Month: พฤศจิกายน 2020

ประเพณีการไหว้ครู

เมื่อเราพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับประเพณีวันไหว้ครูเรานั้นจะมีความคุ้นเคยกันอยู่แล้วนั่นเองเพราะว่าการไหว้ครูจะมีประจำทุกปี และมีเพียงปีละครั้งนั่นเอง 

ดังนั้นการที่เราเป็นศิษย์เราก็ควรที่จะไหว้ ครูกันอยู่แล้ว  เพราะว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประเพณีก็ได้นั่นเอง เพราะว่าปีหนึ่งมีเพียงครั้งเดียว  ในการที่เราไหว้ครูก็อย่างที่เรารู้ว่าครูเป็นคนที่อบรมสั่งสอนเรามาตั้งแต่เล็กนั่นเอง  เพราะว่าเมื่อเราพอที่จะรู้เรื่องพ่อแม่ของเราก็จะส่งให้เราไปเรียนนั่นเอง โดยเป็นการที่เราไปเรียนก็จะต้องมีการเรียนหนังสือเกี่ยวกับการที่เราต้องอยู่กับคนอื่นที่เราไม่รู้จัก  หรือว่าเป็นการที่ครูคอยที่จะสอนว่าจะเป็นอย่างไรนั่นเอง  

      ถ้าจะให้เราพูดง่ายว่าเราอยู่กับครูมากกว่าที่เราอยู่กับพ่อแม่อีกเพราะว่าครูเราอยู่กันตั้งแต่เช้าจนเย็นแต่ว่าพอแม่อยู่แค่เวลาที่เราออกจากบ้านและเวลาที่เราเข้าบ้านนั่นเอง  ครูจะเป็นคนที่คอยสอนเรื่องการเรียน  การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเพื่อน  การที่เราต้องทำตามกฎ หรือว่าจะเป็นการพูด การกินต่างๆนั่นเอง  ดังนั้นเมื่อเราเข้าไปเรียนครูก็จะเป็นคนที่คอยสอนเด็กอย่างเรา เปรียบสะเหมือนเป็นแม่อีกคนนั่นเอง   

    ดังนั้นก็เลยมีพิธีในการไหว้ครูอย่างที่เรารู้นั่นเอง เป็นการขอโทษคุณครูในแต่ละปีที่เรากะทำอะไรลงไปนั่นเอง โดยจะมีพิธีนี้เกิดขึ้นทุกที่ทุกโรงเรียน  โดยที่เราต้องมีดอกไม้ธูปเทียน  หญ้าแพรก ดอกมะเขือ  และดอกเข็มนั่นเองเป็นการที่เราไปไหว้ครู  ในเมื่อก่อนจะเป็นการที่เราหาเองนั่นเอง แต่ว่าเดี่ยวนี้ก็สามารถที่จะหาซื้อกันได้ง่ายตามร้าน

เพราะว่าบางคนเขาก็ทำขายนั่นเอง  และต้องมีตัวแทนในแต่ละห้องที่มีการจัดพานเพื่อที่จะเป็นการแสดงเกี่ยวกับการจงรักภักคดีต่อคุณครูนั่นเอง  และเราก็จะส่งนักเรียนหรือว่าตัวแทนของห้องไป ก็จะมีเด็กผู้ชายหนึ่งคนและเด็กผู้หญิงหนึ่งคน เป็นตัวแทนของห้องโดยเป็นการถือพานไปกราบไหว้คุณครูนั่นเอง   

    จากนั้นก็จะมีการพูดเกี่ยวกับเรื่องของวันครูโดยที่เป็นนักเรียนเป็นคนที่ทำการพูดเพื่อที่จะเป็นการบรรยายต่างๆให้แก่เด็กฟังนั่นเองเพราะว่าการที่เราเข้าไปเรียนคุณครูต้องคอยที่จะทำการสอนเราแต่ละคนอย่างไรนั่นเอง  หรือว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการการเรียนการใช้ชีวิตที่อยู่ร่วมกับเพื่อน 

การที่เราต้องออกไปอยู่ข้างนอกและเมื่อเราโตขึ้นเพราะว่าเราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งรอบข้างอีกมากมายนั่นเอง  ดังนั้นคุณครูก็จะเป็นคนที่คอยอบรมสั่งสอนเรานั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ufabet เว็บตรง

ความน่าสนใจของศิลปะ Ero Guro

ศิลปะแนว Ero Guro Nansensu เรียกแบบง่ายๆ คือ งานศิลปะ Guro เราจะสามารถเห็นงานเหล่านี้ได้ตามวารสารสำหรับคนมีอายุ ซึ่งงานศิลป์  Guro  จะเล่นประเด็นหลักสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้ายแรงที่พบได้จริงในสังคม และอาจจะไม่ได้มีให้เห็นนักในหมู่คนไทย เนื่องจากผลงงานนั้นค่อนข้างมีความสยอง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับวัฒนธรรมของไทยสักเท่าไหร่

หลายคนก็อาจจะทราบดีแล้วว่าศิลปะแนวนี้จะเป็นศิลปะแนวสยอง เพราะพูดถึงในเรื่องหลังความตาย แต่ว่าหากได้ชื่นชมผลงานแนวนี้ไปสักระยะจะพบว่าศิลปะแนวนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพียงเพราะจะให้ดูน่ากลัวเท่านั้น แต่งานเหล่านี้มักจะซ่อนเร้นนัยยะวิพากษ์สังคมเอาไว้ด้วย

ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่อาจที่จะสามารถการันตีได้ว่าผลงานแนวนี้มีแต่ควาน่ากลัวเท่านั้น แต่ผลงานนี้ยังคงต้องการการแปลความหมายของศิลปะแนวนี้ด้วย แนวความคิดที่ที่ลึกซึ้งของศิลปะแนว Ero Guro ถ้ามองดูภาพรวมแล้ว ก็เสมือนเพียงแค่วาดอะไรให้สยองขวัญ ฉูดฉาดแนวจิตนิดๆ หรือหากร้ายแรงหน่อยจะต้องมีอวัยวะที่ขาดออกมาจากกันอยู่ในองค์ประกอบ 

แม้กระนั้นถ้าเกิดมองดูแบบลงลึกไปอีกนิดหน่อย มันมีอะไรน่าดึงดูดมากยิ่งกว่าความน่ากลัวนั้น เนื่องจากในงานแนวนี้จะบ่งบอกถึงความ ไม่เที่ยง หรือ ความแปลกประหลาดของสังขารอย่างปกติแล้ว และก็ชอบที่จะมีการวิพากษ์วิจารณ์มุมมองของสังคมที่มีต่อเรื่องเพศ หรือบางครั้งบางคราวก็ผ่านไปจิกกัด หรือล้อเลียนแนวความคิดระบบทุนนิยมด้วย แต่ว่าในหลายๆครั้ง ผู้ที่สร้างงานแนวนี้ก็ชอบบรรยายว่างานของพวกเขามิได้มีควาหมายอะไรเป็นพิเศษ

การเกิดขึ้นของงานศิลปะแนว Ero Guro Nansensu นั้น มีผู้สันนิษฐานไว้ว่า เป็นผลงานคนญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 100 ปีที่แล้ว ในบางบุคคลก็เห็นว่าแนวความคิดผลงานนี้อยู่ในวัฒนธรรมประเทศญี่ปุ่นมานานกว่านั้น เนื่องจากมักจะพบในงานศิลป์ชุนกะ หรือภาพแนวร่วมเพศของประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ชอบมีอะไรที่แปลกประหลาดเกินจินตนาการ และลึกลับกว่าที่จะสามารถเกิดขึ้นได้จริง ราวกับว่าได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าอนาคตของโลก มนุษย์จะเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ผลงานศิลปะแนว Guro ก็ยังคงปรากฏอยู่ในผลงานศิลปะของชาวญี่ปุ่นตลอดมา เพราะผลงานนั้นมีความน่าสนใจมากกว่าการวาดภาพแนวสยอง แต่กลับมีความนึกคิดของผู้สร้างผลงานซ่อนไว้อยู่และรอให้ผู้คนที่ได้พบเห็นนั้น ถกเถียงแสดงความคิดเห็นกัน นี่จึงอาจเป็นสาเหตุที่งานศิลป์แนวนี้ยังคงมีการสืบทอดและมีผู้สนใจกันมาตลอดไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sexybaccarat

ประวัติพระเจ้าอโศกมหาราช

      สำหรับประวัติของพระเจ้าอโศกมหาราชนั้นแต่เดิมพระองค์ถือได้ว่าเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีจิตใจโหดเหี่้ยมเป็นอย่างมากพระองค์ชอบทำศึกสงครามขยายอาณาเขตกับคนอื่นไปทั่วซึ่งพระองค์ได้รับสมญานามว่าจันทราโศกราช

แต่ต่อมาภายหลังนั้นพระองค์ได้รู้จักกับพระพุทธศาสนานับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพระองค์ถือด้วยว่าเป็นผู้ที่อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาและเป็นผู้ที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาให้คนรู้จักกันอย่างแพร่หลายจนต่อมาสมญานามของพระองค์ก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นธรรมมาโศกราชหรือที่สามารถแปลได้นั่นก็คือว่าพระเจ้าอโศกผู้ทรงธรรมซึ่งประวัติความเป็นมาของพระเจ้าอโศกมหาราชนั้น

พระองค์เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าพินทุสารพระองค์มีจิตใจคอที่โหดร้ายแล้วพระองค์นั้นฟังฆ่าคนหลายร้อยคนเพียงเพราะไม่พอใจหากใครไม่เชื่อฟังหรือพระองค์รู้สึกว่าผู้คนเหล่านั้นมีความกระด้างกระเดื่องไม่อ่อนน้อมให้กับพระองค์พระองค์ก็จะสั่งประหารชีวิตทันทีมีการเล่ากันว่าครั้งหนึ่งมีนางกำนัลคนหนึ่งไม่มีการไปหักกิ่งไม้

ซึ่งเก่งดังกล่าวนั้นเป็นกิ่งไม้ของต้นอโศกเมื่อพระเจ้าอโศกมหาราชทรงรู้เรื่องก็เกิดความไม่พอใจสั่งให้ทหารไปจับนางกำนันคนดังกล่าวมาเผาทั้งเป็นทันทีและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพระองค์จึงได้รับสมญานามว่าอโศกผู้ดุร้ายส่วนสาเหตุที่พระองค์ได้เปลี่ยนมาจากคนดุร้ายมาเป็นคนที่มีใจบุญสุนทานโอบอ้อมอารีนั่น

ก็เพราะว่าพระองค์ได้ไปทำศึกสงครามที่แคว้นกาลิงกะ หลังจากที่พระองค์เห็นประชาชนต่างพากันล้มตายจากการทำศึกสงครามเป็นจำนวนมากพระองค์ก็เริ่มคิดได้และเริ่มสนใจเกี่ยวกับเรื่องของพระธรรมมันขึ้นซึ่งในครั้งนั้นพระองค์ได้พบกับสามเณรรูปหนึ่งซึ่งสามเณรองค์ดังกล่าวนั้นมีลักษณะสงบกิริยามารยาทเรียบร้อย

และพระองค์ได้ฟังธรรมเทศนาจากสามเณรรูปนั้นจนในที่สุดก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธาต่อมาพระองค์ก็ได้พบกับพระสมุทรเถระและได้ฟังพระธรรมเทศนาอีกรอบหนึ่งยิ่งทำให้พระองค์นั้นเข้าใจถึงพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพระองค์ก็เลิกออกไปสู้รบแต่หันมาสร้างวัดสร้างเจดีย์แทน

และที่สำคัญในขณะที่พระองค์ยังคงครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์อยู่นั้นพระองค์ได้มีการบวชและมีการเล่าถึงพระองค์ว่าช่วงที่พระองค์กำลังจะสิ้นพระชนม์นั้นพระองค์ได้มีการจะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับพระพุทธศาสนาแต่เหล่าขุนนางได้ทำการคัดค้านทำให้พระองค์นั้นทรงกริ้วและพระองค์เสียชีวิตขณะที่กำลังเกี่ยวอยู่จึงทำให้พระองค์เสียชีวิตไปแล้ว

กลับมาเกิดใหม่กลายเป็นงูเหลือมต่อมางูเหลือมตัวดังกล่าวนั้นได้ไปฟังธรรมเทศนาอีกครั้งหนึ่งทำให้หลังจากที่งูเหลือมตัวดังกล่าวตายไปก็ไปเกิดเป็นเทวดาอยู่บนสรวงสวรรค์นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub ทดลองเล่นฟรี

