หมวดหมู่: ศิลปะ

ฮวงจุ้ยกับเลขที่บ้าน

  การดูฮวงจุ้ยไม่ได้ดูแค่เรื่องการหาสถานที่ที่เหมาะสม หรือแค่เรื่องการจัดวางสิ่งของตามจุดที่เหมาะสม ภายในบ้านเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงเลขที่บ้านที่ส่วนเกี่ยวข้องกับฮวงจุ้ยอีกด้วย ซึ่งหากเราได้ลองศึกษาตามหลักฮวงจุ้ยแล้วจะพบว่าเลขที่บ้านก็มีส่วนสำคัญต่อศาสตร์ของฮวงจุ้ย ต่อผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านหลังนั้นเป็นอย่างยิ่ง

ซึ่งหลักการดูฮวงจุ้ยกับตัวเลขนั้นมีผลเกี่ยวพันกันหมดไม่ว่าจะเป็นเลขที่บ้านหรือเลขทะเบียนรถรวมถึงหมายเลขของเบอร์โทรศัพท์มือถือ ซึ่งวันนี้  Gclub ฝากขั้นต่ำ50  ของเราจะนำความรู้เกี่ยวกับฮวงจุ้ยตัวเลขที่บ้านมาแนะนำให้ทราบกันค่ะ

            เพราะมีความเชื่อกันที่ว่า ตัวเลขนั้นสามารถกำหนดชะตาชีวิตของคนเราได้เหมือนกัน ตัวเลขจะมีพลังที่จะส่งเสริมให้เรามีโชคลาภ วาสนา มีเงินทองมากมาย หรือจะส่งผลให้เราอับโชค ก็ขึ้นอยู่กับตัวเลขทีเราใช้งานด้วย ซึ่งจะเห็นจากวัฒนธรรมของต่างประเทศที่จะไม่นิยมเลข 13 เพราะถือว่าเลขนี้ไม่เป็นมงคล

ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่ที่มีความเชื่อเกี่ยวกับฮวงจุ้ยมักจะหลีกเลี่ยงเลข 13 นี้เช่นตึกบางแห่ง จะมีการสร้างชั้นโดยจะกำหนดชั้นข้ามเลข 13 ไปเลยเช่น มีชั้น 12 แล้วก็เป็นชั้น 14 จะมีมีระบุชั้น 13 เอาไว้เพราะต่างก็มีความเชื่อกันว่าเลข 13จะทำให้โชคร้าย ส่วนฮวงจุ้ยเลขที่บ้านนั้นมีความเชื่อกันว่าบ้านไหนที่มีเลข 8 จะนำมาซึ่งความร่ำรวย และหากมีเลข 9 จะนำมาส่งความสมบูรณ์และมีอายุที่ยืนยาวของคนที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน

ส่วนเลข 2 เน้นเกี่ยวกับชีวิตรักที่สุขสมหวังและเลข 6 จะเป็นตัวเลขที่คอยขจัดปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากคนในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ก็ยังมีความเชื่ออื่นๆเกี่ยวกับตัวเลขของบ้านอีกว่า หากใครที่ซื้อบ้านแล้วชอบซื้อบ้านเลขที่ที่มีตัวเลขเดียว มักจะมีแนวโน้มว่าเจ้าของบ้านหลังนั้นหากจะขายบ้านจะมีโอกาสทำกำไรจากการขายบ้านได้ราคาที่สูงกว่าปกติ

ซึ่งโดยปกติแล้วคนที่มีความเชื่อเรื่องตัวเลขของบ้านมักจะพยายามให้บ้านเลขที่มีเลข 8 เยอะๆเพราะเลขนี้มีเยอะจะทำให้ร่ำรวยเงินทอง   อย่างไรก็ดีนอกจากเลข 13 ที่ชาวต่างประเทศไม่นิยมใช้กันแล้ว

เพราะถือว่าเป็นเลขอัปมงคล ยังมีเลข 4 อีกเลขที่ชาวจีนมีความเชื่อกันว่าเป็นเลขอัปมงคลและไม่นิยมใช้เช่นกันเพราะในภาษาจีน เลข 4 จะมีการออกเสียงคล้ายกับคำว่าตายนั่นก็คือ ซี้ จึงทำให้คนจีนไม่นิยมใช้เลขนี้กันนัก 

ศิลปะแขนง ภาพถ่าย

ศิลปะแขนง ภาพถ่าย คืออะไร

อย่างที่หลายๆคนทราบกันว่า ศิลปะ ไม่ได้มีแค่การวาดรูป บทความนี้จะมาพูดถึงศิลปินแขนงของงานภาพถ่ายกัน ภาพถ่าย หรือ Photography เป็นศิลปะที่เกิดขึ้นครั้งแรกในทวีปแถบทางยุโรป และเป็นเช่นเดียวกับศิลปะแขนงอื่นๆอีกด้วย

หลายๆครั้งมีการตั้งคำถามเรื่องงานภาพถ่ายขึ้นมาว่า ภาพถ่ายนั้นถือว่าเป็นศิลปะจริงหรือ การสร้างความสงสัยนี้นั้นมาจากที่ภาพถ่ายนั้นเกิดจากการถ่ายภาพโดยเครื่องมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์

การถูกยอมรับให้ภาพถ่ายเพิ่มเข้ามาเป็นอีกหนึ่งแขนงของผลงานทางศิลปะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ปิดกั้นและแคบมากที่สุดเท่าที่จะยอมรับได้ ซึ่งสืบเนื่องมาจากความไม่เข้าใจความหมายของภาพถ่ายอย่างถ่องแท้ ซึ่งอันที่จริงแล้วภาพถ่ายเป็นศิลปะที่มีลักษณะที่โดดเด่นและพิเศษเฉพาะทาง มีความแตกต่างจากศิลปะแขนงอื่นๆหลายอย่าง

เพราะความแตกต่างเหล่านี้แหละที่ทำให้ใครหลายคนถึงตั้งคำถามขึ้นมาว่าภาพถ่ายถือว่าเป็นศิลปะจริงๆหรือไม่ แต่หากได้ทำการประมวลแล้วจะสามารถแยกนำมาพิจารณาได้ดังนี้

ปีกัสโซ่ (Picasso) คงไม่มีใครไม่รู้จักกันหรอกใช่หรือไม่ เขาคือศิลปินเอกของโลก

ได้ถึงพูดถึงของงานภาพถ่ายเอาไว้เมื่อปีพ.ศ.2482 ว่า “เมื่อเราสามารถเห็นสิ่งที่เราปรารถนาแสดงออกมาจากภาพถ่ายได้ นั้นแสดงให้เห็นได้อย่างเด่นชัดแล้วว่า จิตรกรหมดภาระแล้ว” ถึงแม้ว่าสิ่งที่ปีกัสโซ่จะไม่ได้เป็นความจริงไปเสียทั้งหมด

เพราะในปัจจุบันก็ยังมีจิตรกรที่รังสรรค์ผลงานภาพวาดออกมาอยู่เรื่อยไป แต่คำพูดของปัสโซ่นั้นมีความหมายและมีความสำคัญในอีกแง่คือ ขนาดปีกัสโซ่ยังสามารถมองเห็นว่าศิลปะในงานภาพถ่าย และให้ความสำคัญกับภาพถ่าย จึงไม่มีข้อกังขาใดๆมาโต้แย้งแล้วว่าภาพถ่ายนั้นเป็นงานศิลปะหรือไม่แต่อย่างใด

ในเรื่องของชีวิตและจิตวิญญาณในภาพถ่าย สามารถอธิบายได้ดังนี้

การเล่าเรื่องราวหรือเนื้อหาที่ต้องการสื่อสารออกมานั้น ผู้ถ่ายภาพจะต้องนำมาบรรจุลงในภาพนั้นเอง ซึ่งผู้ถ่ายภาพจะต้องมีความคิด ใช้จินตนาการ ต้องได้รับแรงบันดาลใจจากสภาพของสิ่งแวดล้อมและสังคมรอบข้าง และต้องทำความใจมันอย่างถ้องแท้ก่อนที่จะนำความรู้สึกเหล่านั้นถ่ายทอดลงไปบนภาพถ่ายอีกที หากเป็นในด้านนี้แล้วจึงจะกล่าวได้ว่า ศิลปินที่จะสามารถสร้างความสมจริง

เรื่องราวเหตุการณ์จริงของชีวิตและจิตวิญญาณให้แก่ภาพถ่ายได้ เช่นนั้นแล้วภาพถ่ายจึงไม่ใช่เพียงแค่รายงานที่แสดงความเป็นอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น แต่ภาพถ่ายยังสามารถสื่อสารและสอดแทรกให้กับเราได้อย่างรอบด้านทั้งแนวความคิด ความรู้สึกของผู้ถ่ายที่ต้องการถ่ายทอดออกมาผ่านทางภาพถ่าย ให้เกิดเป็นศิลปะที่จะสอดคล้องกับสภาพสังคม เพื่อเป็นการเสนอชี้แนะถึงปัญหา

สิ่งที่ดีงามและยกระดับของมมนุษย์ความเป็นมนุษย์ ซึ่งเหตุผลเหล่านี้ดังนั้น ภาพถ่ายย่อมสมควรที่จะได้รับการยอมรับได้แล้วว่าเป็นอีกหนึ่งแขนงงานศิลปะ

 

 

สนับสนุนโดย ทดลองเล่นบาคาร่าฟรี

ศิลปะภาพถ่าย

       การถ่ายภาพเป็นสิ่งที่หลายๆคนรู้สึกชื่นชอบ บางคนชอบมากจนอาจจะยึดการถ่ายภาพเป็นอาชีพไปเลย หรือบางคนอาจจะแค่ชื่นชอบที่จะถ่ายภาพเพื่อเก็บเอาช่วงเวลา หรือเพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่างๆในช่วงขณะเวลาต่างๆนั้นเอาไว้ดู

ซึ่งอาจจะเกิดจากความประทับใจจนต้องถ่ายภาพเก็บไว้ หรือเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญเลยต้องถ่าย แต่สำหรับช่างถ่ายภาพที่เปรียบเสมือนศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะนั้น ไม่เพียงแต่มีเหตุผลว่าอยากจะถ่ายภาพเท่านั้น แต่เป็นการถ่ายทอดเพื่อสื่ออารมณ์ของภาพถ่ายออกมาด้วย ซึ่งเราจะมาทำความรู้จักกับ “ศิลปะภาพถ่าย”

ศิลปะภาพถ่ายได้มีการถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในทวีปยุโรปซึ่งก็เหมือนกับศิลปะในแขนงอื่นๆ

โดยที่นับตั้งแต่มีการเริ่มวิวัฒนาการก็เริ่มมีคำถามเกิดขึ้นมาว่า ภาพถ่ายนั้นถือว่าเป็นศิลปะด้วยหรือ ในช่วงที่มีการถ่ายภาพเกิดขึ้นแรกๆนั้น ยังไม่มีการยอมรับภาพถ่ายให้เป็นผลงานศิลปะสาเหตุเป็นเพราะว่าภาพถ่ายนั้นมีการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ดูเป็นทางของฝั่งวิทยาศาสตร์มากจึงทำให้การที่จะยอมรับว่าภาพถ่ายที่เกิดขึ้นเป็นงานศิลปะยังไม่มีขึ้น

ซึ่งนั่นก็เนื่องมาจากการเกิดความไม่เข้าใจเกี่ยวกับศิลปะของภาพถ่ายนั่นเอง โดยที่ต่อมาผู้คนก็ได้ทำความเข้าใจกับภาพถ่ายมากขึ้น โดยที่มีการให้ความจำกัดความของภาพถ่ายว่าให้เป็นสื่อในการใช้เพื่อกำหนดอารมณ์ ความรู้สึก และทัศนคติ ที่เกิดจากประสบการณ์ในระหว่างบุคคล และกับกลุ่มคนต่างๆได้หลายรูปแบบมากขึ้น

โดยที่มีการนำภาพถ่ายมาใช้ในการเผยแพร่ความรู้ทางทัศนคติ และอารมณ์ความรู้สึกซึ่งใช้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยตรงกับตัวศิลปินที่มีการใช้ภาพถ่ายนั้นเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดอารมณ์ทางความคิดและทัศนคติได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการบรรยายด้วยคำพูด จากนั้นจึงทำให้มีศิลปินอีกเป็นจำนวนมากที่มีการนำเอาภาพถ่ายของตัวเองออกมาเป็นสื่อที่ใช้ในการถ่ายทอดศิลปะนั่นเอง

นอกจากนี้แล้วในระบบสารสนเทศเองก็ได้ให้ความสำคัญกับภาพถ่ายด้วย โดยที่มีการใช้ภาพถ่ายในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโลก อีกทั้งยังมีเกี่ยวกับการให้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยที่เราพบเห็นได้ทั่วไปเลยก็คือ การที่ถ่ายภาพของบุคคลเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่เกิดเรื่อยมาจนกระทั้งแก่ ซึ่งภาพเหล่านี้นั้นจะกลายเป็นข้อมูลในทางประวัติศาสตร์สำหรับบุคคลต่อไปแน่นอนว่าเมื่อเวลาผ่านไปก็ยังสามรถที่จะค้นหาภาพเหล่านั้นกลับมาเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวในอดีตได้นั่นเอง

สำหรับการเก็บข้อมูลในระบบของสารสนเทศนั้นในกระบวนของการถ่ายทอดเพื่อสื่อสารมีการถือว่าภาพถ่ายได้ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการเล่าเรื่องราวมีความเทียบเท่ากับการบรรยายโดยการใช้คำพูดเลยก็ว่าได้

          อย่างไรก็ตามความสำคัญของภาพถ่ายนั้นสามารถที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นได้ดีกว่าภาพในรูปแบบอื่น ซึ่งไมเพียงแต่ใช้ในการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของศิลปินเท่านั้น แต่ยังสามารถที่จะใช่ภาพถ่ายในการสร้างประโยชน์อื่นได้อีกเช่น การใช้ภาพถ่ายเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีในเหตุการณ์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งการใช้ภาพถ่ายในการเป็นสื่อโฆษณาโน้มน้าวใจ

โดยที่ในปัจจุบันนั้นภาพถ่ายสีที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับธรรมชาติมักที่มีอิทธิพลมากสำหรับใช้ในการถ่ายทอดความคิดความรู้สึกทางทัศนคติ อีกทั้งภาพถ่ายสีที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับธรรมชาตินี้เองก็มีการสร้างภาพพจน์ให้เกิดความใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงได้ดีกว่า

 

สนับสนุนโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท