พิธีทำศพของคนอียิปต์โบราณและปัจจุบันมีความแตกต่างกันอย่างมาก เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงทางศาสนา วัฒนธรรม และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นตลอดประวัติศาสตร์ ด้านล่างนี้จะอธิบายความแตกต่างอย่างละเอียดในแง่ของกระบวนการ ความเชื่อ และ เครื่องช่วยฟังที่เสียงรบกวนน้อยที่สุด สำหรับพิธีกรรมระหว่างสองยุคสมัยนี้
– อียิปต์โบราณ: คนอียิปต์โบราณมีความเชื่อมั่นในชีวิตหลังความตายอย่างลึกซึ้ง พวกเขาเชื่อว่าจิตวิญญาณของผู้ตายยังคงมีชีวิตอยู่และสามารถกลับมาสู่ร่างกายได้ในโลกหลังความตาย ความสำคัญในการเก็บรักษาร่างกายของผู้ตายจึงมีมาก
โดยมัมมี่ ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์ เพื่อให้วิญญาณสามารถกลับมาอาศัยได้ นอกจากนี้ยังเชื่อในพิธีชั่งน้ำหนักหัวใจ ซึ่งจะตัดสินว่าผู้ตายจะได้เข้าสู่ชีวิตนิรันดร์หรือไม่
– อียิปต์ปัจจุบัน: ความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายของคนอียิปต์ปัจจุบันมีพื้นฐานมาจากศาสนาอิสลาม ซึ่งเชื่อในวันฟื้นคืนชีพและการตัดสินของพระเจ้า การเก็บรักษาร่างกายไม่มีความสำคัญเท่ากับการทำบุญและการสวดมนต์เพื่อให้วิญญาณได้พบกับพระเจ้า และจะได้เข้าสู่สรวงสวรรค์
– อียิปต์โบราณ: การเตรียมศพเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและยาวนาน โดยเฉพาะการทำมัมมี่ซึ่งเป็นกระบวนการดองศพที่ใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เริ่มจากการนำอวัยวะภายในออก
ยกเว้นหัวใจ และบรรจุในภาชนะคาโนพิกจาร์ จากนั้นร่างกายจะถูกเคลือบด้วยเกลือธรรมชาติและห่อหุ้มด้วยผ้าลินิน การทำมัมมี่เป็นศิลปะที่ต้องใช้ฝีมือและความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ร่างกายของผู้ตายคงสภาพได้นานที่สุด
– อียิปต์ปัจจุบัน: ปัจจุบันกระบวนการทำศพเรียบง่ายและรวดเร็วตามหลักศาสนาอิสลาม โดยผู้ตายจะถูกฝังในเวลาที่เร็วที่สุดหลังจากการเสียชีวิต กระบวนการจะเริ่มจากการล้างศพและห่อด้วยผ้าขาวที่เรียกว่า “คัฟฟาน” การเผาศพไม่เป็นที่ยอมรับในศาสนาอิสลาม ดังนั้นการฝังศพจึงเป็นวิธีเดียวที่ใช้ในปัจจุบัน
– อียิปต์โบราณ: พิธีศพของคนอียิปต์โบราณเต็มไปด้วยรายละเอียดและพิธีกรรมเฉพาะเจาะจง โดยนักบวชจะมีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้ เช่น การทำพิธีบูชาเทพอนูบิส เทพเจ้าแห่งความตายและการทำมัมมี่ นอกจากนี้ พิธี “การเปิดปาก” เป็นพิธีที่ทำเพื่อให้ผู้ตายสามารถหายใจและพูดในโลกหลังความตายได้
– อียิปต์ปัจจุบัน: พิธีศพในปัจจุบันเป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งมีการสวดมนต์โดยอิหม่ามและครอบครัวของผู้ตาย พิธีจะเน้นความเรียบง่ายและความเคารพต่อผู้ตาย โดยไม่มีพิธีกรรมที่ซับซ้อน การสวดมนต์เพื่อขอพรให้ผู้ตายไปสู่สุคติเป็นส่วนสำคัญของพิธีนี้
– อียิปต์โบราณ: สุสานของคนอียิปต์โบราณมีความยิ่งใหญ่และซับซ้อน โดยเฉพาะพีระมิดที่เป็นสุสานของฟาโรห์ พีระมิดเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงที่ฝังศพ แต่ยังแสดงถึงพลังอำนาจและความสำเร็จของฟาโรห์ในชีวิต นอกจากนี้ยังมีสุสานแบบวิหารและห้องฝังศพที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้และสมบัติเพื่อการใช้ชีวิตหลังความตาย
– อียิปต์ปัจจุบัน: สุสานในปัจจุบันมีความเรียบง่ายมากกว่าสมัยโบราณ การฝังศพมักเกิดขึ้นในสุสานของชุมชนที่ได้รับการดูแลตามหลักศาสนาอิสลาม หลุมฝังศพเป็นที่เรียบง่ายและไม่มีการตกแต่งที่หรูหราหรือการเก็บของมีค่าร่วมกับศพ
– อียิปต์โบราณ: ครอบครัวและสังคมมีบทบาทสำคัญในการจัดพิธีศพ โดยเฉพาะในครอบครัวชั้นสูง พิธีการจะยิ่งใหญ่และใช้ทรัพยากรมากมาย เพื่อเป็นการแสดงถึงเกียรติยศของผู้ตายและครอบครัว
– อียิปต์ปัจจุบัน: ครอบครัวมีบทบาทในการดูแลการล้างศพและจัดการฝังศพ แต่พิธีศพจะเน้นความเรียบง่ายและสังคมมักเข้ามามีส่วนร่วมในการสวดมนต์และขอพรให้กับผู้ตาย
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างพิธีศพของคนอียิปต์โบราณและปัจจุบันอยู่ที่ความเชื่อในชีวิตหลังความตาย การจัดการศพ และพิธีกรรมที่แสดงออกถึงความศรัทธาทางศาสนา ทั้งสองยุคสมัยนี้สะท้อนถึงวิธีที่วัฒนธรรมและศาสนาได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา