หมวดหมู่: ศิลปะ

แนวเพลงที่น่าสนใจ

การฟังเพลงนั้นเป็นสิ่งที่มีมานานมากแล้ว แต่รูปแบบการฟังนั้นจะแตกต่างกันออกไปตามยุคตามสมัย การฟังเพลงนั้นเป็นการฟังเพื่อให้เกิดความผ่อนคลายทางอารมณ์และทำให้จิตใจ

โดยส่วนใหญ่แล้วนั้นผู้ที่ชอบในการฟังเพลงมักจะมีแนวเพลงที่ตนเองชอบหรือโปรดปรานอย่างน้อย1แนวเพลงและอาจจะมีแนวเพลงที่ชอบมากกว่านั้นด้วย เพราะการที่เราชอบหรือหลงไหลในการฟังเพลงแล้ว การฟังเพลง1แนวเพลงสามารถพาเราไปในหลายๆแนวเพลงบนโลกใบนี้ได้นั่นเอง

ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นทั้งในไทยหรือต่างประเทศก็มักมีการเกิดแนวเพลวใหม่ๆขึ้นอยู่เสมอ เนื่องจากการทำเพลงแบบในยุคเก่าๆเริ่มมีความน่าเบื่อทำให้คนฟังเพลงนั้นเลิกฟังเพลงไหรือหากิจกรรมอย่างอื่นทำอทน แต่เมื่อมีการเกิดและการทำเพลงแนวใหม่ๆขึ้นมา เพลงที่มีการเปลี่ยนแปลงในทั้งด้านดนตรี

จังหวะ เนื้อร้อง รวมถึงการเอาเครื่องดนตรีที่มีความแปลกใหม่เข้ามาผสมผสานกันให้เกิดดนตรีแนวใหม่ๆด้วยนั่นเอง เมื่อเพลงเริ่มมีความแปลกใหม่วงการเพลงทั้งคนฟังและคนทำเพลงเริ่มมีการแข่งขันที่สูงขึ้น คนฟังก็จะไปหาฟังส่วนคนทำเพลงห็อาจจะต้องเจอคนเลียนแบบหรือทำตามอีกมากมายด้วย

ในปัจจุบันถือว่าแนวเพลงที่น่าสนใจนั้นมักจะเป็นแนวเพลงที่มีการผสมผสานเครื่องดนตรีหรือการผสมผสานเนื้อร้องที่แปลกและแตกต่าง เช่น เพลงดนตรีช้าๆแต่มีการเพิ่มเนื้อหรือท่อนแร็ปเข้ามาในเพลง ทำให้เพลวนั้นรู้สึกมีความพิเศษขึ้นและดูแปลกใหม่จากเดิม เมื่อฟังไปแล้วอาจจะเกิดอารมณ์ร่วมหรือคล้อยตามเพลงไปนั่นเอง

และถือว่าการนำเพลงทั่วๆไปที่ประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีที่แปลกใหม่และเนื้อร้องหรือท่อนแร็ปเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก ทำให้เพลงนั้นไม่ใช่เพลงขอคๆเดียวแต่จะกลายเป็นเหมือนของคนสองคนหรือที่เค้าเรียกกว่าการ Feautring นั่นเอง ถือว่าในยุคนี้การ Ft. ระหว่างนักร้อปกติกับนักร้องแร็ปนั้นเป็นที่นิยมทำกันอย่างมาก

และเมื่อมีคนทำแน่นอนว่าต้องมีผู้ฟังด้วย และไม่ว่าจะเป็นเพลงของใครที่มีการ Ft. กันนั้นส่วนมากก็จะดังเป็นพลุแตกเลยทีเดียว อาจจะเป็นเพราะว่าถ้าหากเป็นเพลงช้าในช่วงแรกอาจจะฟังแล้วรู้สึกหน่วงรู้สึกเศร้าแต่พอเมื่อมีท่อนแร็ปเข้ามามันเลยทำให้ดูไม่ได้เป็นเพลงเศร้าทั้งหมดและการแต่งRhythm Rap ต้องชื่นชมคนแต่งอย่างมาก

เพราะถือเป็นสิ่งที่สามารถเพิ่มความน่าสนใจในเพลงนั้นที่มีการแร็ปด้วยได้เป็นอย่างดี และถือว่าวงการเพลงแร็ปในปัจจุบันนั้นเป็นแนวเพลงที่ถึงแม้จะมีมานานแล้วก็ตามแต่ก็กลับมาได้รับความนิยมมากกว่าเมื่อก่อนเสียอีก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่า sa gaming

ปลูกต้นไม้มงคลเสริมฮวงจุ้ยให้กับบ้าน

การปลุกต้นไม้ภายในบริเวณบ้านนอกจากจะสร้างความสวยงามแล้วยังเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านหลังดังกล่าวได้อีกด้วย

ดังนั้นเราจึงมาดูกันว่าวันนี้ทางเว็บ  ufabet  ของเรามีต้นไม้อะไรที่จะมาแนะนำให้คุณนำไปปลูกในบริเวณบ้านแล้วต้นไม้เหล่านั้นช่วยเสริมสร้างความเป็นมงคลให้กับผู้อยู่อาศัยภายในบ้านได้อย่างไรบ้าง

1 ต้นกล้วยไม้  กล้วยไม้มีมากมายหลายสายพันธุ์เราอาจจะเลือกสายพันธุ์ที่เป็นสายพันธุ์ที่เหมาะกับประเทศไทยก็ได้โดยเลือกกล้วยไม้ที่เหมาะกับการปลูกในพื้นที่เขตร้อนกล้วยไม้เป็นต้นไม้ที่ปลูกได้ไม่ยากเพียงแค่การแยกหนอทำต้นก็สามารถที่จะได้กล้วยไม้หนึ่งต้นมาปลูกได้แล้วซึ่งการปลุกกล้วยไม้มีความเชื่อกันว่าหากปลุกกล้วยไม้ภายในบ้านจะช่วยให้คนในบ้านเกิดความรักความสามัคคีคอยช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกันทำให้คนในบ้านมีแต่ความสุขความเจริญรักใครกลมเกรียวกัน

2 ต้นแก้ว การปลูกต้นแก้วไว้ในบริเวณบ้านจะช่วยให้บริเวณบ้านมีกินหอมเพราะนิยามคือกินของดอกแก้วจะกระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณใกล้เคียงมันแก้วปลูกง่ายเป็นต้นไม้ขนาดเล็กและเป็นต้นไม้ที่ชอบแสงแดดและน้ำปานกลางมีความทนทานแข็งแรงไม่ต้องดูแลมากความเชื่อในเรื่องของการปลูกต้นแก้วไว้ในบ้านนั้นเชื่อว่าจะช่วยเสริมฮวงจุ้ยของบ้านให้มีแต่ความเป็นสิริมงคล

จะมีแต่การดึงดูดสิ่งดีดีเข้ามาให้กับคนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวและยังเชื่อกันอีกว่าต้นแก้วจะช่วยขัดเกลาให้กับคนในบ้านมีจิตใจที่บริสุทธิ์ผุดผ่องมีความรักให้กรุงเกรียวกันช่วยเหลือกันและหากบ้านไหนปลูกต้นแก้วไว้บ้านนั้นก็จะมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข          

3 ต้นโมกสำหรับต้นโมกเป็นต้นไม้ขนาดกลางที่คนส่วนใหญ่นิยมปลูกไว้เป็นรั้วรอบรอบบ้านต้นโมกดอกจะมีกินหอมและต้นไม้เป็นต้นไม้ที่ไม่ได้ดูแลอะไรมากเลยไม่ต้องรดน้ำบ่อยก็สามารถยืนต้นอยู่ได้แถมดอกออกตลอดปีมีความหอมในเวลากลางคืนความเชื่อในเรื่องของการไปปลูกต้นโมกข์ไว้ภายในบริเวณบ้านเชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องคุ้มครองคนในบ้านให้มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขเธอมีแต่ความสุขกายสบายใจและช่วยขจัดปัดเป่าทุกข์โศกให้กับคนในบ้าน

4 ต้นดาวเรืองเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายมากๆเพียงแค่นำดอกไปตากแห้งแล้วมาลอยลงดินก็สามารถปลูกต้นดาวเรืองได้แล้วการดูแลก็เพียงรถน้ำปานกลางสลับดาวเรืองจะชอบแดดจัดและความเชื่อเกี่ยวกับการปลูกดาวเรืองภายในบ้านนั้นเชื่อกันว่าจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองมีแต่ความก้าวหน้ามีเงินทองไหลมาเทมาเพราะสีของดาวเรืองเป็นสีเหลืองอรามเรืองรองหากปลูกต้นดาวเรืองไว้ในบริเวณบ้านแล้วจะมีแต่ความเป็นศิริมงคล     

สื่อถึงอารมณ์ของนองแบบได้ชัดเจน

สื่อถึงอารมณ์ของนองแบบได้ชัดเจน หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

ในหลายๆงานระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นผลงานใหม่หรือผลงานเก่า จะเห็นได้ว่า ผลงานถ่ายแบบ Portrait เหล่านั้นที่มีการสื่อถึงอารมณ์เป็นหลัก จะเป็นภาพขาวดำเกือบจะทั้งนั้นเลย เรียกได้ว่า 99เปอร์เซ็นเลยละกัน อาจจะเว่อไป แต่ผมขอนับในงานที่ผมมองว่าสื่ออารมณ์ได้ดีละกันนะ การที่เป็นแบบนั้น ที่ช่างภาพที่ถ่ายด้วยโจทย์ของการสื่ออารมณ์นั้นใช้ภาพขาวดำ

ก็เพราะมันมีเหตุผลของมันอยู่นะ หลักๆแล้วก็เป็นเรื่องเดียวกับสิ่งที่เคยบอกไปแล้ว มันคือเรื่องของการรบกวนของสีในภาพ ที่คนมองภาพจะมีความคิดถึงเรื่องสีอยู่ตลอดที่มองภาพ ทำให้ไม่ได้คิดถึงความหมายหรืออารมณ์ของภาพที่เต็มที่ ซึ่งมันก็เพราะเห็นผลนี้แหละ แต่ว่า เหตุผลนี้มันก็สามารถแยกออกมาเป็นเหตุผลอื่นๆอีกหลายอย่าง เพราะมันคือการใช้ข้อดีตรงนี้ในการสร้างผลงานขึ้นมานั้นเอง

การที่ไม่มีสี เราจะสามารถมองเห็นภาพที่ความหมายและอารมณ์ของมันอย่างแท้จริง ข้อนี้เป็นเหตุให้เกิดเป็นการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ของข้อดีข้อนี้ นั้นก็คือการใช้แสงและเงาบนตัวแบบที่สื่ออารมณ์ร่วมกับการแสดงของตัวแบบ ถ้าเกิดเศร้า ก็ทำแสงให้หม่นไว้ เป็นเงาตกเยอะสักหน่อย

และการใช้เอกลักษณ์ของการเลนส์เก่าๆที่อาจจะทำให้เกิดอะไรแปลกๆ เช่นโบเก้ที่เป็นหัวหอม หรือโบเก้ที่เป็นแบบวนๆ และมีอีกหลายลักษณ์แล้วแต่เลนส์ยุคเก่าๆนั้น เพื่อนำมาสร้างเป็นส่วนเสริมของอารมณ์ในภาพ อย่างการสร้างภาพที่มีความโลเล จะสื่อให้นางแบบนั้นอยู่ในโลกที่ทำให้เกิดความงุนงง สร้างความโลเลในการใช้ชีวิต

ก็ใช้โบเก้วนๆสร้างเป็นภาพขาวดำที่สื่อได้อย่างชัดเจนว่า อยู่ในพื้นที่ที่มีความโลเล แต่ถ้าเกิดภาพสี โบเก้วนเหล่านั้นอาจจะมีสีที่ไม่ได้ทำให้เกิดความโลเลนั้นได้ อย่างสีสดใสทั้งหลาย นี่คือข้อดีของภาพขาวดำยังไงล่ะ ที่ทำให้ไม่ว่าใช้ส่วนประกอบไหนมาช่วยเพิ่มอารมณ์ตัวแบบ ก็จะได้มาแบบเต็มๆเลย ไม่มีดร็อป ดังนั้นแล้ว เราเหมือนจะรีดอารมณ์ของภาพและสิ่งที่นางแบบจะสื่อได้เต็มร้อยจริงๆ

แน่นอนแหละว่า มีช่างภาพที่เขาถ่ายแบบภาพสีด้วยโจทย์นี้ได้ด้วยเช่นกัน และสื่อออกมาได้เต็มร้อยเหมือนกัน แต่เขาต้องคิดหลายต่อหลายองค์ประกอบเพื่อที่จะทำให้คนมองมุ่งไปทางสื่ออารมณ์มากกว่าอยากจะมองสี ซึ่งเป็นเรื่องยากอย่างมาก แต่ทำได้ก็ถือว่าเทพเลยล่ะ เพราะยังไงก็แล้วแต่ ภาพสีก็มีเสน่ห์ของมันนะ

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ฮวงจุ้ยกับเลขที่บ้าน

  การดูฮวงจุ้ยไม่ได้ดูแค่เรื่องการหาสถานที่ที่เหมาะสม หรือแค่เรื่องการจัดวางสิ่งของตามจุดที่เหมาะสม ภายในบ้านเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงเลขที่บ้านที่ส่วนเกี่ยวข้องกับฮวงจุ้ยอีกด้วย ซึ่งหากเราได้ลองศึกษาตามหลักฮวงจุ้ยแล้วจะพบว่าเลขที่บ้านก็มีส่วนสำคัญต่อศาสตร์ของฮวงจุ้ย ต่อผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านหลังนั้นเป็นอย่างยิ่ง

ซึ่งหลักการดูฮวงจุ้ยกับตัวเลขนั้นมีผลเกี่ยวพันกันหมดไม่ว่าจะเป็นเลขที่บ้านหรือเลขทะเบียนรถรวมถึงหมายเลขของเบอร์โทรศัพท์มือถือ ซึ่งวันนี้  Gclub ฝากขั้นต่ำ50  ของเราจะนำความรู้เกี่ยวกับฮวงจุ้ยตัวเลขที่บ้านมาแนะนำให้ทราบกันค่ะ

            เพราะมีความเชื่อกันที่ว่า ตัวเลขนั้นสามารถกำหนดชะตาชีวิตของคนเราได้เหมือนกัน ตัวเลขจะมีพลังที่จะส่งเสริมให้เรามีโชคลาภ วาสนา มีเงินทองมากมาย หรือจะส่งผลให้เราอับโชค ก็ขึ้นอยู่กับตัวเลขทีเราใช้งานด้วย ซึ่งจะเห็นจากวัฒนธรรมของต่างประเทศที่จะไม่นิยมเลข 13 เพราะถือว่าเลขนี้ไม่เป็นมงคล

ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่ที่มีความเชื่อเกี่ยวกับฮวงจุ้ยมักจะหลีกเลี่ยงเลข 13 นี้เช่นตึกบางแห่ง จะมีการสร้างชั้นโดยจะกำหนดชั้นข้ามเลข 13 ไปเลยเช่น มีชั้น 12 แล้วก็เป็นชั้น 14 จะมีมีระบุชั้น 13 เอาไว้เพราะต่างก็มีความเชื่อกันว่าเลข 13จะทำให้โชคร้าย ส่วนฮวงจุ้ยเลขที่บ้านนั้นมีความเชื่อกันว่าบ้านไหนที่มีเลข 8 จะนำมาซึ่งความร่ำรวย และหากมีเลข 9 จะนำมาส่งความสมบูรณ์และมีอายุที่ยืนยาวของคนที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน

ส่วนเลข 2 เน้นเกี่ยวกับชีวิตรักที่สุขสมหวังและเลข 6 จะเป็นตัวเลขที่คอยขจัดปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากคนในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ก็ยังมีความเชื่ออื่นๆเกี่ยวกับตัวเลขของบ้านอีกว่า หากใครที่ซื้อบ้านแล้วชอบซื้อบ้านเลขที่ที่มีตัวเลขเดียว มักจะมีแนวโน้มว่าเจ้าของบ้านหลังนั้นหากจะขายบ้านจะมีโอกาสทำกำไรจากการขายบ้านได้ราคาที่สูงกว่าปกติ

ซึ่งโดยปกติแล้วคนที่มีความเชื่อเรื่องตัวเลขของบ้านมักจะพยายามให้บ้านเลขที่มีเลข 8 เยอะๆเพราะเลขนี้มีเยอะจะทำให้ร่ำรวยเงินทอง   อย่างไรก็ดีนอกจากเลข 13 ที่ชาวต่างประเทศไม่นิยมใช้กันแล้ว

เพราะถือว่าเป็นเลขอัปมงคล ยังมีเลข 4 อีกเลขที่ชาวจีนมีความเชื่อกันว่าเป็นเลขอัปมงคลและไม่นิยมใช้เช่นกันเพราะในภาษาจีน เลข 4 จะมีการออกเสียงคล้ายกับคำว่าตายนั่นก็คือ ซี้ จึงทำให้คนจีนไม่นิยมใช้เลขนี้กันนัก 

ศิลปะแขนง ภาพถ่าย

ศิลปะแขนง ภาพถ่าย คืออะไร

อย่างที่หลายๆคนทราบกันว่า ศิลปะ ไม่ได้มีแค่การวาดรูป บทความนี้จะมาพูดถึงศิลปินแขนงของงานภาพถ่ายกัน ภาพถ่าย หรือ Photography เป็นศิลปะที่เกิดขึ้นครั้งแรกในทวีปแถบทางยุโรป และเป็นเช่นเดียวกับศิลปะแขนงอื่นๆอีกด้วย

หลายๆครั้งมีการตั้งคำถามเรื่องงานภาพถ่ายขึ้นมาว่า ภาพถ่ายนั้นถือว่าเป็นศิลปะจริงหรือ การสร้างความสงสัยนี้นั้นมาจากที่ภาพถ่ายนั้นเกิดจากการถ่ายภาพโดยเครื่องมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์

การถูกยอมรับให้ภาพถ่ายเพิ่มเข้ามาเป็นอีกหนึ่งแขนงของผลงานทางศิลปะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ปิดกั้นและแคบมากที่สุดเท่าที่จะยอมรับได้ ซึ่งสืบเนื่องมาจากความไม่เข้าใจความหมายของภาพถ่ายอย่างถ่องแท้ ซึ่งอันที่จริงแล้วภาพถ่ายเป็นศิลปะที่มีลักษณะที่โดดเด่นและพิเศษเฉพาะทาง มีความแตกต่างจากศิลปะแขนงอื่นๆหลายอย่าง

เพราะความแตกต่างเหล่านี้แหละที่ทำให้ใครหลายคนถึงตั้งคำถามขึ้นมาว่าภาพถ่ายถือว่าเป็นศิลปะจริงๆหรือไม่ แต่หากได้ทำการประมวลแล้วจะสามารถแยกนำมาพิจารณาได้ดังนี้

ปีกัสโซ่ (Picasso) คงไม่มีใครไม่รู้จักกันหรอกใช่หรือไม่ เขาคือศิลปินเอกของโลก

ได้ถึงพูดถึงของงานภาพถ่ายเอาไว้เมื่อปีพ.ศ.2482 ว่า “เมื่อเราสามารถเห็นสิ่งที่เราปรารถนาแสดงออกมาจากภาพถ่ายได้ นั้นแสดงให้เห็นได้อย่างเด่นชัดแล้วว่า จิตรกรหมดภาระแล้ว” ถึงแม้ว่าสิ่งที่ปีกัสโซ่จะไม่ได้เป็นความจริงไปเสียทั้งหมด

เพราะในปัจจุบันก็ยังมีจิตรกรที่รังสรรค์ผลงานภาพวาดออกมาอยู่เรื่อยไป แต่คำพูดของปัสโซ่นั้นมีความหมายและมีความสำคัญในอีกแง่คือ ขนาดปีกัสโซ่ยังสามารถมองเห็นว่าศิลปะในงานภาพถ่าย และให้ความสำคัญกับภาพถ่าย จึงไม่มีข้อกังขาใดๆมาโต้แย้งแล้วว่าภาพถ่ายนั้นเป็นงานศิลปะหรือไม่แต่อย่างใด

ในเรื่องของชีวิตและจิตวิญญาณในภาพถ่าย สามารถอธิบายได้ดังนี้

การเล่าเรื่องราวหรือเนื้อหาที่ต้องการสื่อสารออกมานั้น ผู้ถ่ายภาพจะต้องนำมาบรรจุลงในภาพนั้นเอง ซึ่งผู้ถ่ายภาพจะต้องมีความคิด ใช้จินตนาการ ต้องได้รับแรงบันดาลใจจากสภาพของสิ่งแวดล้อมและสังคมรอบข้าง และต้องทำความใจมันอย่างถ้องแท้ก่อนที่จะนำความรู้สึกเหล่านั้นถ่ายทอดลงไปบนภาพถ่ายอีกที หากเป็นในด้านนี้แล้วจึงจะกล่าวได้ว่า ศิลปินที่จะสามารถสร้างความสมจริง

เรื่องราวเหตุการณ์จริงของชีวิตและจิตวิญญาณให้แก่ภาพถ่ายได้ เช่นนั้นแล้วภาพถ่ายจึงไม่ใช่เพียงแค่รายงานที่แสดงความเป็นอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น แต่ภาพถ่ายยังสามารถสื่อสารและสอดแทรกให้กับเราได้อย่างรอบด้านทั้งแนวความคิด ความรู้สึกของผู้ถ่ายที่ต้องการถ่ายทอดออกมาผ่านทางภาพถ่าย ให้เกิดเป็นศิลปะที่จะสอดคล้องกับสภาพสังคม เพื่อเป็นการเสนอชี้แนะถึงปัญหา

สิ่งที่ดีงามและยกระดับของมมนุษย์ความเป็นมนุษย์ ซึ่งเหตุผลเหล่านี้ดังนั้น ภาพถ่ายย่อมสมควรที่จะได้รับการยอมรับได้แล้วว่าเป็นอีกหนึ่งแขนงงานศิลปะ

 

 

สนับสนุนโดย ทดลองเล่นบาคาร่าฟรี

ศิลปะภาพถ่าย

       การถ่ายภาพเป็นสิ่งที่หลายๆคนรู้สึกชื่นชอบ บางคนชอบมากจนอาจจะยึดการถ่ายภาพเป็นอาชีพไปเลย หรือบางคนอาจจะแค่ชื่นชอบที่จะถ่ายภาพเพื่อเก็บเอาช่วงเวลา หรือเพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่างๆในช่วงขณะเวลาต่างๆนั้นเอาไว้ดู

ซึ่งอาจจะเกิดจากความประทับใจจนต้องถ่ายภาพเก็บไว้ หรือเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญเลยต้องถ่าย แต่สำหรับช่างถ่ายภาพที่เปรียบเสมือนศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะนั้น ไม่เพียงแต่มีเหตุผลว่าอยากจะถ่ายภาพเท่านั้น แต่เป็นการถ่ายทอดเพื่อสื่ออารมณ์ของภาพถ่ายออกมาด้วย ซึ่งเราจะมาทำความรู้จักกับ “ศิลปะภาพถ่าย”

ศิลปะภาพถ่ายได้มีการถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในทวีปยุโรปซึ่งก็เหมือนกับศิลปะในแขนงอื่นๆ

