การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ของนักออกแบบ

แนวทางการเป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการถกเถียงแล้วก็เข้าใจผิดกันมากพอสมควร ซึ่งการที่ผนักงานเงินเดือนหลายๆคนได้ออกมาจากงานประจำเพื่อมาทำตามความฝันทั้งหลายก็จะคิดว่าการออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์นั้น

มีความอิสระแล้วก็ได้ใช้สมองอย่างเต็มที่ ไม่ได้อุดอู้อยู่กับออฟฟิสที่มีกฎระเบียบแล้วก็ต้องทำงานตามแบบแผน เพราะว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นซะทีเดียวละนะ เพราะการออกมาสู่โลกภายนอกโดยเดินทางเอง ลองผิดลองถูกเองนั้น

เราจะต้องเดินหลงทางกันบ่อยแน่นอน เพราะว่าบริษัทนั้นได้ลองผิดลองถูกกันมาเยอะแล้วจึงมีแบบแผนที่แน่นอน เพียงแต่ไม่ได้ถูกใจเราเท่านั้นเอง ดังนั้นการออกไปหาประสบการณ์เองนั้นก็จะต้องมีวันแย่ๆของการเดินผิดทางด้วย แต่นั้นแหละครับเป็นหัวใจของคำว่าประสบการณ์เลยล่ะ เพราะความผิดพลาดเป็นบ่อเกิดของประสบการณ์ที่เราจะไม่มีวันลืมยังไงล่ะ

ซึ่งก็มีข้อควรระวังในการออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่บ้าง

เพราะว่าถ้าเราคิดนอกกรอบมากไปจนมีทางที่หลากหลายจนทำให้เราเดินทางผิดถูกเยอะเกินไปหรือว่าแต่ละทางไม่เกี่ยวข้องกันเลย ก็จะเป็นการเสียเวลามากเกินไป เราควรมีความคิดนอกกรอบที่เป็นการแตกแขนงออกจากเส้นทางหลักเดิมๆเพื่อให้ประสบการณ์เหล่านั้นมีความเกี่ยวข้องกัน แล้วนั้นจะกลายเป็นประสบการณ์ที่เพิ่มพูนเป็นเท่าตัวแทน

นั้นหมายถึงว่าจะคิดนอกกรอบอะไรก็ตามควรนึกถึงจุดยืนของการเป็นนักออกแบบของเรา กว่าที่เราจะหาประสบการณ์จนมีมากพอทีจะได้เป็นเจ้าของธุรกิจจริงๆบอกเลยว่าเจ็บมาเยอะเลยล่ะ แล้วยังต้องหาประสบการณ์จากความผิดพลาดไปเรื่อยๆเพราะว่าทุกวันนี้ตลาดมีการแข่งขันสูงมากๆ แล้วก็จงพึ่งคิดไว้เลยว่าการที่คุณออกมาสร้างธุรกิจตัวเองนั้นไม่มีทางที่มันจะสบายกว่าการอยู่ออฟฟิสเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างแน่นอน

อิสระมาพร้อมกับความเสียงด้วย อิสระมากเกินไปก็อาจจะทำให้ความเสี่ยงในการใช้ชีวิตนั้นอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไม่ใช่เรื่องสบายอย่างแน่นอน จงระวังในการเดินทางสายนี้อีกด้วย

 

สนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้โดย ole777

ศิลปะภาพถ่าย

       การถ่ายภาพเป็นสิ่งที่หลายๆคนรู้สึกชื่นชอบ บางคนชอบมากจนอาจจะยึดการถ่ายภาพเป็นอาชีพไปเลย หรือบางคนอาจจะแค่ชื่นชอบที่จะถ่ายภาพเพื่อเก็บเอาช่วงเวลา หรือเพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่างๆในช่วงขณะเวลาต่างๆนั้นเอาไว้ดู

ซึ่งอาจจะเกิดจากความประทับใจจนต้องถ่ายภาพเก็บไว้ หรือเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญเลยต้องถ่าย แต่สำหรับช่างถ่ายภาพที่เปรียบเสมือนศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะนั้น ไม่เพียงแต่มีเหตุผลว่าอยากจะถ่ายภาพเท่านั้น แต่เป็นการถ่ายทอดเพื่อสื่ออารมณ์ของภาพถ่ายออกมาด้วย ซึ่งเราจะมาทำความรู้จักกับ “ศิลปะภาพถ่าย”

ศิลปะภาพถ่ายได้มีการถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในทวีปยุโรปซึ่งก็เหมือนกับศิลปะในแขนงอื่นๆ

โดยที่นับตั้งแต่มีการเริ่มวิวัฒนาการก็เริ่มมีคำถามเกิดขึ้นมาว่า ภาพถ่ายนั้นถือว่าเป็นศิลปะด้วยหรือ ในช่วงที่มีการถ่ายภาพเกิดขึ้นแรกๆนั้น ยังไม่มีการยอมรับภาพถ่ายให้เป็นผลงานศิลปะสาเหตุเป็นเพราะว่าภาพถ่ายนั้นมีการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ดูเป็นทางของฝั่งวิทยาศาสตร์มากจึงทำให้การที่จะยอมรับว่าภาพถ่ายที่เกิดขึ้นเป็นงานศิลปะยังไม่มีขึ้น

ซึ่งนั่นก็เนื่องมาจากการเกิดความไม่เข้าใจเกี่ยวกับศิลปะของภาพถ่ายนั่นเอง โดยที่ต่อมาผู้คนก็ได้ทำความเข้าใจกับภาพถ่ายมากขึ้น โดยที่มีการให้ความจำกัดความของภาพถ่ายว่าให้เป็นสื่อในการใช้เพื่อกำหนดอารมณ์ ความรู้สึก และทัศนคติ ที่เกิดจากประสบการณ์ในระหว่างบุคคล และกับกลุ่มคนต่างๆได้หลายรูปแบบมากขึ้น

โดยที่มีการนำภาพถ่ายมาใช้ในการเผยแพร่ความรู้ทางทัศนคติ และอารมณ์ความรู้สึกซึ่งใช้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยตรงกับตัวศิลปินที่มีการใช้ภาพถ่ายนั้นเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดอารมณ์ทางความคิดและทัศนคติได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการบรรยายด้วยคำพูด จากนั้นจึงทำให้มีศิลปินอีกเป็นจำนวนมากที่มีการนำเอาภาพถ่ายของตัวเองออกมาเป็นสื่อที่ใช้ในการถ่ายทอดศิลปะนั่นเอง

นอกจากนี้แล้วในระบบสารสนเทศเองก็ได้ให้ความสำคัญกับภาพถ่ายด้วย โดยที่มีการใช้ภาพถ่ายในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโลก อีกทั้งยังมีเกี่ยวกับการให้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยที่เราพบเห็นได้ทั่วไปเลยก็คือ การที่ถ่ายภาพของบุคคลเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่เกิดเรื่อยมาจนกระทั้งแก่ ซึ่งภาพเหล่านี้นั้นจะกลายเป็นข้อมูลในทางประวัติศาสตร์สำหรับบุคคลต่อไปแน่นอนว่าเมื่อเวลาผ่านไปก็ยังสามรถที่จะค้นหาภาพเหล่านั้นกลับมาเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวในอดีตได้นั่นเอง

สำหรับการเก็บข้อมูลในระบบของสารสนเทศนั้นในกระบวนของการถ่ายทอดเพื่อสื่อสารมีการถือว่าภาพถ่ายได้ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการเล่าเรื่องราวมีความเทียบเท่ากับการบรรยายโดยการใช้คำพูดเลยก็ว่าได้

          อย่างไรก็ตามความสำคัญของภาพถ่ายนั้นสามารถที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นได้ดีกว่าภาพในรูปแบบอื่น ซึ่งไมเพียงแต่ใช้ในการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของศิลปินเท่านั้น แต่ยังสามารถที่จะใช่ภาพถ่ายในการสร้างประโยชน์อื่นได้อีกเช่น การใช้ภาพถ่ายเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีในเหตุการณ์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งการใช้ภาพถ่ายในการเป็นสื่อโฆษณาโน้มน้าวใจ

โดยที่ในปัจจุบันนั้นภาพถ่ายสีที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับธรรมชาติมักที่มีอิทธิพลมากสำหรับใช้ในการถ่ายทอดความคิดความรู้สึกทางทัศนคติ อีกทั้งภาพถ่ายสีที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับธรรมชาตินี้เองก็มีการสร้างภาพพจน์ให้เกิดความใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงได้ดีกว่า

 

สนับสนุนโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

ประเพณีลอยโคม

      หากจะพูดถึงประเพณีไทยที่ขึ้นชื่อ และเลื่องลือในด้านของความสวยงามประเพณีหนึ่งที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือ “ประเพณีลอยโคม” เพราะช่วงเวลาที่โคมที่ถูกปล่อยให้ลอยขึ้นไปสู่ท้องฟ้านั้นจะเกิดเป็นภาพที่สวยงามที่ทุกคนไม่อาจจะลืมภาพแห่งช่วงเวลานั้นไปได้เลย ซึ่งในส่วนช่างภาพหลายคนต่างก็รอคอยช่วงเวลานี้เพื่อที่จะได้ถ่ายเก็บภาพสวยๆเหล่านี้เพื่อนำไปเป็นผลงานของตนเอง

 “ประเพณีลอยโคม” นั้นเป็นประเพณีของทางภาคเหนือ

เป็นประเพณีพื้นบ้านที่เกิดขึ้นโดยชาวล้านนาจะมีการจัดประเพณีขึ้นในวันเพ็ญเดือน12 โดยที่การลอยโคมในแบบของชาวล้านนานั้นจะไม่ใช่การลอยโคมให้ลอยไปตามสายน้ำ หรือว่าเป็นการลอยกระทง

แต่การลอยโคมของชาวล้านนาจะเป็นการลอยโคมที่จะถูกปล่อยลอยขึ้นไปในอากาศ

ซึ่งตามประเพณีแล้วมีความเชื่อกันว่าเมื่อได้ทำการปล่อยโคมลอยขึ้นฟ้าจะเป็นการได้ปลดปล่อยความทุกข์ความโศกรวมไปถึงเรื่องร้ายๆที่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราให้หลุดออกไปจากตัว และถือได้ว่าเป็นการได้บูชาหรือแสดงความกตัญญู กตเวทีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วนั่นเอง

จากความเชื่อเกี่ยวกับพระธาตุแก้วจุฬามณี

ที่เชื่อกันว่าที่นั่นเป็นที่ที่บรรจุมวยผมของพระพุทธเจ้าที่ได้ทำการตัดออกก่อนออกผนวชโดยที่เจดีย์อยู่ที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั่นเอง จึงเกิดเป็นความเชื่อว่าชาวล้านนาที่เกิดในปีจอจะต้องใช้โคมลอยนี้ในการบูชาพระธาตุเกศแก้วจุฬามณี

โดยจะต้องทำการปล่อยโคมลอยไปให้ไกลที่สุด โดยในวันงานที่จัดประเพณีลอยโคมนั้นจะจัดให้มีการจุดไฟโคมแล้วทำการปล่อยขึ้นไปบนท้องฟ้าซึ่งจะทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนในวันนั้นสว่างไสวเต็มไปด้วยแสงไฟจากโคมลอยมีความสวยงาม

อีกทั้งประเพณีนี้ก็ได้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นทั้งในหมู่คนไทย และชาวต่างชาติเองต่างก็ให้ความสนใจอยากจะมาเห็นในความสวยงามที่เป็นดังเอกลักษณ์ของประเพณีไทยอย่างประเพณีการลอยโคมนี้กันเป็นอย่างมาก

แต่ในปัจจุบันนั้นประเทศไทยของเราได้มีการรณรงค์เรื่องการปล่อยโคมลอยในประเพณีการลอยโคม

ลอยกระทง รวมไปถึงมีหลายๆคนได้ออกมาห้ามไม่ให้ทำการปล่อยโคมลอยนี้อีก สาเหตุนั้นเนื่องมาจากว่ามีผู้ได้รับความเดือดร้อน และเสียหายจากดคมลอยที่ไปตกตามสถานที่ต่างๆจนเกิดเป็นปัญหาใหญ่อย่างอัคคีภัยขึ้นทั้งในพื้นที่ชุมชน

และในพื้นที่ทางเกษตรกรรมที่ชาวบ้านใช้ในการทำมาหากินกันชีวิตประจำวันนั่นเอง ทั้งนี้อีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือปัญหาขยะจากโคมลอยที่ดับแล้วไปตกนั้นมีเป็นจำนวนมากจนเกิดเป็นกองขยะและสร้างปัญหาให้ชาวบ้านหลายๆคน

         อย่างไรก็ตามการได้สืบทอดประเพณีที่มีความสวยงามเช่นนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าหากผลจากการจัดประเพณีปล่อยโคมลอยนี้ให้ผลเสียมากกว่าผลดี เราทุกคนก็ควรมีการรณรงค์และร่วมมือร่วมใจกันที่จะไม่ปล่อยโคมลอยนี้ให้ไปเกิดเป็นอัคคีภัยที่จะทำให้ชีวิตมนุษย์ สัตว์ป่า และทรัพย์สิน รวมไปถึงทรัพยากรทางธรรมชาตินั้นเสียหายจากน้ำมือมนุษย์อย่างเราๆอีกเลยจะเป็นการดีกว่า

ถกลเกียรติ วีวรรณ หนึ่งในผู้กำกับไทยที่รู้จักกันดี

สุดยอดตำนานผู้กำกับหนังซิตคอม ชื่อกระฉ่อน อาจจะเป็นเหล่าซิตคอมที่เก่าไปหน่อยแต่บอกเลยว่า ยาวนานหลายทศวรรตเลยทีเดียว

       แล้วก็ส่วนมากเป็นซิตคอมที่แจ้งเกิดให้กับดาราหลายๆคน จนดังได้จนถึงทุกวันนี้ นี่ก็ต้องยกความดีความชอบให้ผู้กำกับคนนี้เลย พี่ถกลเกียรติ วีรวรรณ ถึงจะเป็นผู้กำกับซิตคอม ไม่ได้กำกับหนังโรงก็ตาม แต่ฝีมือก็โดดเด่นคงที่สร้างเรทติ้งได้มากมายให้กับช่อง แล้วก็ยังมีผลงานการกำกับละครเวทีอีกด้วยซึ่งก็เป็นกระแสไม่น้อยเลยทีเดียว

       พูดถึงซิตคอม ก็ต้องบอกได้ว่า อยู่คู่กับคนไทยทั้งประเทศทุกยุคทุกสมัยเหมือนๆกับละครช่องเลยล่ะ แต่ว่าจะได้เรื่องความเบาสมอง ตลกขบขัน แล้วก็ยังสร้างสีสันให้กับชีวิตวัยต่างๆได้อย่างดี ซิตคอมที่เป็นผลงานของผู้กำกับคนนี้ ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ 3 หนุ่ม 3 มุม สุดยอดซิทคอมจริงๆ

       ที่ได้ดาราที่เป็นตำนานของวงการการแสดงอยู่ตลอดไปอย่าง พี่กบ ทรงสิทธิ์ พี่แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็น้องเล็กอย่าง พี่มอส ปฏิภาณ ซึ่งออกอากาศไปทั้งหมด 398 ตอน โอ้วแม่เจ้า ตั้งแต่ปี 2534 ยัน 2541 กินเวลาไป 7 ปี

ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงเรียกว่า 7 seasons กระมั้ง ตามมาด้วยซิตคอม บางรักซอย9 ที่ได้พี่แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ มาเป็นพระเอกประกบคู่กับ อ้อม พิยดา นางเองสาวสวยตลอดการของวงการบันเทิงเช่นกัน

 

       เรื่องนี้ก็นำเสนอการดำเนินชีวิตของพี่แท่งเรานั้นเอง กินเวลาไปหลายปีเช่นกัน ตั้งแต่ปี 2546 ถึง 2555 ก็เล่นไปซะ 9 ปี เยอะกว่า 3 หนุ่ม 3 มุม ซะอีก มีจำนวนตอนมหาศาลเลย แค่สองเรื่องนี้ ก็กินเวลาไป 20กว่าปี ก็ต้องถือว่าเป็นผลงานชั่วชีวิตของผู้กำกับคนนี้เลยก็ว่าได้

ไม่ว่ายังไง ต่อให้ซิตคอมได้จบตัวลงไปแล้ว แต่เรื่องราวนั้นก็ยังติดอยู่ในหัวทุกคนที่ได้ดูในยุคนั้นอย่างแน่นอน เนื้อเรื่องที่มีทุกอย่างครบถ้วน และก็สร้างอะไรๆมากมายให้กับสังคมไท

ศิลปะ ประเพณีและวัฒนธรรมอินเดีย

 

ประเทศอินเดียเมืองอารยธรรม ประเพณี วัฒนธรรม ที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่โบราณ เป็นต้นแบบประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรมที่แพร่กระจายไปตามที่ต่างๆทั่วโลก อินเดียเป็นประเทศที่ผู้คนต่างให้ความศรัทธาและความเชื่อให้ศาสนาอย่างแรงกล้า เพราะประเทศอินเดียถือเป็นแหล่งกำเนิดศาสนาที่สำคัญของโลกหลายศาสนา และศาสนาพุทธก็เช่นเดียวที่มีอิทธิพลแพร่ขยายเข้ามาสู่แผ่นดินสุวรรณภูมิตั้งแต่โบราณ

นอกจากศาสนาที่ได้รับมาจากประเทศอินเดียแล้ว ทั้งประเพณีและวัฒนธรรมก็ถูกส่งผ่านมาทางศาสนาอีกด้วย

แม้กระทั่งวรรณกรรมต่างๆที่ถูกเหล่าขานกันมาจนกลายเป็นมรดกล้ำค่าไม่สามารถชมได้ทั่วไปอย่างเช่นโขนโขนเป็นศิลปะทางการแสดงแขนงหนึ่งที่มีต้นกำเนิดเรื่อง จากวรรณที่เป็นอมตะอย่างรามเกียรติซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากรามายณะวรรณคดีมหากาพย์ที่เล่าขานสืบต่อกันมายาวนานหลากหลายพื้นที่ของชมพูทวีป

การแสดงโขนจะแสดงเพียงรามเกียรติเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น และจะแบ่งแยกออกเป็นตอนๆไป ศิลปะการแสดงโขนไม่ได้ถูกแสดงในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีการแสดงแบบนี้ในลักษณะเดียวกันนี้กะจายไปตามที่ต่างๆในแทบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเช่นในประเทศหกัมพูชา และอินโดนีเซียก็มีการแสดงโขนเช่นเดียวกัน

ดังนั้นจึงถือได้ว่าประเทศอินเดียเป็นแหล่งอารยธรรมที่มีอิทธิพลอย่างในแทบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา 

นอกจากวรรณกรรมที่ถูกถ่ายทอดและส่งต่อไปยังสถานที่ต่างๆทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว

ปติมากรรมต่างๆ ทั้งภาพวาด การปั้น หรือแม้โบราณสถานต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นก็ยังได้รับอิทธิพลมากจากประเทศอินเดีย ปติมากรรมที่แสดงได้อย่างเด่นชัด และทรงอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมอย่างแท้จริงนั่นก็คือรูปปั้นพระพุทธรูปพระพุทธรูปถือเป็นตัวแทนขององค์ศาสดาแห่งศาสนาพุทธที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์

เพื่อเอาไว้เป็นสักการะบูชาแก่พุทธศาสนิกชนชาวพุทธ รูปปั้น พระพุทธรูปถูกทำขึ้นและแพร่กระจายไปตามความศรัทของคนที่นับถือศาสนาพุทธ ทั้งในประเทศไทย พม่า และกัมพูชา ที่ประชากรส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธ

 

ประเพณีต่างๆที่ถูกสืบทอดกันมาอย่างช้านาน การนับถือศาสนาและความเชื่อที่ถูกส่งต่อมานั้น ไม่เพียงแค่ถูกต่อทางความเชื่ออย่างเดียวและยังถูกถูกถ่ายทอดวิถีปฏิบัติ การนับถือการบูชา ประเพณีที่เห็นได้อย่างเด่นชัดในไทยที่เป็นพิธีกรรมความเชื่อความศรัมธาของผู้คนในไทยที่มีต่อเทพเจ้าฮินดูนั่นก็คืองานนวราตรีเป็นพิธีกรรมที่ถูกเกิดจากแรงศรัทธาของผู้ที่นับถือพระแม่อุมาเทวีเป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสรรเสริญในพระบารมีของพระแม่อุมาเทวี เพื่อขอพรและให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักรักษา เป็นความเชื่อส่งถูกถ่ายทอดมาจากศาสนาพาร์มฮินดู ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย ซึ่งงานจะถูกจัดขึ้นในทุกๆปีบริเวณห้าวัดแขก และถูกแห่ไปตามทางถนนเส้นสีลม เพื่อเป็นการบูชาและสรรเสริญพระแม่อุมาเทวีทั้ง 9 ปาง เหตุที่จะต้องจัดงานขึ้นในช่วง วันที่ 10-19 ตุลาคม ของทุกปีนั้น เพราะเชื่อกันว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหา เคราะห์กรรม โรคร้ายต่างๆ หรือถึงขั้นสูญเสียสิ่งที่รักในชีวิตไป และเพื่อความร่มเย็นและเป็นสิริมงคลและช่วยคุ้มครองชีวิตตนเองและคนที่รัก จึงจำเป็นต้องปฏิบัติพืธีกรรมนี้อย่างบริสุทธิ์ใจ 

The Other หนังสยองขวัญยอดฮิต

หนังสยองขวัญที่ใช้อารมณ์และบรรยากาศในตัวบ้านแล้วก็การกระทำตัวของตัวละครแต่ละตัวสร้างความน่ากลัวแบบจับใจเลยล่ะ โดยไม่ได้อาศัยผีน่ากลัวอะไรมากมายก็เป็นความหลอนอันน่าประหลาดจริงๆ

หนังเรื่องนี้หลอนขนาดที่การันตีการได้รางวัลหนังสยองขวัญยอดเยี่ยมของ โกยา แล้วก็ได้รางวัลอีกมากมาย

การที่พิจารณาได้รางวัลเนื่องจาก หนังเรื่องนี้ถูกสร้างมาได้ลงตัวมากๆ ทั้งเนื้อเรื่องที่ซ่อนปมอะไรไว้อย่างมากมายจนใครที่ได้ดูก็อย่างที่จะดูอีกเพื่อไปตามหารายละเอียดที่มองข้าม แล้วก็บรรยากาศและโทนสีในการใช้เล่าเรื่อง หนังที่มีแต่ความเงียบ คำพูดน้อยมากๆ เล่าเรื่องด้วยพฤติกรรมล้วนๆ สร้างความสยองแบบอธิบายไม่ถูกทำให้ประเทศสเปนให้รางวัลนี้กับหนังเรื่องนี้ไปอย่างไม่มีข้อสงสัยเลยล่ะ

ถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะไม่มีภาษาสเปนเลยก็ตาม ใครดูหนังเรื่องนี้แล้วก็คงจะรู้สึกได้ถึงความสยดสยองในสิ่งที่มองไม่เห็นอย่างแน่นอน

หนังเรื่องนี้บทนำเรื่องโดยคุณแม่ลูกสองที่ป่วยออดๆแอดๆไม่ได้ออกมาเจอแสงแดดจนกลายเป็นโรคโดนแดดไม่ได้ซะอย่างนั้น ซึ่งช่วงนั้นก็ก็เป็นช่วงที่อยู่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว นางก็ต้องเสียสามีให้กับสงครามไปโดยไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง แต่ครอบครัวนี้ก็ดันอยู่ในบ้านเก่าๆที่ดูบรรยากาศชวนขนหัวลุก แล้วยุคสงครามก็ทำให้น้ำไฟโดนตัดหมด ไม่ต้องพูดถึงโทรศัพเลยยล่ะ ยิ่งแล้วใหญ่ตรงที่มีคนรับใช้ที่ดูไม่ชอบมาพากลอย่างแรง ดูแล้วยังไงๆก็ต้องมีปมอะไรอย่างแน่นอน เรื่องราวสุดพีคขึ้นไปอีกขึ้นเมื่ออยู่ดีๆสามีที่คิดว่าตายไปแล้วในสงครามก็ได้กลับมา โดยที่มีนิสัยท่าทางที่แปลกออกไปเหมือนกับเป็นวิญญาณกลับมาบ้านยังไงอย่างนั้นเลย 

ดูจนจบเรื่องก็ดูเหมือนจะคลายปนแต่ก็ยังงงๆจนต้องรีบกลับมาดูอีกรอบเลยล่ะ เพราะฉนั้นจงไปหาดูกันซะนะ แล้วจะหลอนไม่ลืมเลย

การฟังดนตรีเพื่อความผ่อนคลาย

การฟังเพลงเป็นวิธีการผ่อนคลายวิธีหนึ่งที่ทำให้เราลดความเครียดได้เป็นอย่างมาก และเป็นวิธีเบสิคที่คนเราส่วนใหญ่ใช้ในการผ่อนคลาย การเครียดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา แต่เราจะกำจัดมันได้ด้วยวิธีไหน เพราะการที่เราเครียดมากๆอาจส่งผลให้เราได้เกิดโรคต่างๆตามมา บางคนที่มีความเครียดจัดอาจส่งผลถึงแก่ชีวิตได้

การกำจัดความเครียดด้วยการฟังเพลง

ไม่ว่าจะเป็นการเครียดแบบไหนก็ตามเราสามารถใช้เพลงกำจัดความเครียดได้ระดับหนึ่งด้วยการฟังเพลงที่เราชื่นชอบหรือแนวสบายๆ ไม่ควรฟังเพลงแนวที่ทำให้เราเครียดมากขึ้นหรือแนวที่ทำร้ายความรู้สึกของเรามากขึ้น เพราะนอกจากจะไม่ช่วยอะไรได้เลยยังจะทำให้ความรู้สึกเราเครียดหนักไปกว่าเดิมเสียอีก เรียกว่าเครียดไม่ลดไม่ช่วยผ่อนคลายเลยก็ว่าได้

การฟังเพลงแนวชิวๆสามารถลดความเครียดและทำให้เราใจเย็นลงมาได้ บางทีการที่เราคิดวนเวียนจมปรักอยู่กับเรื่องราวเดิมๆมากเกินไปก็ทำให้เราเกิดการเครียดแบบสะสม ดังนั้นวิธีการทำให้คลายเครียดได้ดีกว่าวิธีอื่นและไม่ต้องลงทุนอะไรเลยนั้นก็คือการฟังเพลงแนวคลาสสิค เพราะแนวนี้จะเป็นแนวที่ทำให้เราใจเย็นหรือลืมเรื่องราวที่ทำให้เราเครียดได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญเพลงช่วยบำบัดให้เรานอนหลับง่ายขึ้นได้อีกด้วยนะ

ดนตรีบำบัดความเครียด

คุณทราบหรือไม่ว่าดนตรีนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับกันในโรงพยาบาลในเรื่องของการบำบัดความเครียดได้ เพราะแพทย์ส่วนใหญ่บำบัดคนป่วยด้วยการใช้ดนตรีบำบัดให้คนป่วยฟังเพื่อลดความเครียดและทำให้สงบสติอารมณ์ได้ในระดับที่น่าพึงพอใจ หลายเครทที่ไม่เป็นถึงขั้นรุ่นแรงก็จะแนะนำให้ฟังเพลงเวลาที่มีความเครียดสะสม หรือเวลาที่นอนไม่หลับ เพราะการฟังเพลงแนวคลาสสิคก่อนนั้นเป็นการบำบัดให้คุณหลับง่ายขึ้น และจะตื่นมาอารมณ์ดีขึ้นอีกด้วย

แนวเพลงที่ฟังควรมีลักษณะดังนี้

หากคุณต้องการบำบัดเรื่องของความเครียดเพื่อลดความเครียดลงก็ควรฟังแนวอคูสติกเพราะเป็นเพลงที่ทำให้คุณรู้สึกดี และสามารถทำให้คุณอารมณ์จากร้อนแรงก็ผ่อนคลายค่อยๆเย็นลงได้เป็นอย่างดี 

หากคุณต้องการบำบัดเรื่องของการนอน ก็สามารถฟังเพลงอะไรก็ได้ที่คุณมีความชื่นชอบ เพียงแค่ฟังแล้วทำให้คุณรู้สึกสบายมากขึ้น อาจจะได้ทุกแนวเพลงเลยก็ว่าได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงแนวที่ทำร้ายความรู้สึกของตนเอง

หากคุณต้องการเปิดให้ลูกน้อยวัยเด็กหรือเบบี๋ของคุณนั้น ควรเปิดแนวโมสาร์ท เพราะเพลงเหล่านี้สามารถทำให้เส้นประสาทหรือต่อมรับฟังของเด็กวัยเล็กพัฒนามากขึ้น และแนวเพลงโมสาร์ทนี้ก็เป็นที่ยอมรับในการเปิดให้เด็กเล็กฟังเพราะเป็นการพัฒนาสมองของเด็กช่วยให้เด็กฉลาดขึ้นได้เป็นอย่างดี ผลวิจัยยอมรับกับเพลงแนวนี้มากที่สุด

ศิลปะบำบัด

เวลาที่คนเราเกิดความเครียดมักจะทำอะไร บางคนเลือกที่จะนอนเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนบางคนเลือกที่จะระบายมันออกมา หรือบางคนก็เลือกที่จะหาอะไรทำเพื่อให้ลืมความเครียดนั้นทุกวิธีที่กล่าวมาล้วนเป็นทางออกที่ดี
แต่ทราบหรือไม่ว่าอีกวิธีหนึ่งที่ที่สามารถช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและหายเครียดได้ก็คือการใช้ศิลปะบำบัดหรือที่เรียกกันว่า Art therapy นั่นเอง

คนเราเมื่อมีอาการเครียดสะสมมากๆมักจะส่งผลเสียต่อสภาวะทางจิตใจและอารมณ์ซึ่งอาจเป็นสาเหตุก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ การที่จะใช้วิธีศิลปะบำบัดนั้น ถือเป็นอีกวิธีที่ดีไม่น้อยเพราะการใช้ศิลปะบำบัดเป็นการรักษาทางจิตเวชในรูปแบบหนึ่งโดยมีการใช้กิจกรรมทางศิลปะในการค้นหาข้อบกพร่อง หรือความผิดปกติทางจิตใจได้

การเลือกใช้กิจกรรมที่เหมาะสม

ก็จะช่วยฟื้นฟูสภาพทางจิตใจได้ตรงจุดมากขึ้นศิลปะนั้นคือหนทางแห่งการปลดปล่อยอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด และความต้องการเมื่อมีการแสดงออกผ่านผลงานศิลปะแล้ว สิ่งที่ถูกสื่อออกมาก็จะนำไปตีความหมายวิเคราะห์จนออกมาได้ว่าความรู้สึก ความคิด หรือสภาพจิตใจเราในเวลานั้นจริงๆแล้วมีปัญหาอย่างไร ศิลปะจะช่วยดึงสิ่งที่ซ้อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจนั้นออกมาได้

แต่ทั้งนี้การใช้ศิลปะบำบัดก็เป็นเพียงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ถ้าจะให้มีประสิทธิภาพที่มากขึ้นก็ต้องมีการประสานงานกันระหว่างนักศิลปะบำบัด และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่การประเมินผลการใช้ศิลปะบำบัด ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่กระบวนการ และกิจกรรมของศิลปะโดยไม่ได้เน้นไปที่คุณค่า ความสวยงาม หรือผลงานในศิลปะชิ้นนั้นๆเลย

ซึ่งรูปแบบกิจกรรมทางศิลปะก็จะประกอบไปด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย และค่อนข้างที่จะครอบคลุมทั้งทางด้านทัศนศิลป์ ที่เป็นการวาด การปั้น การระบายสีซึ่งด้านนี้จะช่วยให้เราได้สาดความรู้สึกออกมาได้อย่างอิสระ รวมไปถึงการได้ฝึกสมาธิอีกด้วย
ถ้าเป็นในด้านของดนตรี ก็จะเป็นการได้ระบายความรู้สึกผ่านตัวโน๊ตจากการเล่นดนตรี

การได้ร้องเพลงเพื่อปลดปล่อยอารมณ์

หรือแม้แต่การฟังเพลงแล้วได้ปลดปล่อยตัวเองไปตามความรู้สึกในตอนนั้นโดยการเต้นขยับร่างกายไปตามจังหวะเสียงเพลง ซึ่งเราก็สามารถเลือกที่จะทำการบำบัดได้ทุกวิธีตามสภาพปัญหาที่ที่แตกต่างกันก็ต้องเลือกรูปแบบการบำบัดที่ตัวเองรู้สึกชอบ ทำแล้วผ่อนคลายรู้สึกได้ถึงการปลดปล่อย การใช้ศิลปะบำบัดสามารถทำได้ตั้งแต่เบื้องต้นที่เรารู้สึกเครียด

ไม่ต้องรอที่จะไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือนักศิลปะบำบัดก็ได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ความเครียดเริ่มก่อตัวขึ้นลองสุดลมหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนลมหายใจออกเบาๆแล้วหยิบอุปกรณ์ในการฟังเพลงที่ใกล้มือเราที่สุดขึ้นมากดฟังเพลงที่เราชอบปล่อยตัวเองไปกับบทเพลงนั้นเพียงเท่านี้ศิลปะบำบัดก็ได้ถูกหยิบขึ้นมาใช้แล้ว