจกับปราสาทตาพรหมแห่งนี้ซึ่งในยุคดังกล่าวนั้นจะเป็นช่วงศตวรรษที่ 15  ดังนั้นที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่ถูกปล่อยให้รกร้างมีต้นไม้ที่ปกคลุมเต็มไปหมดแล้วกว่าจะมีคนให้ความสนใจและกลับมาบูรณะใหม่นั้นก็ผ่านไปหลายทศวรรษเลยทีเดียว 

           สำหรับการเข้ามาดูแลบูรณะซ่อมแซมปราสาทตาพรหมขึ้นมาใหม่    ufabet    นั้นจะเป็นทางหน่วยงานสำนักงานของประเทศฝรั่งเศส ได้ร่วมมือกันกับหน่วยงานโบราณคดีอินเดียและหน่วยงานโบราณคดีในพื้นที่ช่วยเหลือในการบูรณะปราสาทตาพรหมในช่วงประมาณปีค.ศ. 2013 

สำหรับการบูรณะซ่อมแซมนั้นมีการดูแลตั้งแต่พื้นทางเดินรวมถึงตัวปราสาทและต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นต้นไม้เก่าแก่โดยจะสังเกตเห็นได้ว่ารากต้นไม้บังต้นนั้นมีการเลื้อยพันขึ้นคร่อมตัวประสาทเลยทีเดียว    ดังนั้นการเข้ามาบูรณะก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของปราสาทตาพรหมได้รับอันตรายจากการเดินเที่ยวภายในพื้นที่บริเวณปราสาทตาพรหมนั่นเอง 

          สำหรับบรรยากาศโดยรวมภายในอาณาเขตพื้นที่ของปราสาทตาพรหมนั้นจะเห็นได้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นจะมีต้นไม้ปกคลุมซึ่งส่วนใหญ่ต้นไม้ที่ขึ้นจะมีทั้งต้นสมพงยักษ์หรือที่ชาวกัมพูชาเรียกกันว่าต้นปะวง    นอกจากนี้ยังมีต้นมอสที่ขึ้นโครงตัวประสาทเอาไว้และบริเวณพื้นที่สภาพอากาศโดยรอบของตัวปราสาทตาพรหมนั้นเป็นลักษณะของป่าดิบชื้นตัวประสาทนั้นมีจุดเด่นที่สำคัญก็คือเป็นประสาทหินที่นี่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นตัวประสาทหรือต้นไม้จึงมีชื่อเสียงเรื่องของความสวยงามและความเก่าแก่โบราณ

ประวัติวัดไผ่ล้อม  จังหวัดตราด 

ที่ตำบลบางพระ   อำเภอเมือง  ของ  จังหวัดตราด   มีวัดเก่าแก่แห่งหนึ่ง  

ซึ่งมีความสวยงามและถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยตอนต้นของกรุงรัตนโกสินทร์   โดยวัดแห่งนี้นั้นมีสิ่งก่อสร้างสวยเยอะแยะมากมายไม่ว่าจะเป็นเจดีย์หรือแม้แต่สวนพุทธธรรมซึ่งเป็นสวนป่าที่ทางวัดได้มีการจัดสวนเอาไว้นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ 3 ท่านเจ้าคุณอีกด้วย โดยวัดดังกล่าว นั้นชื่อว่าวัดไผ่ล้อมซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงประวัติความเป็นมาของวัดไผ่ล้อมกันจุดเริ่มต้นของการสร้างวัดไผ่ล้อมนั้นเป็นมาอย่างไร 

         อย่างไรก็ตามเบื้องต้นในการสร้างวัดไผ่ล้อมขึ้นมานั้นก็เพื่อให้เป็นสถานที่ที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์และเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา โดย วัดไผ่ล้อมนี้ยังมีพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรรจุอยู่ในเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแปดเหลี่ยม  และนับตั้งแต่ที่มีการสร้างวัดไผ่ล้อมขึ้นมานั้นประชาชนก็ให้ความเคารพนับถือเดินทางมาทำบุญกันทุกวันโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำบุญในเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับทางพระพุทธศาสนา

           อย่างไรก็ตามมาถึงช่วงของพระวิมลเมธาจารย์ วรญาณคณานุรักษ์  สังฆปาโมกข์  เจ้าอาวาสอยู่ที่วัดไผ่ล้อมแห่งนี้นั้นปรากฏว่าได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นครูสอนหนังสือดังนั้นพระวิมลเมธาจารย์ จึงใช้วัดไผ่ล้อมแห่งนี้เป็นสถานที่สอนหนังสือโดยมีการตั้งชื่อว่าสำนักสอนหนังสือไทยวัดไผ่ล้อม

ประวัติวัดไผ่ล้อม ซึ่งพระวิมลเมธาจารย์ วรญาณคณานุรักษ์ สังฆปาโมกนั้นนับได้ว่าเป็นพระสงฆ์องค์แรกที่ได้มีการสอนหนังสือจึงได้ถูกแต่งตั้งเป็นพระบิดาแห่งการศึกษาประจำจังหวัดตราดและโรงเรียนแห่งแรกที่สอนหนังสืออย่างเป็นทางการในจังหวัดตราดนั้นก็คือสำนักสอนหนังสือไทยวัดไผ่ล้อมแห่งนี้นั่นเอง 

           อย่างไรก็ตามวัดไผ่ล้อมแห่งนี้เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่หลักคำสอนและพระพุทธศาสนาเยอะแยะมากมายเลยทีเดียวนอกจากที่วัดไผ่ล้อมแห่งนี้จะเป็นสถานที่สอนหนังสือแห่งแรกแล้วยังถูกจัดตั้งเป็นโรงเรียนสอนภาษาบาลีให้แก่พระสงฆ์อีกด้วยซึ่งถือได้ว่าวัดไผ่ล้อมแห่งนี้เป็นโรงเรียนสอนนักธรรมแผ่นแรกของจังหวัดตราดเลยก็ว่าได้ดังนั้นวัดไผ่ล้อมจึงมีความสำคัญทางพระพุทธศาสนามากที่สุดในจังหวัดตราดเลยทีเดียว

     บรรยากาศโดยรวมภายในวัดไผ่ล้อมแห่งนี้นั้นค่อนข้างที่จะมีความเงียบสงบและมีความร่มรื่นเป็นอย่างมากซึ่งก็สร้างที่อยู่ในอาณาเขตพื้นที่ของบริเวณวัดไผ่ล้อมนั้นก็มีความงดงามตั้งแต่ศาลาริมน้ำนอกจากนี้ภายในวัดไผ่ล้อมยังมีป่าสวนรวมถึงมีสัตว์เล็กๆและปลาเพื่อให้ผู้ที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดนั้นได้พักผ่อนจิตใจและร่างกายรวมถึงยังได้ชมสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามของวัดไผ่ล้อมอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  สมัคร sbobet โดยตรง

ประเพณีอุ้มสาวลงน้ำ  

         ประเพณีอุ้มสาวลงน้ำ    ถ้าหากใครเป็นคนในพื้นที่ของจังหวัดชลบุรีและอยู่ที่ อำเภอเกาะสีชัง  ย่อมจะรู้ดีว่าในช่วงสงกรานต์ของทุกปีนั้นจะมีประเพณี 1 ที่มีการจัดการเป็นประจำทุกปี

โดยประเพณีดังกล่าวนั้นเป็นประเพณีเก่าแก่มาตั้งแต่ในยุคสมัยโบราณ จนปัจจุบันก็ยังคงมีการจัดประเพณีนี้กันอยู่เป็นประเพณีการละเล่นที่คนหนุ่มสาวนั้นจะมาร่วมเพื่อความสนุกสนานเป็นประเพณีที่จัดขึ้นเฉพาะเกาะขามใหญ่ โดยประเพณีดังกล่าวนั้นใช้ชื่อเรียกว่าประเพณีอุ้มสาวลงน้ำ

        สำหรับประเพณีใครก็ตามที่สนใจจะร่วมประเพณีจะต้องมีการเดินทางมาที่เกาะขามใหญ่ซึ่งเกาะแห่งนี้จะต้องมีการนั่งเรือข้ามฟากมาโดยใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 15 นาทีจากฝั่งมาถึงเกาะขามใหญ่แห่งนี้ประเพณีอุ้มสาวลงน้ำน้ำเป็นประเพณีที่ไม่ได้ใหญ่โตมากนักแต่ก็จะมีการจัดขึ้นเป็นการละเล่นให้กับชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเริ่มตั้งแต่ในช่วงตอนเช้านั้นทุกคนจะมารวมตัวกันเพื่อทำบุญตักบาตรหลังจากทำบุญตักบาตรเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะทำการส่งน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคลของชาวบ้านที่จะมาร่วมพิธี

            หลังจากนั้นก็จะมีกิจกรรมเป็นพิธีกรข้าวบวงสรวงเมื่อทำพิธีต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะมาจบลงที่จะต้องมีการก่อเจดีย์ทรายซึ่งโดยปกติแล้วเจดีย์ทรายนั้นในหลายจังหวัดก็มีการทำประเพณีเช่นเดียวกันแต่ว่าในยุคปัจจุบันนั้นมีหลายจังหวัดที่ยกเลิกการทำประเพณีก่อกองทรายหรือเจดีย์ทรายกันมาบ้างแล้วอย่างไรก็ตาม

สำหรับกิจกรรมบนเกาะขามใหญ่แห่งนี้นั้นหลังจากที่ก่อพระเจดีย์ทรายเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะเป็นการปิดกิจกรรมด้วยประเพณีอุ้มสาวลงน้ำนั่นเองซึ่งประเพณีนี้ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่มีความโดดเด่นและเป็นประเพณีที่งดงามของคนชาวอำเภอเกาะสีชังเลยก็ว่าได้

          สำหรับวิธีการนั้นก็คือการที่คนหนุ่มสาวจะลงเล่นน้ำกันโดยฝ่ายชายนั้นจะต้องอุ้มผู้หญิงลงไปในน้ำอย่างไรก็ตามสำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดประเพณีอุ้มสาวลงน้ำนั่นก็เพราะว่าในสมัยอดีตนั้นเกาะสีชังไม่ได้มีน้ำจืดเยอะมากนักอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำจืดเลยก็ว่าได้ดังนั้นในช่วงวันสงกรานต์ที่เกาะสีชังจึงไม่มีการจัดประเพณีสาดน้ำสงกรานต์เล่นกันเหมือนกับจังหวัดอื่นๆเพราะต้องมีการเก็บน้ำเอาไว้ใช้จ่ายยามจำเป็น

          ดังนั้นจึงได้มีการคิดการละเล่นขึ้นมาแทนการสาดน้ำใส่กันนั่นก็คือการอุ้มสาวลงน้ำหรือบางคนจะใช้เป็นวิธีการจูงมือกันลงไปเล่นน้ำในทะเลก็ได้เช่นเดียวกันสำหรับประเพณีนี้ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่ในยุคสมัยของรัชกาลที่ 5 แล้วโดยส่วนใหญ่แล้วการจัดกิจกรรมประเพณีอุ้มสาวลงน้ำนั้นจะจัดทุกวันที่ 18 เดือนเมษายนซึ่งแต่เดิมนั้นมีการจัดกันที่เกาะสีชังแต่เนื่องจากว่าเกาะสีชังนั้นเป็นเกาะที่มีคนอาศัยค่อนข้างเยอะและชาวบ้านมีอาชีพทำการประมงต้องออกทะเลเป็นประจำจึงเปลี่ยนสถานที่มาจัดกิจกรรมประเพณีอุ้มสาวลงน้ำที่เกาะขามใหญ่นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    ufabet เว็บตรง

การปฏิวัติของซินไฮ่ ปีคริสต์ศักราช 1911 สมัยราชวงศ์ชิง

การที่พระนางซูสีไทเฮาแต่งตั้งให้ปูยีเป็นจักรพรรดิทั้งๆที่ปูยีอายุไม่ถึง3ขวบเท่านั้นเพราะพระนางมองเห็นว่าต่อไปจะสามารถควบคุมและแซกแซงโดยง่ายพระนางคิดว่าจะดำรงณืพระราชอำนาจได้อีกยาวนานแต่หลังจากที่สถาปนาปูยีขึ้นครองบัลลังก์ได้ไม่นาน

พระนางก็สวรรคตไปก่อนปูยีต้องประทับอยู่ในพระราชวงศ์ต้องห้ามพระราชวงศ์ที่คนสามัยไม่อาจเข้าไปได้พระราชสถานดังกล่าวล้อมรอบด้วย

