ญี่ปุ่น ภาพมายาแห่งความมั่งคั่ง บนฐานรากที่กำลังสั่นคลอน

 

หากมองจากภายนอก ญี่ปุ่น ยังคงเป็นภาพจำของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ดูไร้เทียมทาน ถนนหนทางที่สะอาดสะอ้าน ระบบขนส่งสาธารณะที่แม่นยำระดับวินาที และนวัตกรรมล้ำสมัยที่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวัน

ตัวเลข GDP ของญี่ปุ่นยังคงรั้งอันดับต้นๆ ของโลก และเงินเยนก็ยังคงสถานะเป็น “Safe Haven” หรือสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนทั่วโลกเชื่อมั่น

 

แต่หากเรามองลึกลงไปใต้เปลือกนอกที่ดูสมบูรณ์แบบนั้น เราจะพบกับรอยร้าวที่แผ่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับสภาวะ รวยกระจุกตัว แต่เปราะบางกระจาย ซึ่งเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่อาจสั่นคลอนเสถียรภาพของประเทศในระยะยาว

 

ญี่ปุ่น ภาพมายาแห่งความมั่งคั่ง บนฐานรากที่กำลังสั่นคลอน

  1. วิกฤตประชากร: ระเบิดเวลาที่หยุดไม่ได้

หัวใจสำคัญของปัญหาที่ทำให้ญี่ปุ่นสั่นคลอนคือ โครงสร้างประชากร ญี่ปุ่นกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด  อย่างเต็มรูปแบบ อัตราการเกิดที่ต่ำเป็นประวัติการณ์รวมกับอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น ทำให้สัดส่วนวัยแรงงานลดลงอย่างรวดเร็ว

 

เมื่อวัยแรงงานลดลง แต่จำนวนผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพาสวัสดิการรัฐกลับเพิ่มขึ้น ภาระทางภาษีจึงตกหนักอยู่กับคนรุ่นใหม่ สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังกำลังการซื้อภายในประเทศ และทำให้ภาคธุรกิจขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก จนหลายบริษัทต้องพึ่งพาหุ่นยนต์หรือแรงงานต่างชาติซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่อ่อนไหวในสังคมญี่ปุ่น

 

 

  1. กับดักเงินเฟ้อและค่าแรงที่นิ่งสนิท

ในขณะที่ประเทศมหาอำนาจอื่นมีการปรับขึ้นค่าแรงตามกลไกเศรษฐกิจ แต่ญี่ปุ่นกลับตกอยู่ในภาวะ Deflationary Mindsetหรือทัศนคติเงินฝืดมานานกว่าสองทศวรรษ ราคาสินค้าอาจจะไม่แพงขึ้นมาก แต่ค่าแรงที่แท้จริงของชาวญี่ปุ่นแทบจะไม่ขยับเลยเมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ข้อเท็จจริงที่น่าตกใจ: พนักงานบริษัท  รุ่นปัจจุบันอาจมีรายได้เท่ากับหรือน้อยกว่าคนรุ่นพ่อเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ในขณะที่สวัสดิการและการจ้างงานตลอดชีวิต  ซึ่งเคยเป็นเสาหลักของความมั่นคงได้ล่มสลายลง แทนที่ด้วยการจ้างงานแบบชั่วคราวที่ไม่มั่นคง

 

  1. หนี้สาธารณะที่สูงเสียดฟ้า

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (มากกว่า 250% ของ GDP) รัฐบาลต้องกู้เงินมหาศาลเพื่อมาพยุงระบบสวัสดิการและกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา

แม้ว่าหนี้ส่วนใหญ่จะถูกถือครองโดยคนในประเทศเอง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกกดดันโดยต่างชาติ แต่ภาระดอกเบี้ยและภาระผูกพันทางการคลังนี้เองที่เป็นตัวฉุดรั้งการลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคตและ    hoiana เวียดนาม

 

  1. วัฒนธรรมองค์กรและช่องว่างทางเทคโนโลยี

แม้จะขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยี แต่ในเชิงการบริหารจัดการ ญี่ปุ่นกลับเผชิญกับ Digital Deficit หลายองค์กรยังยึดติดกับระบบอาวุโส การทำงานที่เน้นเอกสารกระดาษ และการใช้ตราประทับ  

ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่เน้นความเร็ว ความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีนี้ทำให้สตาร์ทอัพญี่ปุ่นโตได้ยากเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ หรือจีน

Proudly powered by WordPress | Theme: Wanderz Blog by Crimson Themes.