ตุ๊กตากลางบึงในรัฐ อลาบาม่า 

 ในปี 2014  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการพบเห็นสิ่งแปลกประหลาดเกิดขึ้นในบึงแห่งหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ตั้งของรัฐ อลาบาม่า ประเทศสหรัฐอเมริกา   ซึ่งตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับรายงานและเข้าไปเจอนั้น ที่บึ่งดังกล่าวปรากฏว่ามีใครก็ไม่รู้ได้นำตุ๊กตามาผูกติดกับไม้ไผ่ แล้วได้นำตุ๊กตาเหล่านั้นไปปักไว้ตรงบริเวณกลางบึง

ซึ่งตุ๊กตาที่ถูกนำมาปักนั้นมีทั้งหมด 21 ตัวด้วยกัน และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าวพบว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ของบริษัทๆ หนึ่งที่เปิดกิจการทำเกี่ยวกับไม้ ซึ่งทางด้านเจ้าของที่เองก็บอกว่าพวกเขาเองก็เห็นว่าตุ๊กตาทั้ง 21 ตัวนั้นถูกนำมาผูกติดกับไม้แล้วนำมาปักเอาไว้ที่กลางบึงแห่งนี้นานแล้ว

แต่ไม่ได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะไม่ได้มีเรื่องอะไร ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามที่จะติดตามหาว่าใครกันที่นำตุ๊กตาทั้ง 21 ตัวนั้นไปไว้ในบึงแต่ก็ไม่สามารถค้นหาข้อมูลเจอได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้เพียงแค่ เอาตุ๊กตาทั้งหมดขึ้นมาเท่านั้น  และก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการนำตุ๊กตาทั้งหมดขึ้นมาจากบึงนั้น

ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวเล่าว่า พวกเขามักจะได้ยินเสียงร้องโหยหวนมาจากทางด้านกลางบึงดังกล่าวและยังเคยมีชาวบ้านบางคนก็เคยพบเห็นดวงไฟประหลาดลอยอยู่ที่บริเวณกลางบึงอีกด้วย และบางคนก็เห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่คนอยู่แถวบริเวณกลางบึงเช่นเดียวกัน ซึ่งที่บึงแห่งนี้มีเรื่องเล่าน่ากลัวที่ชาวบ้านมักจะพบเห็นกันอยู่เป็นประจำนั่นเอง

  ซึ่งที่บึงแห่งนี้ยังมีตำนานเล่ากันอีกว่า จะมีดวงวิญญาณของคุณแม่คนหนึ่งที่จะคอยวนเวียนตามหาลูกลูกของเธออยู่ใกล้ใกล้กับบริเวณบึงแห่งนี้เพราะว่าลูกลูกของเธอหลงทางหายไป และทำให้วิญญาณของเธอนั้นไม่ยอมไปผุดไปเกิด และยังมีตำนานบอกอีกว่าที่บึงแห่งนี้จะเป็นบึงน้ำศักดิ์สิทธิ์และหากใครก็ตามที่นำน้ำในบึงนี้ไปดื่มกิน

จะทำให้คนทีดื่มน้ำในบึงแห่งนี้มีชีวิตที่เป็นอัมตะนิรันดร์ แต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำตุ๊กตาทั้ง 21 ตัวขึ้นมาจากหนองน้ำหรือในบึงดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านบอกว่าพวกเขาก็ไม่เคยได้ยินเสียงร้องโหยหวน และไม่เคยเห็นลูกไฟ หรือแม้แต่สิ่งแปลกประหลาดที่ลอยไปมาที่บึงน้ำแห่งนั้นอีกเลย

ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างมากทีเดียว แต่ตามตำนานไม่ได้บอกว่า สุดท้ายแล้วตุ๊กตาทั้ง 21 ตัวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำขึ้นมาจากบึงนั้น พวกเขานำตุ๊กตาเหล่านั้นไปไว้ที่ไหน และที่อยู่ใหม่ของตุ๊กตาพวกนั้น มีใครได้พบเห็นสิ่งประหลาดหรือได้ยินเสียงร้องโหยหวนหรือไม่

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  sa gaming สูตร