ตำนานห้องสีชมพู ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

         เป็นตำนานที่เล่าขานกันปากต่อปากมาจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่หรือที่เรารู้จักกันดีในนามของ มช. นั่นเอง   นับว่าตำนานนี้เป็นเรื่องเล่าที่ออกแนวสยองขวัญ ห้องสีชมพูมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นตำนานเกี่ยวกับหอพัก ซึ่งเป็นหอ 8  โดยเรื่องราวที่เกิดขึ้น นั้น เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาประมาณปี พ.ศ.  2532

โดยเรื่องราวนี้มีอยู่ว่า มีนักศักษาสาวคนหนึ่งเธอเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในชั้นปีที่  1  เธอได้มีการพักอยู่ที่หอพักภายในมหาวิทยาลัย 

 

เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนักศึกษาสาวคนดังกล่าวก็มีแฟน ในช่วงแรกๆนั้น

คู่รักคู่นี้ก็รักใคร่กลมเกลียวกันดี เป็นที่น่าอิจฉาของคนทั่วไป และทั้งคู่ก็ตัดสินใจไปเช่าห้องพักอยู่ด้วยกัน โดยห้องพักของทั้งคู่นั้นจะอยู่ทางด้านหลังของมหาวิทยาลัย เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้โรงเรียน แต่หอพักที่มหาวิทยาลัย หญิงสาวคนดังกล่าวก็ยังมาอาศัยอยู่กับเพื่อนในบางครั้งด้วย 

อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไปไม่ถึงปี ความรักที่ฝ่ายชายมีให้ฝ่ายหญิงก็เริ่มลดลง

ห้องสีชมพูมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพราะไปติดพันนักศึกษาสาวคนอื่น ซึ่งฝ่ายหญิงเองก็เริ่มรู้ระแคะระคายมาบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็ทำให้พฤติกรรมของฝ่ายหญิงเริ่มเปลี่ยนไป เริ่มตามหึงหวงมากขึ้นกว่าเดิมทำให้ฝ่ายชายรำคาญ

อยู่มาวันหนึ่งฝ่ายชายได้มีการนัดจะมารับฝ่ายหญิงกลับไปหอพักแต่ปล่อยให้ฝ่ายหญิงต้องรอนานจนดึกดื่นเมื่อฝ่ายชายมาถึงจึงเกิดการทะเลาะกันแต่ระหว่างที่มีการขับรถไปยังหอพักหญิงก็ได้บอกฝ่ายไทยซึ่งเป็นแฟนของตนเองว่ากำลังตั้งท้องได้ 3 เดือนและเมื่อผู้ชายหรือว่าผู้หญิงกำลังตั้งท้องเขาก็ไม่ยอมรับโดยบอกให้ผู้หญิงไปเอาเด็กออกโดยฝ่ายชายปราบปรามว่าฝ่ายหญิงอาจจะคบชู้และท้องกับคนอื่นทำให้เขาไม่สามารถรับเด็กคนนี้เป็นลูกได้

       หลังจากที่ทั้งคู่ทะเลาะกันฝ่ายหญิงจึงกลับไปอยู่กับเพื่อนที่ห้องพักในมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นตึก 8 ที่เป็นตึกตำนานสีชมพูนั่นเองอยู่มาวันหนึ่งในขณะที่รูมเมทของเธอไม่อยู่เพราะกลับบ้านที่ต่างจังหวัดด้วยความเสียใจที่ฝ่ายชายไม่ยอมรับลูกของเธอทำให้เธอคิดที่จะเอาเด็กออก

แต่ด้วยเธอไม่กล้าที่จะไปทำแท้งตามคลินิกเถื่อนเธอจึงได้หาวิธีการทำแท้งด้วยตนเองซึ่งเธอได้ใช้ไม้บรรทัดล้วงเข้าไปในมดลูกเพื่อต้องการที่จะคว้านเอาเด็กออกแต่บังเอิญว่าไม้บรรทัดไปกระแทกถูกผนังมดลูกทำให้เกิดการฉีกขาดทำให้เธอตกเลือดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

       แต่ก่อนที่เธอจะตายเธอได้นำเลือดของเธอไปเขียนที่บริเวณผนังห้องใจความว่าเธอไม่ได้มีชู้และเธอมีแฟนหนุ่มเป็นคนรักเพียงคนเดียวซึ่งวันรุ่งขึ้นรูมเมทของเธอกลับมาจากบ้านที่ต่างจังหวัดก็มาพบว่าเธอเสียชีวิตแล้วหลังจากที่มีการทำพิธีศพให้เธอเป็นที่เรียบร้อยทั้งด้านคนดูแลห้องพักก็ได้มีการทำความสะอาดห้องพักลบคราบเลือดที่เธอเขียนทิ้งเอาไว้ด้วย

การนำสีขาวมาทาทับแต่ไม่ว่าจะทาสีขาวทับกี่ครั้งวันรุ่งขึ้นก็จะมีข้อความที่เธอเขียนเอาไว้ปรากฏขึ้นอยู่เหมือนเดิม จนคนในหอพักต่างพากันหวาดกลัวซึ่งเจ้าหน้าที่ดูแลหอพักได้มีการไปเชิญพระมาทำพิธีสวดเพื่อขับไล่วิญญาณร้ายแต่ก็ไม่สามารถขับไล่ได้

          ทําได้เพียงแค่สะกดวิญญาณไม่ให้ไปหลอกหลอนคนในหอพักเพียงเท่านั้นและนับตั้งแต่พระเข้ามาทำวิธีการสะกดวิญญาณก็ไม่มีใครเจอวิญญาณของหญิงสาวคนดังกล่าวเลยซึ่งคนดูแลหอพักก็ต้องใช้เป็นวิธีการทาสีห้องพักนั้นใหม่ด้วยการใช้สีชมพูแทนเนื่องจากว่าไม่สามารถใช้สีขาวทาได้เพราะทุกครั้งที่มีการทาสีขาวสีเลือดที่เขียนติดผนังไว้ก็จะเด่นขึ้นมาให้เห็นทุกครั้งไปนั่นเองจึงเป็นที่มาของห้องสีชมพู

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  gclub สล็อตฟรี