โดยที่นับตั้งแต่มีการเริ่มวิวัฒนาการก็เริ่มมีคำถามเกิดขึ้นมาว่า ภาพถ่ายนั้นถือว่าเป็นศิลปะด้วยหรือ ในช่วงที่มีการถ่ายภาพเกิดขึ้นแรกๆนั้น ยังไม่มีการยอมรับภาพถ่ายให้เป็นผลงานศิลปะสาเหตุเป็นเพราะว่าภาพถ่ายนั้นมีการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ดูเป็นทางของฝั่งวิทยาศาสตร์มากจึงทำให้การที่จะยอมรับว่าภาพถ่ายที่เกิดขึ้นเป็นงานศิลปะยังไม่มีขึ้น

ซึ่งนั่นก็เนื่องมาจากการเกิดความไม่เข้าใจเกี่ยวกับศิลปะของภาพถ่ายนั่นเอง โดยที่ต่อมาผู้คนก็ได้ทำความเข้าใจกับภาพถ่ายมากขึ้น โดยที่มีการให้ความจำกัดความของภาพถ่ายว่าให้เป็นสื่อในการใช้เพื่อกำหนดอารมณ์ ความรู้สึก และทัศนคติ ที่เกิดจากประสบการณ์ในระหว่างบุคคล และกับกลุ่มคนต่างๆได้หลายรูปแบบมากขึ้น

โดยที่มีการนำภาพถ่ายมาใช้ในการเผยแพร่ความรู้ทางทัศนคติ และอารมณ์ความรู้สึกซึ่งใช้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยตรงกับตัวศิลปินที่มีการใช้ภาพถ่ายนั้นเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดอารมณ์ทางความคิดและทัศนคติได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการบรรยายด้วยคำพูด จากนั้นจึงทำให้มีศิลปินอีกเป็นจำนวนมากที่มีการนำเอาภาพถ่ายของตัวเองออกมาเป็นสื่อที่ใช้ในการถ่ายทอดศิลปะนั่นเอง

นอกจากนี้แล้วในระบบสารสนเทศเองก็ได้ให้ความสำคัญกับภาพถ่ายด้วย โดยที่มีการใช้ภาพถ่ายในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโลก อีกทั้งยังมีเกี่ยวกับการให้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยที่เราพบเห็นได้ทั่วไปเลยก็คือ การที่ถ่ายภาพของบุคคลเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่เกิดเรื่อยมาจนกระทั้งแก่ ซึ่งภาพเหล่านี้นั้นจะกลายเป็นข้อมูลในทางประวัติศาสตร์สำหรับบุคคลต่อไปแน่นอนว่าเมื่อเวลาผ่านไปก็ยังสามรถที่จะค้นหาภาพเหล่านั้นกลับมาเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวในอดีตได้นั่นเอง

สำหรับการเก็บข้อมูลในระบบของสารสนเทศนั้นในกระบวนของการถ่ายทอดเพื่อสื่อสารมีการถือว่าภาพถ่ายได้ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการเล่าเรื่องราวมีความเทียบเท่ากับการบรรยายโดยการใช้คำพูดเลยก็ว่าได้

          อย่างไรก็ตามความสำคัญของภาพถ่ายนั้นสามารถที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นได้ดีกว่าภาพในรูปแบบอื่น ซึ่งไมเพียงแต่ใช้ในการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของศิลปินเท่านั้น แต่ยังสามารถที่จะใช่ภาพถ่ายในการสร้างประโยชน์อื่นได้อีกเช่น การใช้ภาพถ่ายเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีในเหตุการณ์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งการใช้ภาพถ่ายในการเป็นสื่อโฆษณาโน้มน้าวใจ

โดยที่ในปัจจุบันนั้นภาพถ่ายสีที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับธรรมชาติมักที่มีอิทธิพลมากสำหรับใช้ในการถ่ายทอดความคิดความรู้สึกทางทัศนคติ อีกทั้งภาพถ่ายสีที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับธรรมชาตินี้เองก็มีการสร้างภาพพจน์ให้เกิดความใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงได้ดีกว่า

 

สนับสนุนโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท