ป้ายกำกับ: เรื่องที่น่าสนใจ

ศิลปะแขนง ภาพถ่าย

ศิลปะแขนง ภาพถ่าย คืออะไร

อย่างที่หลายๆคนทราบกันว่า ศิลปะ ไม่ได้มีแค่การวาดรูป บทความนี้จะมาพูดถึงศิลปินแขนงของงานภาพถ่ายกัน ภาพถ่าย หรือ Photography เป็นศิลปะที่เกิดขึ้นครั้งแรกในทวีปแถบทางยุโรป และเป็นเช่นเดียวกับศิลปะแขนงอื่นๆอีกด้วย

หลายๆครั้งมีการตั้งคำถามเรื่องงานภาพถ่ายขึ้นมาว่า ภาพถ่ายนั้นถือว่าเป็นศิลปะจริงหรือ การสร้างความสงสัยนี้นั้นมาจากที่ภาพถ่ายนั้นเกิดจากการถ่ายภาพโดยเครื่องมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์

การถูกยอมรับให้ภาพถ่ายเพิ่มเข้ามาเป็นอีกหนึ่งแขนงของผลงานทางศิลปะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ปิดกั้นและแคบมากที่สุดเท่าที่จะยอมรับได้ ซึ่งสืบเนื่องมาจากความไม่เข้าใจความหมายของภาพถ่ายอย่างถ่องแท้ ซึ่งอันที่จริงแล้วภาพถ่ายเป็นศิลปะที่มีลักษณะที่โดดเด่นและพิเศษเฉพาะทาง มีความแตกต่างจากศิลปะแขนงอื่นๆหลายอย่าง

เพราะความแตกต่างเหล่านี้แหละที่ทำให้ใครหลายคนถึงตั้งคำถามขึ้นมาว่าภาพถ่ายถือว่าเป็นศิลปะจริงๆหรือไม่ แต่หากได้ทำการประมวลแล้วจะสามารถแยกนำมาพิจารณาได้ดังนี้

ปีกัสโซ่ (Picasso) คงไม่มีใครไม่รู้จักกันหรอกใช่หรือไม่ เขาคือศิลปินเอกของโลก

ได้ถึงพูดถึงของงานภาพถ่ายเอาไว้เมื่อปีพ.ศ.2482 ว่า “เมื่อเราสามารถเห็นสิ่งที่เราปรารถนาแสดงออกมาจากภาพถ่ายได้ นั้นแสดงให้เห็นได้อย่างเด่นชัดแล้วว่า จิตรกรหมดภาระแล้ว” ถึงแม้ว่าสิ่งที่ปีกัสโซ่จะไม่ได้เป็นความจริงไปเสียทั้งหมด

เพราะในปัจจุบันก็ยังมีจิตรกรที่รังสรรค์ผลงานภาพวาดออกมาอยู่เรื่อยไป แต่คำพูดของปัสโซ่นั้นมีความหมายและมีความสำคัญในอีกแง่คือ ขนาดปีกัสโซ่ยังสามารถมองเห็นว่าศิลปะในงานภาพถ่าย และให้ความสำคัญกับภาพถ่าย จึงไม่มีข้อกังขาใดๆมาโต้แย้งแล้วว่าภาพถ่ายนั้นเป็นงานศิลปะหรือไม่แต่อย่างใด

ในเรื่องของชีวิตและจิตวิญญาณในภาพถ่าย สามารถอธิบายได้ดังนี้

การเล่าเรื่องราวหรือเนื้อหาที่ต้องการสื่อสารออกมานั้น ผู้ถ่ายภาพจะต้องนำมาบรรจุลงในภาพนั้นเอง ซึ่งผู้ถ่ายภาพจะต้องมีความคิด ใช้จินตนาการ ต้องได้รับแรงบันดาลใจจากสภาพของสิ่งแวดล้อมและสังคมรอบข้าง และต้องทำความใจมันอย่างถ้องแท้ก่อนที่จะนำความรู้สึกเหล่านั้นถ่ายทอดลงไปบนภาพถ่ายอีกที หากเป็นในด้านนี้แล้วจึงจะกล่าวได้ว่า ศิลปินที่จะสามารถสร้างความสมจริง

เรื่องราวเหตุการณ์จริงของชีวิตและจิตวิญญาณให้แก่ภาพถ่ายได้ เช่นนั้นแล้วภาพถ่ายจึงไม่ใช่เพียงแค่รายงานที่แสดงความเป็นอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น แต่ภาพถ่ายยังสามารถสื่อสารและสอดแทรกให้กับเราได้อย่างรอบด้านทั้งแนวความคิด ความรู้สึกของผู้ถ่ายที่ต้องการถ่ายทอดออกมาผ่านทางภาพถ่าย ให้เกิดเป็นศิลปะที่จะสอดคล้องกับสภาพสังคม เพื่อเป็นการเสนอชี้แนะถึงปัญหา

สิ่งที่ดีงามและยกระดับของมมนุษย์ความเป็นมนุษย์ ซึ่งเหตุผลเหล่านี้ดังนั้น ภาพถ่ายย่อมสมควรที่จะได้รับการยอมรับได้แล้วว่าเป็นอีกหนึ่งแขนงงานศิลปะ

 

 

สนับสนุนโดย ทดลองเล่นบาคาร่าฟรี

การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ของนักออกแบบ

แนวทางการเป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการถกเถียงแล้วก็เข้าใจผิดกันมากพอสมควร ซึ่งการที่ผนักงานเงินเดือนหลายๆคนได้ออกมาจากงานประจำเพื่อมาทำตามความฝันทั้งหลายก็จะคิดว่าการออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์นั้น

มีความอิสระแล้วก็ได้ใช้สมองอย่างเต็มที่ ไม่ได้อุดอู้อยู่กับออฟฟิสที่มีกฎระเบียบแล้วก็ต้องทำงานตามแบบแผน เพราะว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นซะทีเดียวละนะ เพราะการออกมาสู่โลกภายนอกโดยเดินทางเอง ลองผิดลองถูกเองนั้น

เราจะต้องเดินหลงทางกันบ่อยแน่นอน เพราะว่าบริษัทนั้นได้ลองผิดลองถูกกันมาเยอะแล้วจึงมีแบบแผนที่แน่นอน เพียงแต่ไม่ได้ถูกใจเราเท่านั้นเอง ดังนั้นการออกไปหาประสบการณ์เองนั้นก็จะต้องมีวันแย่ๆของการเดินผิดทางด้วย แต่นั้นแหละครับเป็นหัวใจของคำว่าประสบการณ์เลยล่ะ เพราะความผิดพลาดเป็นบ่อเกิดของประสบการณ์ที่เราจะไม่มีวันลืมยังไงล่ะ

ซึ่งก็มีข้อควรระวังในการออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่บ้าง

เพราะว่าถ้าเราคิดนอกกรอบมากไปจนมีทางที่หลากหลายจนทำให้เราเดินทางผิดถูกเยอะเกินไปหรือว่าแต่ละทางไม่เกี่ยวข้องกันเลย ก็จะเป็นการเสียเวลามากเกินไป เราควรมีความคิดนอกกรอบที่เป็นการแตกแขนงออกจากเส้นทางหลักเดิมๆเพื่อให้ประสบการณ์เหล่านั้นมีความเกี่ยวข้องกัน แล้วนั้นจะกลายเป็นประสบการณ์ที่เพิ่มพูนเป็นเท่าตัวแทน

นั้นหมายถึงว่าจะคิดนอกกรอบอะไรก็ตามควรนึกถึงจุดยืนของการเป็นนักออกแบบของเรา กว่าที่เราจะหาประสบการณ์จนมีมากพอทีจะได้เป็นเจ้าของธุรกิจจริงๆบอกเลยว่าเจ็บมาเยอะเลยล่ะ แล้วยังต้องหาประสบการณ์จากความผิดพลาดไปเรื่อยๆเพราะว่าทุกวันนี้ตลาดมีการแข่งขันสูงมากๆ แล้วก็จงพึ่งคิดไว้เลยว่าการที่คุณออกมาสร้างธุรกิจตัวเองนั้นไม่มีทางที่มันจะสบายกว่าการอยู่ออฟฟิสเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างแน่นอน

อิสระมาพร้อมกับความเสียงด้วย อิสระมากเกินไปก็อาจจะทำให้ความเสี่ยงในการใช้ชีวิตนั้นอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไม่ใช่เรื่องสบายอย่างแน่นอน จงระวังในการเดินทางสายนี้อีกด้วย

 

สนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้โดย ole777

ศิลปะภาพถ่าย

       การถ่ายภาพเป็นสิ่งที่หลายๆคนรู้สึกชื่นชอบ บางคนชอบมากจนอาจจะยึดการถ่ายภาพเป็นอาชีพไปเลย หรือบางคนอาจจะแค่ชื่นชอบที่จะถ่ายภาพเพื่อเก็บเอาช่วงเวลา หรือเพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่างๆในช่วงขณะเวลาต่างๆนั้นเอาไว้ดู

ซึ่งอาจจะเกิดจากความประทับใจจนต้องถ่ายภาพเก็บไว้ หรือเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญเลยต้องถ่าย แต่สำหรับช่างถ่ายภาพที่เปรียบเสมือนศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะนั้น ไม่เพียงแต่มีเหตุผลว่าอยากจะถ่ายภาพเท่านั้น แต่เป็นการถ่ายทอดเพื่อสื่ออารมณ์ของภาพถ่ายออกมาด้วย ซึ่งเราจะมาทำความรู้จักกับ “ศิลปะภาพถ่าย”

ศิลปะภาพถ่ายได้มีการถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในทวีปยุโรปซึ่งก็เหมือนกับศิลปะในแขนงอื่นๆ

โดยที่นับตั้งแต่มีการเริ่มวิวัฒนาการก็เริ่มมีคำถามเกิดขึ้นมาว่า ภาพถ่ายนั้นถือว่าเป็นศิลปะด้วยหรือ ในช่วงที่มีการถ่ายภาพเกิดขึ้นแรกๆนั้น ยังไม่มีการยอมรับภาพถ่ายให้เป็นผลงานศิลปะสาเหตุเป็นเพราะว่าภาพถ่ายนั้นมีการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ดูเป็นทางของฝั่งวิทยาศาสตร์มากจึงทำให้การที่จะยอมรับว่าภาพถ่ายที่เกิดขึ้นเป็นงานศิลปะยังไม่มีขึ้น

ซึ่งนั่นก็เนื่องมาจากการเกิดความไม่เข้าใจเกี่ยวกับศิลปะของภาพถ่ายนั่นเอง โดยที่ต่อมาผู้คนก็ได้ทำความเข้าใจกับภาพถ่ายมากขึ้น โดยที่มีการให้ความจำกัดความของภาพถ่ายว่าให้เป็นสื่อในการใช้เพื่อกำหนดอารมณ์ ความรู้สึก และทัศนคติ ที่เกิดจากประสบการณ์ในระหว่างบุคคล และกับกลุ่มคนต่างๆได้หลายรูปแบบมากขึ้น

โดยที่มีการนำภาพถ่ายมาใช้ในการเผยแพร่ความรู้ทางทัศนคติ และอารมณ์ความรู้สึกซึ่งใช้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยตรงกับตัวศิลปินที่มีการใช้ภาพถ่ายนั้นเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดอารมณ์ทางความคิดและทัศนคติได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการบรรยายด้วยคำพูด จากนั้นจึงทำให้มีศิลปินอีกเป็นจำนวนมากที่มีการนำเอาภาพถ่ายของตัวเองออกมาเป็นสื่อที่ใช้ในการถ่ายทอดศิลปะนั่นเอง

นอกจากนี้แล้วในระบบสารสนเทศเองก็ได้ให้ความสำคัญกับภาพถ่ายด้วย โดยที่มีการใช้ภาพถ่ายในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโลก อีกทั้งยังมีเกี่ยวกับการให้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยที่เราพบเห็นได้ทั่วไปเลยก็คือ การที่ถ่ายภาพของบุคคลเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่เกิดเรื่อยมาจนกระทั้งแก่ ซึ่งภาพเหล่านี้นั้นจะกลายเป็นข้อมูลในทางประวัติศาสตร์สำหรับบุคคลต่อไปแน่นอนว่าเมื่อเวลาผ่านไปก็ยังสามรถที่จะค้นหาภาพเหล่านั้นกลับมาเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวในอดีตได้นั่นเอง

สำหรับการเก็บข้อมูลในระบบของสารสนเทศนั้นในกระบวนของการถ่ายทอดเพื่อสื่อสารมีการถือว่าภาพถ่ายได้ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการเล่าเรื่องราวมีความเทียบเท่ากับการบรรยายโดยการใช้คำพูดเลยก็ว่าได้

          อย่างไรก็ตามความสำคัญของภาพถ่ายนั้นสามารถที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นได้ดีกว่าภาพในรูปแบบอื่น ซึ่งไมเพียงแต่ใช้ในการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของศิลปินเท่านั้น แต่ยังสามารถที่จะใช่ภาพถ่ายในการสร้างประโยชน์อื่นได้อีกเช่น การใช้ภาพถ่ายเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีในเหตุการณ์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งการใช้ภาพถ่ายในการเป็นสื่อโฆษณาโน้มน้าวใจ

โดยที่ในปัจจุบันนั้นภาพถ่ายสีที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับธรรมชาติมักที่มีอิทธิพลมากสำหรับใช้ในการถ่ายทอดความคิดความรู้สึกทางทัศนคติ อีกทั้งภาพถ่ายสีที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับธรรมชาตินี้เองก็มีการสร้างภาพพจน์ให้เกิดความใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงได้ดีกว่า

 

สนับสนุนโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

ประเพณีลอยโคม

      หากจะพูดถึงประเพณีไทยที่ขึ้นชื่อ และเลื่องลือในด้านของความสวยงามประเพณีหนึ่งที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือ “ประเพณีลอยโคม” เพราะช่วงเวลาที่โคมที่ถูกปล่อยให้ลอยขึ้นไปสู่ท้องฟ้านั้นจะเกิดเป็นภาพที่สวยงามที่ทุกคนไม่อาจจะลืมภาพแห่งช่วงเวลานั้นไปได้เลย ซึ่งในส่วนช่างภาพหลายคนต่างก็รอคอยช่วงเวลานี้เพื่อที่จะได้ถ่ายเก็บภาพสวยๆเหล่านี้เพื่อนำไปเป็นผลงานของตนเอง

 “ประเพณีลอยโคม” นั้นเป็นประเพณีของทางภาคเหนือ

เป็นประเพณีพื้นบ้านที่เกิดขึ้นโดยชาวล้านนาจะมีการจัดประเพณีขึ้นในวันเพ็ญเดือน12 โดยที่การลอยโคมในแบบของชาวล้านนานั้นจะไม่ใช่การลอยโคมให้ลอยไปตามสายน้ำ หรือว่าเป็นการลอยกระทง

แต่การลอยโคมของชาวล้านนาจะเป็นการลอยโคมที่จะถูกปล่อยลอยขึ้นไปในอากาศ

ซึ่งตามประเพณีแล้วมีความเชื่อกันว่าเมื่อได้ทำการปล่อยโคมลอยขึ้นฟ้าจะเป็นการได้ปลดปล่อยความทุกข์ความโศกรวมไปถึงเรื่องร้ายๆที่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราให้หลุดออกไปจากตัว และถือได้ว่าเป็นการได้บูชาหรือแสดงความกตัญญู กตเวทีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วนั่นเอง

จากความเชื่อเกี่ยวกับพระธาตุแก้วจุฬามณี

ที่เชื่อกันว่าที่นั่นเป็นที่ที่บรรจุมวยผมของพระพุทธเจ้าที่ได้ทำการตัดออกก่อนออกผนวชโดยที่เจดีย์อยู่ที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั่นเอง จึงเกิดเป็นความเชื่อว่าชาวล้านนาที่เกิดในปีจอจะต้องใช้โคมลอยนี้ในการบูชาพระธาตุเกศแก้วจุฬามณี

โดยจะต้องทำการปล่อยโคมลอยไปให้ไกลที่สุด โดยในวันงานที่จัดประเพณีลอยโคมนั้นจะจัดให้มีการจุดไฟโคมแล้วทำการปล่อยขึ้นไปบนท้องฟ้าซึ่งจะทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนในวันนั้นสว่างไสวเต็มไปด้วยแสงไฟจากโคมลอยมีความสวยงาม

อีกทั้งประเพณีนี้ก็ได้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นทั้งในหมู่คนไทย และชาวต่างชาติเองต่างก็ให้ความสนใจอยากจะมาเห็นในความสวยงามที่เป็นดังเอกลักษณ์ของประเพณีไทยอย่างประเพณีการลอยโคมนี้กันเป็นอย่างมาก

แต่ในปัจจุบันนั้นประเทศไทยของเราได้มีการรณรงค์เรื่องการปล่อยโคมลอยในประเพณีการลอยโคม

ลอยกระทง รวมไปถึงมีหลายๆคนได้ออกมาห้ามไม่ให้ทำการปล่อยโคมลอยนี้อีก สาเหตุนั้นเนื่องมาจากว่ามีผู้ได้รับความเดือดร้อน และเสียหายจากดคมลอยที่ไปตกตามสถานที่ต่างๆจนเกิดเป็นปัญหาใหญ่อย่างอัคคีภัยขึ้นทั้งในพื้นที่ชุมชน

และในพื้นที่ทางเกษตรกรรมที่ชาวบ้านใช้ในการทำมาหากินกันชีวิตประจำวันนั่นเอง ทั้งนี้อีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือปัญหาขยะจากโคมลอยที่ดับแล้วไปตกนั้นมีเป็นจำนวนมากจนเกิดเป็นกองขยะและสร้างปัญหาให้ชาวบ้านหลายๆคน

         อย่างไรก็ตามการได้สืบทอดประเพณีที่มีความสวยงามเช่นนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าหากผลจากการจัดประเพณีปล่อยโคมลอยนี้ให้ผลเสียมากกว่าผลดี เราทุกคนก็ควรมีการรณรงค์และร่วมมือร่วมใจกันที่จะไม่ปล่อยโคมลอยนี้ให้ไปเกิดเป็นอัคคีภัยที่จะทำให้ชีวิตมนุษย์ สัตว์ป่า และทรัพย์สิน รวมไปถึงทรัพยากรทางธรรมชาตินั้นเสียหายจากน้ำมือมนุษย์อย่างเราๆอีกเลยจะเป็นการดีกว่า