การปฏิวัติของซินไฮ่ กำแพงสูงตั้งอยู่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินกลางกรุงปปักกิ่งคนที่สามารถติดตามพระองค์ได้คือพระพี่เลี้ยงปูยีต้องจากพระนางโดยที่ไม่ได้พบหน้ากันนานถึง6ปี

จนกระทั่งเมื่ออายุได้สิบปีปูยีถูกปฏิบัติอย่างเทพพระเจ้าตั้งแต่วัยเยาว์เพราะชชาวจีนถือว่าฮ่องเต้เป็นโอรสแห่งสวรรค์ดังนั้นปูยีจึงไม่สามารถแสดงออกได้แบบเด็กๆเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไปผู้ใหญ่คนอื่นๆที่อยู่ลายรอบปูยียกเว้นพระพี่เลี้ยงล้วนแต่เป็นคนแปลกหน้าไม่สามารถเข้ามาอยู่ใกล้ชิดได้และยังไม่สามารถเข้ามายังคับองค์จักรพรรดิปูยีได้

ซึ่งทุกครั้งที่ปูยีเสด็จไปไหนบรรดาองครักษ์ต้องคุกเข่าก้มหน้าห้ามมิให้สบตากับจักรพรรดิแม้กระทั่งพระบิดาก็จะต้องคุกเข่าให้กับปูยีและไม่ค่อยได้พบกัน เวลาที่พบกันก็มีเพียง 2 นาที เท่านั้นการเป็นจักรพรรดินั้นเหมือนถูกจองจำไม่มีผิดในตอนนั้นองค์ชายชวนพระบิดาของพระองค์ทรงทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนจนกระทั่งวันที่ 6 ธันวาคม ปีคริสต์ศักราช 1911 ก็ต้องสิ้นสุดลง

เพราะได้เกิดการปฏิวัติซินไฮ่ โดยซุนยัดเซ็นกองทัพรัฐบาลพ่ายแพ้แก่ฝ่ายปฏิวัติเนื่องจากองค์ชายซุนไม่ใสใจต่อการบริหารประเทศส่งผลทำให้ฝ่ายปฏิวัติตีว่าพระองค์ทรงอ่อนแอเกินไปที่จะปกปครองปประเทศอีกทั้งยังเป็นเหตุให้กระแสความเกรียติชังชาวต่างชาติและลราชวงศ์แมนจูทวีมากขึ้นเรื่อยๆจนอาณาจักรจีนระส่ำระส่าย

มลฑณต่างๆประกาสตัวเป็นอิสระขณะเดียวกันพระบิดาของจักรพรรดิปูยีประกาศว่าตนไม่มีความเหมาะสมที่จะปกครองอาณาจักรในฐานะผู้สำเร็จราชการอีกต่อไปจึงขอลาออกในตอนนั้นจักรพรรดิปูยียังทรงพระยาว์เกินกว่าที่จะทรงรับรู้ความขัดแย้งทางการเมืองได้

ในวันที่ 12 กุมภาพันธุ์ ปีคริสต์ศักราช 1912 มีพระบรมราชโองการของจักรพรรดิปูยีรัฐกการซวนถงยินยอมสระราชสมบัติแต่โดยดีโดยมอบให้กับหยวนซื่อไข่มีอำนาจสมบูรณ์ในการจัดตั้งรัฐบาลสาธารณรัฐชั่วคราวขึ้นตอนนั้นปูยีมีอายุได้เพียง 6 ขวบ ฝ่ายรัฐบาลของซุนยัดเซ็นที่หนานจิงก็ได้เสนอที่จะปฏิบัติต่อจักรรพรรดิราชวงศ์ชิงที่สระราชสมบัติแล้วด้วยความเคารพเช่นเดียวกับพระมหากษัตริย์ชาวต่างประเทศ

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    ufabet เว็บตรง

ประวัติโซโลม่อน 

        ประวัติโซโลม่อน    เชื่อว่าสำหรับคนที่เคยเล่นเกมอาจจะคุ้นชินกับชื่อเสียงของกษัตริย์ซาโลมอนโดยในเกมนั้นจะมีกษัตริย์และปีศาจของโซโลมอนถึง 72 ตนด้วยกันอย่างไรก็ตามว่ากันว่าเรื่องราวของโซโลม่อนนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นแต่โซโลม่อนนั้นมีตัวตนอยู่จริงและเขาเป็นถึงบุตรชายของกษัตริย์เดวิดแห่งประเทศอิสราเอล 

           โซโลมอนได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ได้โดยทั้งที่ตัวเองนั้นไม่ใช่ลูกชายคนโตแต่เนื่องจากเป็นคนที่มีความสามารถที่โดดเด่นจึงได้เป็นกษัตริย์ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น 

             สำหรับเรื่องราวของโซโลม่อนนั้นมีการพูดถึงกันเยอะมากแม้แต่ในพระคัมภีร์เองก็ยังมีการพูดถึงกษัตริย์ซาโลมอนซึ่งในคัมภีร์นั้นได้มีการระบุว่ากษัตริย์พระองค์นี้เป็นกษัตริย์ที่มีฐานะร่ำรวยมีความฉลาดมีปัญญาเป็นเลิศ 

ชื่อเสียงของโซโลม่อนนั้นมีมาตั้งแต่ในช่วงเวลาศตวรรษที่ 20 ก่อนคริสตกาลซึ่งชื่อเสียงที่โด่งดังมากที่สุดนอกจากการเป็นกษัตริย์ที่มีความร่ำรวยและมีความฉลาดแล้วเขายังเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วย 

             สำหรับโซโลม่อนนั้นเขามีฐานะเป็นถึงพระราชาแห่งเวทมนตร์เรื่องราวของกษัตริย์ซาโลมอนมีทั้งในคัมภีร์ไบเบิลและคัมภีร์กุรอานโบราณนอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในตำนานเก่าแก่เยอะแยะมากมายซึ่งตำนานส่วนใหญ่ของกษัตริย์ซาโลมอนนั้นจะมีการอ้างอิงว่ากษัตริย์ซาโลมอนนั้นมีพลังเหนือธรรมชาติ

โดยสามารถควบคุมปีศาจได้ทั้งหมด 72 ตนนั่นเองซึ่งตามประวัติความเป็นมาของโซโลม่อนยังได้มีการกล่าวถึงว่าเขาได้มีการสั่งให้ปีศาจที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาเป็นนำก้อนหินและน้ำในดินแดนที่ห่างไกลเอามาตกแต่งสวนภายในปราสาทนอกจากนี้ยังให้ไปหาสัตว์แปลกๆมากมายหรือพวกสัตว์หายากต่างๆมาไว้ภายในประสาทอีกด้วย 

             ตามตำนานเล่าว่ากษัตริย์ซาโลมอนนั้นสามารถควบคุมสิ่งที่เหนือธรรมชาติได้เพราะว่าสามารถควบคุมไม่ว่าจะเป็นน้ำหรือลมได้ดังนั้นจึงช่วยให้ในยุคที่สนามบอลคลองเมืองนั้นการขนส่งจึงเป็นไปอย่างรวดเร็วนอกจากนี้ยังสามารถเข้าใจภาษาของชาวต่างชาติได้และยังสามารถมองเห็นนิมิตในอนาคตของโลกในภายภาคหน้าได้อีกด้วยเรียกได้ว่าโซโลม่อนนั้นเป็นกษัตริย์ที่มีพลังวิเศษและเป็นจอมเวศน์ผู้ยิ่งใหญ่คนนึงแห่งยุคนั้นเลยทีเดียว 

           อย่างไรก็ตามประวัติของโดเรม่อนไม่ใช่เพียงแค่จอมด้วยเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ตัวตนของเขานั้นยังเป็นกษัตริย์มากรักเนื่องจากว่าตามประวัติแล้วก็สะสมนั้นมีเมียเยอะแยะมากมายว่ากันว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ที่มีพระชายามากที่สุดโดยมีมากถึง 700 องค์ในขณะที่ยังมีนางในเล็กๆน้อยๆอีกเกือบ 300 คนดังนั้นโดยรวมแล้วกษัตริย์ซาโลมอนนั้นมีเมียนับพันคนเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    สล็อต ufabet เว็บตรง

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม 

         วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม   วัดที่มีความเก่าแก่และมีความงดงามซึ่งสร้างอยู่บนถนนเฟื่องนครอยู่ในเขตพื้นที่ของกรุงเทพมหานครเป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นมาประจำพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นวัดประจำของรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7

โดยวัดแห่งนี้นั้นมีชื่อเสียงเรื่องของความสวยงามเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างไทยและยุโรปเป็นสถานที่ที่ดึงดูดผู้คนให้เดินทางไปชมความงดงาม ของศาสนสถานซึ่งวัดแห่งนี้ก็คือวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามหรือถ้าหากว่าคนกรุงเทพฯหรือคนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีในนามของวัดราชบพิธนั่นเอง 

          สำหรับวัดแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งในสมัยนั้นพระองค์นั้นต้องการที่จะสร้างวัดประจำรัชกาลของพระองค์เองและอยากจะได้วัดที่มีการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและยุโรปเพื่อให้เกิดความสวยงามและมีความแตกต่างดังนั้นพระองค์จึงได้มีการสั่งให้มีการสร้างวัดราชบพิธนี้ขึ้นมาซึ่งจะเห็นได้ว่าสถานส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์หรือวิหารนั้นจะมีความสวยงามโดดเด่นแตกต่างจากวัดอื่นๆ

ในเขตกรุงเทพฯอย่างเช่นบริเวณโบสถ์จะมีการออกแบบตกแต่งถ้าเป็นด้านนอกนั้นก็จะเป็นสถาปัตยกรรมของไทยแต่ถ้าเกิดเดินเข้าไปภายในโบสถ์นั้นจะเห็นได้ว่าลักษณะของการตกแต่งด้านในนั้นจะเป็นแบบตะวันตกซึ่งถือได้ว่าแตกต่างจากวัดอื่นๆหรือโบสถ์จากวัดอื่นๆเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

            นอกจากนี้ยังมีวิหารรวมถึงเจดีย์และระเบียงแก้วที่มีลักษณะของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงามลงตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการลงลายไทยลงรักประดับมุกที่วิจิตรงดงามเป็นอย่างมาก

ซึ่งเชื่อว่าหลายคนที่มีโอกาสได้เดินทางไปที่วัดราชบพิธแห่งนี้จะต้องรู้สึกประทับใจกับความงดงามของโบสถ์วิหารต่างๆภายในวัดอย่างแน่นอนอย่างไรก็ตามถ้าหากไปเห็นจะมีสถาปัตยกรรมบางส่วนที่มีการตกแต่งด้วยลวดลายคล้ายกับกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์นอกจากนี้สิ่งก่อสร้างภายในวัดราชบพิธแห่งนี้ยังมีการสร้างขึ้นตามแบบแผนประเพณีนิยมที่ทำกันมาตั้งแต่ในยุคการก่อนหรืออาจกล่าวได้ว่าตั้งแต่ยุคโบราณอาการนั่นเองอย่างเช่นพระเจดีย์ประดับกระเบื้องเคลือบทรงระฆังเป็นต้น 

           สำหรับด้านในภายในวัดนอกจากจะมีศาสนสถานที่มีการสร้างเอาไว้อย่างสวยงามลงตัวแล้วยังมีการนำต้นไม้มาปลูกประดับตกแต่งเอาไว้เพื่อให้ร่มเงาให้ความร่มเย็นร่มรื่นเหมาะอย่างยิ่งในการที่จะมาทำบุญวิปัสสนากรรมฐาน   อย่างไรก็ตามการเดินทางมาที่วัดแห่งนี้นั้นเดินทางมาได้อย่างสะดวกเพราะว่ามีรถหลายสายวิ่งผ่านและถ้าหากว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางด้วยขับรถมาเองนั้นก็สามารถที่จะจอดรถอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดซึ่งจะมีการเสียค่าจอดรถทั้งวันแค่เพียง 40 บาทเท่านั้นหรือว่านักท่องเที่ยวจะมาด้วยรถสาธารณะเช่นแท็กซี่หรือตุ๊กๆก็ได้เช่นเดียวกัน 

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    ufabet

ประเพณีที่จัดงานในช่วงวันออกพรรษาของจังหวัดในเขตภาคเหนือ 

          สำหรับวันออกพรรษานั้นเป็นวันที่มีความสำคัญเกี่ยวพันกับทางด้านพระพุทธศาสนาซึ่งในวันดังกล่าวนั้นผู้คนเป็นจำนวนมากก็จะพากันไปทำบุญไหว้พระเพื่อส่งเสริมบารมีให้กับตนเอง

    ประเพณีที่จัดงานในช่วงวันออกพรรษา โดยเทศกาลวันออกพรรษานั้นเป็นเทศกาลที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีเนื่องจากว่าเป็นวันที่ทางพระสงฆ์ได้มีการสิ้นสุดการจำพรรษาอยู่ที่วัดซึ่งโดยปกติแล้วในช่วงจำพรรษานั้นพระสงฆ์จะต้องจำพรรษาอยู่วัดเป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือนดังนั้นหลังจากสิ้นสุดของการจำพรรษาแล้วจึงได้มีการจัดเทศกาลวันออกพรรษาขึ้นมา 

           อย่างไรก็ตามในช่วงวันเทศกาลวันออกพรรษานั้นนอกจากจะมีการทำบุญไหว้พระแล้วบ้างจังหวัดยังมีประเพณีต่างๆเกิดขึ้นซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำจังหวัดในเขตภาคเหนือประมาณ 2 จังหวัดด้วยกันที่มีการจัดประเพณีตรงกับช่วงวันออกพรรษาโดยจังหวัดที่เราจะแนะนำก็คือจังหวัดลำพูนกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั่นเองมาดูกันว่าสองจังหวัดนี้มีประเพณีอะไรที่น่าสนใจและน่าไปเที่ยวบ้าง 

        สำหรับที่จังหวัดลำพูนนั้นจะมีการจัดประเพณีเป็นประจำทุกปีซึ่งประเพณีดังกล่าวมีชื่อว่าสลากย้อมเมืองลำพูนโดยประเพณีนี้จะมีการจัดขึ้นในช่วงใกล้วันออกพรรษาโดยจะมีการจัดขึ้นที่วัดพระธาตุหิริภุญชัยวรมหาวิหารซึ่งวัดดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นวัดดังและเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดลำพูนเลยก็ว่าได้โดยการจัดงานนั้นจะมีการประกวดสลากย้อม

          นอกจากนี้ยังมีการแห่ต้นสลากย้อมไปบนถนนต่างๆเรียกได้ว่าเป็นการจัดขบวนซึ่งจะมีตั้งแต่ถนนอินทยงยศไปจนถึงวัดพระธาตุหิริภุญชัยเลยทีเดียว    อย่างไรก็ตามในงานประเพณีสลากย้อมนั้นจะมีการประกวดต้นสลากย้อมซึ่งจะมีการกำหนดเงื่อนไขว่าจะมีต้นที่สูงได้ไม่เกิน 15 เมตรและไม่ต่ำกว่า 12 เมตรและต้องมีการออกแบบให้เกิดความสวยงาม

        โดยประเพณีนี้มีความเชื่อว่าหากมีการสร้างสำหรับย้อมทำให้เกิดความวิจิตรบรรจงและมีความงดงามก็จะทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเนื่องจากว่าต้นสลากย้อมนั้นมีความเกี่ยวพัน  สล็อต ufabet เว็บตรง    ทางเรื่องของศาสนาพุทธด้วยเช่นเดียวกันโดยหลังจากที่มีการประกวดเสร็จเรียบร้อยแล้วชาวบ้านก็จะมีการนำต้นสลากย้อมถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ 

           สำหรับที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นจะมีการจัดพิธีออกว่าซึ่งวิธีนี้ก็มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเช่นเดียวกันซึ่งส่วนใหญ่ประเพณีนี้ก็จะมีการเชิญพระสงฆ์และสามเณรมากถึง 200 รูปมาให้ชาวบ้านได้มีการตักบาตรโดยประสงค์ก็จะยืนอยู่ตามถนนหนทางต่างๆนอกจากนี้ก็ยังมีการจัดกิจกรรมถนนคนเดินและมีของมาวางขายมีการแสดงต่างๆเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดดังนั้นหากใครที่ชื่นชอบงานรื่นเริงก็ไม่ควรที่จะพลาดแวะไปร่วมกิจกรรมประเพณีออกหว่าที่แม่ฮ่องสอนกัน 

สถาปนาประถมจักรพรรดิราชวงศ์หมิง

ในปีคริสต์ศักราช1355หลิวฟูตงได้ยึดเมืองได้จึงได้ทำการสถาปนาหันหลินเอ๋ยขึ้นเป็นเสี้ยนหมิงหวางในปีเดียวกันนั้นซุนตี้จักรพรรดิมองโกลก็ได้อาศัยความร่วมมือจากชาวฮั่นที่ร่ำรวยทั้งหลายโดยประกาศว่าใครก็ตามที่สามารถระดมกำลังคนเพื่อปราบกบฏได้ถึง5,000คนจะแต่งตั้งให้เป็นหวานฟู

แต่ถ้ามีกำลังถึง1,000คนหรือ100คนให้มียศเป็นเฉียนฮูและตามลำดับก่อกำลังปราบบกบฏดังกล่าวของเจ้าที่ดินมีขุนนางมองโกลกับชาวฮั่นจากเหอหนานเช่นกันเปป็นผู้ก่อตั้งขึ้นปีคริสต์ศักราช1357ก่อกำลังของหลิวฟูตงได้บุกขึ้นเหนือโดยแยกเป็น3เส้นทางด้วยกัน

เส้นทางหนึ่งบุกไปทางตะวันออกเข้าเหอเป่ยโจมตีต้าตูต่อไปเส้นทางสายกลางบุกไครฝิงและเข้ายึดเลี้ยวหยางเส้นทางตะวันตกยกเข้ายึดเสฉวนหหลิวฟูตงนำก่อทัพเข้ายึดไครฟงเมืองเก่าของราชวงศ์ซ่งเหนือในปีคริสตศักราช1358ช่วงนี้เป็นช่วงที่ก่อทัพโพกผ้าแดงมีความเข้มแข็งเต็มที่

สถาปนาประถมจักรพรรดิราชวงศ์หมิง หลังจากที่รบชนะมองโกลแล้วก็เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างผู้นำแล้วยังประเมิลกำลังรบของมองโกลต่ำกว่าความเป็นจริงมากในที่สุดเมื่อมองโกลตั้งหลักได้สามารถระดมกำลังขึ้นมาใหม่จนสามารถกอบกู้ชัยชนะได้สำเร็จถึงปีคริสต์ศักราช1362กองทัพของหลิวฟู่ตงที่บุกขึ้นเหนือถึง3ทางต้องพ่ายแพ้

กำลังรบของหลิวฟูตงที่ตั้งมั่นที่ไครฟงได้ถูกกองทัพมองโกลได้ถูกล้อมจนแตกทัพหลิวฟูตงเสียชีวิตระหว่างการสู้รบในปีคริสต์ศักราช1362พอดีมีกำลังทหารของจูเหยินจางผู้นำกบฏอีกทัพหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างพิชิตขุนศึกปรปักษ์คนสำคัญที่จูเหยินจางส่งมารับและได้คุ้มครองเซี่ยหมิงหวาง

จนเสี่ยหมิงหวางรอดชีวิตไปเป็นประมุกโดยพระนามกษัตริย์ราชวงศ์ซ่งในฐานะผู้นำการต่อต้านมองโกลเจอเหยินจางผู้นำกบฏนี้เป็นนักการเมืองแล้วเป็นการทหาที่มีสติปัญญาความสามารถเหนือกว่าผู้นำกบฏทั้งหลายที่ต่อต้านมองโกลในยุคนั้นทั้งๆที่งตั้งต้นชีวิตมาด้วยความต่ำต้อยและยากจนที่สุด

แต่ก็สามารถนำทัพใหญ่ขับไล่มองโกลออกไปจากแผ่นดินจีนสถาปนาตนเองเป็นประถมจักรพรรดิราชวงศ์หมิงปกครองอาณาจักรสืบต่อไปจนถึงร่วม300ปีช่วงปีคริสต์ศักราช1355 หว่อ เจอชิงได้ตายลงอย่างกระทันหันบุตรก็ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำแทนซึ่งก็คือจุหยวนจางหว่อ เจอชิงเป็นผู้ที่มีในตาหลากแหลม

แม้ว่าจูหยวนจางจะมีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์หว่อ เจอชิงก็เต็มใจยกหยิงสาวที่เป็นบุตรเลี้ยงของตนให้ไปเป็นภรรยาจูหยวนจางผู้มีสติปัญยาความสามารถแต่ในขณะนั้นไม่มีใครคาดคิดว่าบุคคลนี้จะมีสิตปัญญาเพียงใด

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    เว็บพนัน ufabet