หมวดหมู่: ประเพณีและวัฒนธรรม

ไดโนเสาร์ที่เรานั้นต่างก็เข้าใจกันอย่างผิดๆ

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆมาย้อนยุคดึกดําบรรพ์เชื่อว่าหลายคนหน้าจะคุ้นเคยกับไดโนเสาร์จากภาพยนตร์และในแบบจำลองต่างๆแถมยังคงเคยได้ยินเรื่องราวของพวกมันมาแล้วอย่างมากมายแต่คุณรู้หรือไม่ว่าในสิ่งที่เรานั้นเคยเข้าใจกันมาบางทีอาจไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไปอย่างนั้นเรามาดูกันว่ามีอะไรที่เรานั้นอาจจะเข้าใจยุคดึกดําบรรพ์เล่านี้ผิดๆไปบ้าง 

ไทรเซอร์ราท็อปส์ อาจไม่มีอยู่จริง  

เจ้าไทรเซอร์ราท็อปส์สามเขาที่เรารู้กันมาว่าเป็นไดโนเสาร์ที่ใช้เขาขวิดต่อสู้อย่างดุเดือดแต่ก็ไม่ใช่แค่สายพันธ์นี้เท่านั้นหรอกที่มีเขายังมีไดโนเสาร์อีกหลายชนิดที่หน้าอาจจะคล้ายๆกันและบางทีเจ้าไทรเซอร์ราท็อปส์ที่เรารู้จักกันดีอาจจะไม่มีอยู่จริงก็ได้เพราะจากการเปรียบเทียบลักษณะของมันแล้ว

ซึ่งคล้ายเหมือนกับโทรโรโซรัตอย่างมากแต่ไทรเซอร์ราท็อปส์จะมีแผงคอที่เรียบกว่าแถมยังไม่มีการค้นพบหลักฐานของโทรโรโซรัตรุ่นเล็กๆเลยหรือจริงๆแล้วเจ้าไทรเซอร์ราท็อปส์มันอาจจะเป็นวัยเล็กของโทรโรโซรัตก็ได้อย่างไรก็ตามมันก็ยังเป็นข้อสันนิษฐานและเป็นประเด็นเถียนกันไม่จบสิ้นเอาเป็นสรุงมันไม่ใช่สายพันธ์เดียวกัน

แขนของทีเร็กซ์นั้นแสนจะอ่อนแอเหลือเกิด 

เหมือนพระเจ้าจะแอบเล่นตลกที่ทำให้ไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีหน้าตาแสนดุร้ายอย่างทีเร็กซ์ต้องมีแขนขนาดเล็กสั้นเมื่อเทียบกับลำตัวมันแล้วทำให้เราคิดว่ามันนั้นมีแขนเอาไว้ประดับร่างกายเท่านั้นและคงใช้จับอะไรไม่ได้เลยแต่ใครที่คิดแบบนี้อย่าพึ่งตัดสินใจไป

เพราะมีการสันนิษฐานว่าการที่ราชาไดโนเสาร์กินเนื้อมีแขนสั้นขนาดนี้เพื่อหลอกให้เหยื่อเข้ามาไกล้ตัวและใช้เล็บที่ยาว4นิ้วฟันเข้าไปที่ลำตัวกรงเล็บยาวขนาดนั้นบวกกับขากรรไกรที่แข็งเกร่งถ้าได้กัดเหยื่อตรงข้ามเมื่อไหร่เตรียมตัวตายได้เลยและด้วยแขนที่เล็กของมันนั้นจึงเป็นการที่วิ่งได้เร็วต่อเหยื่อที่กำลังจะหนี

มนุษย์จะอยู่ร่วมกับไดโนเสาร์ได้ไหม 

เคยเจอคำถามเล่านี้ในหัวกันบ้างไหมว่าเราจะสามารถคืนชีพไดโนเสาร์ทั้งหลายขึ้นมามีชีวิตร่วมกับเราอีกครั้งเหมือนในยุคดึกดําบรรพ์จะได้หรือไม่แบบในหนังที่เราดีเอ็นเอของพวกมันที่มีอยู่มาสกัดและเพาะพันธ์แต่ในความเป็นจริงแล้วต้องขอแสดงความเสียใจด้วยเพราะดีเอ็นเอเล่านี้มันเก่าเกินไปจึงไม่สามารรถนำมาเพาะพันธ์ได้แล้ว

ให้คุณลองจินตนาการถ้าเราคืนชีพบรรดาไดโนเสาร์ขึ้นมาได้จริงอะไรจะเกิดขึ้นบ้านเมืองคงแย่แน่ๆหรือแม้หากว่าเราจะเห็นมนุษย์อยู่ร่วมกันกับไดโนเสาร์ในหนังยุคหินแต่นั่นมันก็เป็นแค่เรื่องแต่งเอาเท่านั้นเพราะความจริงมนุษย์เริ่มเกิดมาหลังไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปนานแล้วจึงไม่มีหนทางให้เรานั้นได้อยู่ร่วมกันเลย

 

ขอบคุณเรื่องราวที่ให้นำมาเสนอ  ทดลองเล่น gclub

ประเพณีลอยโคม

      หากจะพูดถึงประเพณีไทยที่ขึ้นชื่อ และเลื่องลือในด้านของความสวยงามประเพณีหนึ่งที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือ “ประเพณีลอยโคม” เพราะช่วงเวลาที่โคมที่ถูกปล่อยให้ลอยขึ้นไปสู่ท้องฟ้านั้นจะเกิดเป็นภาพที่สวยงามที่ทุกคนไม่อาจจะลืมภาพแห่งช่วงเวลานั้นไปได้เลย ซึ่งในส่วนช่างภาพหลายคนต่างก็รอคอยช่วงเวลานี้เพื่อที่จะได้ถ่ายเก็บภาพสวยๆเหล่านี้เพื่อนำไปเป็นผลงานของตนเอง

 “ประเพณีลอยโคม” นั้นเป็นประเพณีของทางภาคเหนือ

เป็นประเพณีพื้นบ้านที่เกิดขึ้นโดยชาวล้านนาจะมีการจัดประเพณีขึ้นในวันเพ็ญเดือน12 โดยที่การลอยโคมในแบบของชาวล้านนานั้นจะไม่ใช่การลอยโคมให้ลอยไปตามสายน้ำ หรือว่าเป็นการลอยกระทง

แต่การลอยโคมของชาวล้านนาจะเป็นการลอยโคมที่จะถูกปล่อยลอยขึ้นไปในอากาศ

ซึ่งตามประเพณีแล้วมีความเชื่อกันว่าเมื่อได้ทำการปล่อยโคมลอยขึ้นฟ้าจะเป็นการได้ปลดปล่อยความทุกข์ความโศกรวมไปถึงเรื่องร้ายๆที่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราให้หลุดออกไปจากตัว และถือได้ว่าเป็นการได้บูชาหรือแสดงความกตัญญู กตเวทีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วนั่นเอง

จากความเชื่อเกี่ยวกับพระธาตุแก้วจุฬามณี

ที่เชื่อกันว่าที่นั่นเป็นที่ที่บรรจุมวยผมของพระพุทธเจ้าที่ได้ทำการตัดออกก่อนออกผนวชโดยที่เจดีย์อยู่ที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั่นเอง จึงเกิดเป็นความเชื่อว่าชาวล้านนาที่เกิดในปีจอจะต้องใช้โคมลอยนี้ในการบูชาพระธาตุเกศแก้วจุฬามณี

โดยจะต้องทำการปล่อยโคมลอยไปให้ไกลที่สุด โดยในวันงานที่จัดประเพณีลอยโคมนั้นจะจัดให้มีการจุดไฟโคมแล้วทำการปล่อยขึ้นไปบนท้องฟ้าซึ่งจะทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนในวันนั้นสว่างไสวเต็มไปด้วยแสงไฟจากโคมลอยมีความสวยงาม

อีกทั้งประเพณีนี้ก็ได้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นทั้งในหมู่คนไทย และชาวต่างชาติเองต่างก็ให้ความสนใจอยากจะมาเห็นในความสวยงามที่เป็นดังเอกลักษณ์ของประเพณีไทยอย่างประเพณีการลอยโคมนี้กันเป็นอย่างมาก

แต่ในปัจจุบันนั้นประเทศไทยของเราได้มีการรณรงค์เรื่องการปล่อยโคมลอยในประเพณีการลอยโคม

ลอยกระทง รวมไปถึงมีหลายๆคนได้ออกมาห้ามไม่ให้ทำการปล่อยโคมลอยนี้อีก สาเหตุนั้นเนื่องมาจากว่ามีผู้ได้รับความเดือดร้อน และเสียหายจากดคมลอยที่ไปตกตามสถานที่ต่างๆจนเกิดเป็นปัญหาใหญ่อย่างอัคคีภัยขึ้นทั้งในพื้นที่ชุมชน

และในพื้นที่ทางเกษตรกรรมที่ชาวบ้านใช้ในการทำมาหากินกันชีวิตประจำวันนั่นเอง ทั้งนี้อีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือปัญหาขยะจากโคมลอยที่ดับแล้วไปตกนั้นมีเป็นจำนวนมากจนเกิดเป็นกองขยะและสร้างปัญหาให้ชาวบ้านหลายๆคน

         อย่างไรก็ตามการได้สืบทอดประเพณีที่มีความสวยงามเช่นนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าหากผลจากการจัดประเพณีปล่อยโคมลอยนี้ให้ผลเสียมากกว่าผลดี เราทุกคนก็ควรมีการรณรงค์และร่วมมือร่วมใจกันที่จะไม่ปล่อยโคมลอยนี้ให้ไปเกิดเป็นอัคคีภัยที่จะทำให้ชีวิตมนุษย์ สัตว์ป่า และทรัพย์สิน รวมไปถึงทรัพยากรทางธรรมชาตินั้นเสียหายจากน้ำมือมนุษย์อย่างเราๆอีกเลยจะเป็นการดีกว่า