ผู้เขียน: adminone

Wassily  Kandinsky-  Studie zu Improvisation 3

       แน่นอนว่าเราทุกคนเคยเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของการเรียนศิลปะซึ่งมันเป็นวิชาบังคับมาตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้วหรือแม้แต่บางคนที่ยังไม่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็มักจะพาลูกหลานของตนเองนั้นไปเรียนวิชาศิลปะเสริมพระวิชาศิลปะนั้นจะทำให้คนที่เรียนนั้นมีสมาธิแล้วเป็นคนอ่อนหวานซึ่งในสมัยเด็กๆ

เมื่อมีการเรียนวิชาศิลปะภาพที่เราเรียนออกมาหรือว่าออกมานั้นอาจจะมีความสวยบ้างไม่สวยบ้างแต่ผู้ปกครองก็มักจะนำรูปภาพเหล่านั้นของบุตรหลานของตัวเองมาใส่กรอบโชว์เอาไว้เพื่อเป็นการเก็บรักษาผลงานเอาไว้ดูยามที่เวลาผ่านไป

         อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีศิลปินต่างๆมากมายที่รังสรรค์ผลงานออกมาและผลงานบางศิลปินนั้นก็ทำให้เรานั้นแทบไม่สามารถบอกได้เลยว่ามันมีความสวยงามแบบไหนแต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าผลงานของศิลปินเหล่านั้นราคาแพงลิบลิ่วกันเลยทีเดียว

        ภาพ Studie zu Improvisation 3 สำหรับภาพนี้เป็นภาพที่ยากที่จะเดาออกจริงนะครับว่าสิ่งต่างๆในภาพคืออะไรสิ่งที่เราดาวน์อาจใกล้เคียงแต่ก็อาจไม่ใช่เหมือนกันตรงประกอบและสีสันของภาพภาพนี้มีมากมายและหลากหลายอย่างเห็นได้ชัดการจัดเตรียมสิ่งต่างๆในภาพอย่างไม่เป็นระเบียบรูปร่างที่ไม่อาจคาดเดาได้รวมถึงโครงสร้างที่มีทั้งชัดเจน

และไม่ชัดเจนแล้วจะเป็นมนต์เสน่ห์ของภาพภาพนี้ตามชื่อของภาพที่ตั้งว่าโปรวิชั่นภาพนี้อาจจะเป็นการคิดค้นขึ้นมาสดๆขนาดวาดโดยไม่มีการวางแผนเมื่อก่อนเรามาดูกันดีกว่าว่าในหัวของ Wassily  Kandinskyนั้นก็คิดอะไรในขณะที่สร้างสรรค์ผลงานนี้กันนะ 

      Wassily  Kandinsky เขาเป็นศิลปินชาวรัสเซีย เกิดโตมากับการเรียนดนตรีจากนั้นกฎหมายสำเร็จการศึกษาเมื่ออายุ 27 จากนั้นเขาก็ได้เป็นครูสอนกฎหมายอยู่ที่มหาวิทยาลัยมอสโกเมื่ออายุได้ 29 ปีเขามีโอกาสได้เห็นรูปภาพชุดกองฟางของโมเน่คราวนี้ประทับใจมากจนไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรสิ่งนี้เองที่เป็นจุดเปลี่ยนให้เขาหันมาสนใจทางด้านศิลปะมากขึ้น

        เมื่ออายุ 31 ปี  Wassily  Kandinsky เขาได้เดินทางไปยังประเทศเยอรมันเพื่อศึกษาศิลปะและพัฒนาฝีมือและแนวทางของตนเองเรื่อยมาและเขาก็ได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกของเขามากมายสำหรับแนวทางการวาดภาพของเขาเขาจะตัดรายละเอียดของสิ่งต่างๆออกไปหมดและใช้แค่เส้นรูปร่าง  รูปทรง  สีเพื่อกระตุ้นความรู้สึกอยากเห็นของผู้คนที่ได้มองภาพของเขา

         ทำหลายคนให้มีความสงสัยใคร่รู้อยู่เสมอเช่นเดียวกันกับความรู้สึกของท่านในขณะนี้ที่อาจสงสัยว่าถ้าภาพนี้ไม่ได้ยาก อะไรแฝงอยู่ในนั้นกันแน่รูปร่างในภาพนั้นมีความหมายชื่อออกมาให้เห็นหรือไม่หรือจริงๆแล้วอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลวิธีของเขาที่ทำให้ภาพนี้มีมูลค่ามหาศาลโดยที่ภาพนี้มีราคาเกือบสิบเจ็ดล้านดอลลาร์หรือเทียบเป็นเงินไทยได้ 561 ล้านบาทเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย.  สล็อต ufabet เว็บตรง

Chichen Itza   ประเทศเม็กซิโก 

  Chichen Itza เป็นภาษามายาซึ่งแปลว่าต้นทางแห่งความสุขสบายของประชาชน  โดย Chichen Itza  คือ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบันนี้ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ถูกต้องตั้งอยู่บนทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเม็กซิโกเป็นแหล่งโบราณคดีที่สร้างขึ้นโดยชาวมายันซึ่งเชื่อกันว่าถ้าไม้อันนั้นได้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสรณ์ของเทพเจ้าซีเซนอิตซา 

        ลักษณะของ Chichen Itza  มีการสร้างเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมลดขั้นเป็นชั้นๆพร้อมที่เราประมาณ 6.4 ตารางกิโลเมตรเป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดที่มีชื่อว่าวิหารแห่งนักรบช่วยกันว่าวิหารแห่งนี้นั้นสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยใช้หลังจากที่มีการสร้างวิหารเก่าแห่งซักหมู่ตรงกลางสร้างเป็นประสาทเหลี่ยมทึบสูงขึ้นไป     

      ว่ากันว่าความต้องการที่จะสร้าง Chichen Itza  แห่งนี้ก็เพื่อเอาไว้ใช้เป็นสถานที่ในการทำพิธีสังเวยพุทธเจ้าโดยใช้เด็กสาวโยนลงไปถวายเทพเจ้า  ณ ที่นั้น  นอกจากนี้ในส่วนของพีระมิดแห่งเทพเจ้าครูคุณทานซึ่งถือว่าเป็นพันธมิตรแห่งสุดท้ายและเป็นพีระมิดที่กล่าวได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของอารยธรรมมายาอีกด้วย

        อัศจรรย์ใจอีกอย่างหนึ่งของภูมิภาคแห่งนี้ก็คือตัวมิดนั้นหันหน้าไปยังตำแหน่งที่เกิดปรากฏการณ์วิษณุวัฒน์หรือปรากฏการณ์ที่โลกมีเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน เรียกได้ว่ากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืนเลยทีเดียวซึ่งจะเกิดในเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านบันไดด้านทิศเหนือ

     อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้สถานที่แห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมความงดงามซึ่งในแต่ละปีนั้นจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวหลั่งไหลไปทำการเช็คอินและถ่ายรูปกันอย่างไม่ขาดสายโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคุณอยากจะเห็นChichen Itza  ที่ประมูลการตกปลาแล้วก็ให้ไปในช่วงเวลายามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังทอแสงซึ่งจะไปตกกระทบกับตัววิหารทำให้เป็นภาพที่งดงามจับตามากเลยทีเดียว

      ถ้าหากใครได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวเม็กซิโกนอกจากจะไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวหลักๆของเม็กซิโกแล้วอยากจะแนะนำให้ลองมาเช็คอินที่Chichen Itza  การบ้านนะคะเพราะถือได้ว่าที่นี่นั้นคือสถานที่ที่น่าไปมากเลยทีเดียวเพราะมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่น่าทึ่งอย่างมากถึงหลักการสร้างสิ่งต่างๆเหล่านี้ขึ้นมาให้เป็นรูปร่างแบบนี้ 

      หากใครสนใจที่จะเดินทางไปเที่ยวที่นี่สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ทุกวันซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากว่าอยากจะไปเที่ยวในช่วงฤดูกาลที่ดีที่สุดและสวยงามที่สุดนั้นแนะนำว่าควรจะ ไปในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงเนื่องจากว่าช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเป็นช่วงที่เกิดวัสดุวัดพอดีนั่นเองซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากว่าคุณเป็นผู้โชคดีในช่วงจังหวะที่คุณได้เดินทางไปเที่ยวคุณอาจจะสามารถเห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แสงพระอาทิตย์ส่งกระทบกับพีระมิดก็เป็นไปได้

 

สนับสนุนโดย.    www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

สถานที่ในตำนานที่น่าอัศจรรย์ในอังกฤษ

อังกฤษเป็นประเทศโบราณที่มีความเก่าแก่มามากกว่าพันปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาวังหรือหอสังเกตการณ์หลายๆที่ในอังกฤษนี่ล้วนแต่มีประวัติแปลกๆแทบทั้งหมดเลย เนื่องจากว่าอย่างงี้เราก็เลยขอค้นประวัติความเป็นมาของอังกฤษดูสักนิดว่า เว้นแต่ปราสาท ราชวัง และก็หอสังเกตการณ์ที่เราทราบแน่นอนว่าไม่ธรรมดาแล้ว ยังมีสถานที่ต่างๆที่น่าสนใจอีกไหมในอังกฤษที่ได้มีตำนานความลี้ลับ แล้วก็ความอัศจรรย์ไม่แพ้กัน

North Yorkshire Moors, North Yorkshire

ตอนแรกสำหรับผู้ที่ได้โอกาสได้มาเยี่ยมทุ่งนอร์ทยอร์คที่นี้ น่าจะรู้สึกเช่นเดียวกันแน่นอนว่าอากาศของธรรมชาติบริเวณนี้ดูราวกับว่าได้มีเวทย์มนต์หลบซ่อนอยู่ โน่นก็เป็นเพราะว่าตรงนี้เป็นทุ่งต้นไม้โบราณอายุมากกว่าร้อยปีที่มีความสูงใหญ่มากที่สุดในทางตอนเหนือของอังกฤษนั่นเอง ซึ่งบางต้นก็มีอายุสูงถึง 1,000 ปีเลย แล้วก็เมื่อเข้าไปมองใกล้ๆก็จะมีความคิดเห็นว่าต้นไม้พวกนี้เกือบจะทุกต้นล้วนแล้วแต่จะมีความเป็นตะปุ่มตะป่ำและก็เป็นขรุขระจาการยืนต้นตากอีกทั้งแดดลมฝนมาอย่างช้านาน

นอกนั้น The North Yorkshire Moors ยังมีวิวที่สวยของท้องทุ่งสีม่วงและก็ถนนหนทางส่วนโดยมากที่สร้างมาตั้งแต่สมัยโรมัน อย่างไรก็ดี เรื่องเล่าพื้นเมืองได้พูดถึงถนนกลุ่มนี้ที่คนพื้นเมืองต่างรู้จักกันในนามของเวดคอสเวย์ว่า ถนนหนทางพวกนี้ล้วนถูกทำขึ้นโดยยักษ์ที่ชื่อ “เวด” สำหรับในการเป็นการเชื่อมจากบ้านของเขาที่ปราสาท Mulgrave ไปยังบ้านเมียของเขาที่อาศัยอยู่ในปราสาท Pickering

Chapel of St-Peter-on-the-Wall, Essex

นี่เป็นโบสถ์ที่ผลิตขึ้นกล้วยๆบนริมฝั่งเอสเซ็กซ์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษที่มีลมแรงแทบจะตลอดระยะเวลา โดย Chapel of St-Peter-on-the-Wall ทำขึ้นมาตั้งแต่ 654 ค.ศ. บนฐานรากของป้อมโรมัน โดยเซนต์ Cedd มิชชันนารีคริสเตียนที่ได้รับคำสั่งมาจากพระราชาของ Northumbrians ทำให้โบสถ์ที่นี้นับว่าเป็นโบสถ์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในอังกฤษเลย

ตอนนี้นักแสวงบุญได้สร้างทางที่นำสมัยไปตามทางที่ขรุขระ แล้วก็ผ่านพื้นที่สำหรับทำการเพาะปลูกเพื่อการไปเยี่ยมชมโบสถ์ที่สะดวกมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งแม้ว่าจะมีอายุที่นาน และก็มีลักษณะที่ไม่หรูหราอย่างกับโบสถ์อื่นๆแต่ว่าตรงนี้ก็ยังคงเปิดให้บริการตามเดิมสำหรับคนที่อยากมาแสวงบุญเรื่อยๆมา ไม่ว่าลักษณะอากาศจะเป็นอย่างไรก็ตาม

St. Nectan’s Glen, Cornwall

ป่าโบราณในคอร์นวอลล์ที่เป็นสถานที่ตั้งของน้ำตกที่งดงามซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากแม่น้ำ Trevillet ที่ไหลผ่านกระดานชนวนสมัยก่อนประวัติศาสตร์มาจนกระทั่งตอนนี้ ซึ่งบางคนก็บอกว่า ก่อนที่เหล่าอัศวินของกษัตริย์อาเธอร์จะเดินทางออกไปเสาะหาจอกศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาได้มาชำระทำให้วิญญาณบริสุทธิ์ในที่นี้ก่อน ก็เลยทำให้ St. Nectan’s Glen ที่นี้เป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นในสมัยของกษัตริย์อาเธอร์เมื่อศตวรรษที่ 6

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

สหรัฐจะปกป้องอัฟกานิสถานจากสงครามตาลีบันได้นานแค่ไหน

สหรัฐเข้าร่วมกับสหราชอาณาจักรบุกโจมตีตาลีบันอย่างรวดเร็ว สหรัฐจะปกป้องอัฟกานิสถาน มีการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดทำลายฐานที่มั่นของตาลีบันทั่วประเทศและสุดท้ายระยะเวลาการรบแค่1เดือนเท่านั้นตาลีบันกแตกผ่านไป ขณะที่ บินลาดิน ได้หนีออกจากอัฟกานิสถานเข้าไปกบดานอยู่ที่ปากีสถานแทน

เมื่อตาลีบันแตกผ่านไปแล้วทำให้สหรัฐช่วยประครองอัฟกานิสถานให้มีรัฐบาลใหม่ขึ้นมาได้ก่อนที่จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่สำเร็จในปี2004และมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น โดยนายฮามิด คาร์ไซ ได้เป็นประธานาธิบดีของประเทศสถานะบ้านเมืองก็เดินหน้าต่อไปเมื่อสงครามยุติอัฟกานิสถานก็ทำการค้าขายประเทศก็มีรายได้มากขึ้น

รายงานในปี2004ได้ระบุว่าเศรษฐกิจโตขึ้นถึง30%หากเทียบกับปีก่อนและทิศทางก็ดูจะดีขึ้นเรื่อยๆอย่างไรก็ตามที่ตาลีบันได้แตกผ่ายไปนานแล้วก็ได้รวมตัวกันอีกครั้งเพื่อสร้างอาณาจักรของงตัวเองโดยมีจุดประสงค์ที่จะนำประเทศปกครองอิสลามรบริสุทธิ์ให้ได้

ซึ่งไม่มีรายงานว่าพวกเขานั้นสะสมอาวุธได้จากที่ไหนแต่กลุ่มตาลีบันมีอาวุธที่ครบมือมากขึ้นพร้อมมทั้งมีกระบวนการฝึกทหารอย่างเป็นรูปเป็นร่างและเมื่อได้กองกำลังที่แข็งแกร่งมากพอแล้วกลุ่มตาลีบันจึงเริ่มทำสงครามแย่งประเทศกับรัฐบาลอัฟกานิสถานตาลีบันพยายามี่จะปั่นป่วนอัฟกานิสถานอยู่เป็นระยะ

เพื่อยึดครองประเทศให้ได้แต่พวกเขานั้นก็ทำได้ยากในเมื่ออัฟกานิสถานได้มีสหรัฐที่คอยหนุนหลังอยู่ด้วยพลังอาวุธที่เหนือชั้นกว่ามากทำให้การยึดครองของตาลีบันไม่เป็นผลได้แต่ปั่นป่วนอยู่เรื่อยๆเป็นเวลานานหลายปีสำหรับประชาชนทั่วไปก็ไม่ได้ชื่นชอบตาลีบันนัก

โดยเฉพาะผู้หญิงเพราะเขารู้ว่าตาลีบันได้โอกาศปกครองประเทศสิทธิสตรีจะหายไปทันทีซึ่งได้มีการออกไปสอบถามประชาชนอัฟกานิสถานว่าเห็นด้วยกับแนวทางของตาลีบันหรือไม่ปรากฎว่ามีถึง85%ที่ไม่อยากให้กลุ่มตาลีบันขึ้นมาปกครองประเทศ

นอกจากนี้ได้มีผู้หญิงท่านนึงที่ประกอบอีพเป็นล่ามในกรุงคาบูลได้เปิดเผยว่าเรารับไม่ได้หรอกที่ตาลีบันจะกลับมาทำให้ประเทศเราพบเจอกับฝันร้ายอีกครั้งพวกเขาได้ทำให้ความทรงจำในวัยเด็กของฉันได้มีแต่เรื่องราวที่ในดูแย่ๆแต่ตาลีบบันได้ใช้กลยุทธในการต่อสู้คือเกมส์ระยะยาวพวกเขายื้อไปเรื่อยๆเก็บผสมกองกำลังทหารของตัวเองเอาไว้

เพื่อรอสักวันทางฝั่งอัฟกานิสถานอ่อนแรงเมื่อไรก็พร้อมที่จะบุกเข้าโจมตีในคราวเดียวและในที่สุดวันนั้นก็มาขึ้นเป็นเพราะประชาชนสหรัฐไม่เข้าใจว่าอเมริกาจะคอยอยู่สร้างสันติภาพในอัฟกานิสถานไปถึงไหน

ในช่วงระหว่างปี2002-2020อเมริกาได้ใช้เงินกับสงครามครั้งนี้ทั้งปกป้องคนอัฟกานิสถานและก็ต่อสู้กับตาลีบันรวมแล้วเป็นเงินกว่า815,700ดอลลาร์สหรัฐและใช้เงินสำหรับสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆที่โดนทำลายจากสงครามเป็นเงิน130,500ดอลลาร์สหรัฐรวมเงินแล้วก็946,200ดอลลาร์คิดเป็นเงินไทยประมาณ31ล้าน้ล้านบาททั้งหมดนนี้คือภาษีของคนอเมริกา

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝาก-ถอน เอง

นาโต้ยูเครน พร้อมรับมือกับ รัสเซีย

นาโต้ยูเครน พร้อมรับมือกับ รัสเซีย ในกรณีที่รัสเซียส่งทหารไปประชิดพื้นที่ชายแดนของของทางยูเครน ซึ่งทางยูเครนเองก็ประกาศก้าวพร้อมที่จะตอบโต้พลักดันทหารของรัสเซียออกไปในขณะที่องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือว่านาโต้ก็ประกาศว่าพร้อมที่จะยืนข้างยูเครนด้วยเหมือนกัน

ส่วนสหรัฐล่าสุดมีรายงานว่าไปจัดตั้งกองบัญชาการทหารปืนใหญ่ที่ 56 ที่ประเทศเยอรมนีแล้วพร้อมทั้งไปติดตั้งระบบขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงหรือว่าไฮเปอร์โทนิกเพื่อที่ใช้เอาไว้รองรับถ้าหากว่าเกิดการสู้รบเกิดการทำสงครามกันขึ้นในฝั่งของยุโรป

ซึ่งว่ากันว่าขีปนาวุธที่สหรัฐได้ไปติดตั้งที่เยอรมนีมีความสามารถในการยิงไปได้ไกลถึงกรุงมอสโกของรัสเซียใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำไป กองทัพสหรัฐล่าสุดมีความเคลื่อนไหวขปีนาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆอีกแล้วได้เปิดหน่วยงานด้านนิวเคลียร์ในเยอรมนีขึ้นอีกครั้ง

โดยเป็นครั้งแรงเลยนับตั้งแต่สงครามเย็นที่ผ่านมาแล้วก็ล่าสุดนี้เขาได้เข้าไปติดขีปนาวุธไฮเปอร์โทนิกพิใสไกล ดาร์อิเกิล และเจ้าดาร์อีเกิลเป็นอาวุธความเร็วเหนือเสียงรุ่นใหม่ของสหรัฐเลยจรวดสามารถเดินทางได้ 4,000 ไมล์ต่อชั่วโมงและถ้าหากว่าโจมตีรัสเซียจะใช้เวลาประมาณเพียงแค่21นาที30วินาทีเท่านั้น

จรวดนี้จะถูกยิงไปไกลถึงกรุงมอสโกของรัสเซียเลยทีเดียวนอกจากนี้กองทัพสหรัฐเองยังได้ทำเปิดกองบัญชาการทหารปืนใหญ่ที่ 56 ด้วยก็ตั้งอยู่ในเขตตะวันตกเพื่อประจำการอย่างเป็นทางการหลังจากที่ก่อตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2485 และได้ต่อสู้ในยุโรปช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้วย

แต่ว่าหลังจากนั้นมาปี2534ก็ได้ทำการยกเลิกไปหลังจากเกิดการล่มสลายของสหภาพโซเวียตทางบัญชาการหน่วยปืนใหญ่ได้ให้ข้อมูลเรื่องนี้บอกว่าบอกว่าการพัฒนาดังกล่าวนี้จะช่วยทำให้สหรัฐยุโรปมีความสามารถที่สำคัญในการปฏิบัติการหลายมิติ

ซึ่งการติดตั้งและใช้งานจริงของขีปนาวุธไฮเปอร์โทนิกดาร์อีเกิลก็จะพร้อมใช้งานได้ภายในเวลาไม่เกิน2ปีข้างหน้านี้ ส่วนหนึ่งหนึ่งประเด็นร้อนๆในยุโรปตะวันออกสำหรับความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนก็ดูยิ่งร้อนระอุมากยิ่งขึ้นแนวโน้มอาจจะเกิดการปะทะกันทางทหารด้วย

ล่าสุดรัฐมนตรีมหาดไทยของยูเครนออกมาแถลงในวันอาทิตย์บอกว่ายูเครนพร้อมที่จะตอบโต้ต่อการโจมตีจากฝ่ายรัสเซียในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครนแต่วว่าทางกองทัพก็ไม่ได้ตื่นกลัวอะไรและก็เตรียมพร้อมและเข้าใจว่าทุกคนนั้นเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

ส่วนเลขาธิการของนาโต้ได้ประกาศเตือนรัสเซียตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาแล้วบอกว่าพันธมิตรนาโต้จะยืนอยู่เคียงข้างยูเครนท่ามกลางการเสริมกำลังทหารของรัสเซียที่ไปประชิดติดพรมแดนของยูเครนมากขึ้นอย่างผิดปกติ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  Gclub ฟรี 100

ตำนานเจอผีโรงเรียนวัดร้างกลางเมืองภูเก็ต

สำหรับเรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวจากบุคคลหนึ่งที่เขาได้ประสบพบเจอมาเราของสมมุติว่าเป็นคุณเอแล้วกันตอนที่คุณเอเรียนอยู่ชั้น ม.1 เจอผีโรงเรียนวัดร้าง ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้ก็จะเป็นโรงเรียนวัดที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตโรงเรียนแห่งนี้ได้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองภูเก็ตเลยและด้วยความที่ว่าโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนวัดก็มักจะเห็นพิธีกรรมทางศาสนาอยู่บ่อยครั้ง

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นงานบวชหรืองานพิธีกรรมทางศาสนาในวัดสำคัญอะไรต่างๆส่วนใหญ่แล้วตัวคุณเอเขาจะเห็นอยู่เป็นประจำและที่หนีไม่พ้นก็คืองานศพนั่นเองนักเรียนคนอื่นๆเขาก็จะรู้เรื่องนี้มาจนมันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วอยู่มาวันหนึ่งในขณะที่ตัวของเขาได้นั่งเรียนอยุ่ในห้อง

โดยตอนนี้เองก็เป็นวิชาภาษาไทยในขณะที่นั่งเรียนไปด้วยความตั้งใจเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆมันก็ได้สกิดบอกเขาว่าเอเย็นนี้เลิกเรียนแล้วไปหาอะไรกินกันไหมตัวเขาก็บอกว่าอย่าพึ่งมาชวนคุยกำลังตั้งใจเรียนอยู่เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆก็บอกว่ากูไม่กวนมึงก็ได้เดี๋ยวให้ผีเด็กศาลา3มาหรอกแม่งเลย

ในตอนนั้นเองเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรในตัวเพื่อนคนนี้มากเพราะว่าตอนนั้นกำลังตั้งใจเรียนอยู่กำลังตั้งใจจดที่ครูกำลังสอนอยู่เลยเพราะว่าครูบอกว่ามันจะออกสอนในข้อนี้ตัวของคุณเอก็ตั้งใจเรียนเป็นอย่างมากจนกระทั่งถึงเวลาเลิกกเรียนในวันนั้นคุณเอและเพื่อนก็เดินออกไปหาของกินตามที่เพื่อนบอก

นอกจากนี้หลังจากที่เดินกันไปก็เดินคุยกันไปเรื่อยๆและมีอยู่เรื่องหนึ่งที่คุณเอได้ถามเพื่อนว่าอาทิตย์น่าจะต้องเข้าค่ายเราจะเจอผีหรือเปล่าว่ะและเพื่อคนนี้มันก็เป็นเพื่อนที่แสนดีเหลือเกินเพื่อนมันตอบอย่างมั่นใจเลยว่ากูอ่ะไม่กลัวหรอกแต่มึงไม่แน่ระวังเอาไว้หลังจากนั้นเพื่อนมันก็หัวเราะใส่เลย

ซึ่งในตอนนั้นเองตัวของคุณเอก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เพื่อนพูดนั้นมันจะพูดจริงหรือว่าพูดเล่นอะไรต่างๆเพราะว่าวันที่มาเรียนหนังสือที่โรงเรียนแห่งนี้ก็ไม่เคยพบเจอหรือว่ามีประสบการณ์อะไรหลอนที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งนี้เลย

โดยจะมีแต่รุ่นพี่ที่โรงเรียนเขาได้เล่าให้ฟังว่าพวกเด็กที่มาเก็บตัวฝึกซ้อมที่โรงเรียนมักจะเจอกันอยู่เป็นประจำเลยบางคนก็เห็นว่าในขณะที่กำลังซ้อมฟุตบอลในตอนเย็นเป็นช่วงเวลาที่โรงเรียนเลิกเรียนแล้วและเด็กนักเรียนก็กลับบ้านก็ไปหมดแล้วเด็กนักเรียนที่ซ้อมฟุตบอลอยู่ในตอนนั้น

ในขณะที่กำลังซ้อมอยู่ตัวเขาเองก็ได้เหลือบไปเห็นที่บนอาคารว่ามีเด็กนักเรียนกำลังวิ่งเล่นอยู่บนอาคารบางครั้งก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ออกมาแต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้พบเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  gclub

ประวัติวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี 

   ประวัติวัดท่าซุง เชื่อว่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวแนวโบราณและมีความสวยงามของศิลปะการออกแบบที่อ่อนช้อยย่อมเคยเดินทางมาเที่ยวที่วัดท่าซุงจังหวัดอุทัยธานีกันบ้างแล้วเพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องของสถานที่ที่ก่อสร้างเอาไว้อย่างสวยงามลงตัวและเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวที่เป็นคนไทย

หรือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีโอกาสได้เดินทางมาที่จังหวัดอุทัยธานีต่างก็ต้องแวะมากราบไหว้และมาถ่ายรูปความสวยงามของตัวปราสาททองคำและวิหารแก้ว 100 เมตรด้วยกันทั้งนั้น  

          อย่างไรก็ตามในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของประวัติความเป็นมาของวัดท่าซุงซึ่งวัดแห่งนี้นั้นมีชื่อเสียงโด่งดังมาอย่างยาวนานและมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานเช่นเดียวกัน   โดยวัดแห่งนี้นั้นว่ากันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยของพระนารายณ์มหาราชและชื่อวัดท่าซุงนั้นก็มีการตั้งชื่อตามอดีตเจ้าอาวาสคนแรกของวัด 

    สำหรับวัดท่าซุงนั้นอันที่จริงแล้วจะมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งนั่นก็คือวัดจันทารามโดยชื่อนี้ใช้ชื่อของทหารนายหนึ่งที่ชื่อว่าจันทร์ สำหรับความเป็นมานั้นเริ่มจากที่นายจันทร์ไปทำการออกรบหลังจากที่หมดช่วงสงครามแล้วก็เดินทางกลับมายังบ้านเกิดเพื่อที่จะกลับมาอยู่กับภรรยาและลูกแต่เมื่อเดินทางมาถึงก็ไม่พบภรรยาของตนเองแล้วดังนั้นนายจันทร์จึงได้ทำการออกบวชและมาอยู่ที่วัดแห่งนี้โดยมีการตั้งชื่อวัดว่าวัดจันทาราม 

      อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นไม่นานชาวบ้านก็เริ่มมีการเรียกชื่อวัดจันทารามอีกชื่อหนึ่งโดยชาวบ้านมองว่าตรงบริเวณที่มีการสร้างวัดรวมถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ในจังหวัดอุทัยธานีนี้แต่เดิมนั้นเป็นป่ามีต้นไม้เยอะมาก

และชาวบ้านประกอบอาชีพตัดไม้ออกไปขายโดยมีการขนส่งไม้ไปตามแม่น้ำสะแกกรังซึ่งชาวบ้านจะตัดไม้ออกเป็นท่อนๆแล้วปล่อยให้ไหลตามน้ำไปและวัดจันทารามแห่งนี้ก็อยู่ใกล้กับแม่น้ำสะแกกรังจึงทำให้ชาวบ้านเริ่มหันมาเรียกชื่อวัดแห่งนี้ว่าวัดท่าซุง  

       อย่างไรก็ตามช่วงแรกๆนั้นไม่ค่อยมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้มากนักแต่หลังจากช่วงประมาณปีพ.ศ 2332 ก็เริ่มมีพระสงฆ์มาจำพรรษาอยู่ที่นี่มากขึ้นอย่างเช่นหลวงพ่อใหญ่ซึ่งปัจจุบันนั้นชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากหรือแม้แต่หลวงพ่อขนมจีนหรือที่ชาวบ้านรู้จักกันดี

ในนามของหลวงพ่อเส็งรวมถึงหลวงพ่อพระราชพรหมญาณก็เคยอาศัยอยู่ที่วัดท่าซุงแห่งนี้เช่นเดียวกันดังนั้นจะเห็นได้ว่าประวัติความเป็นมาแล้วหลวงพ่อแต่ละองค์ที่มาจำพรรษาอยู่ที่วัดท่าซุงนั้นก็จะกลายเป็นพระอรหันต์  เช่นหลวงพ่อใหญ่และหลวงพ่อเส็งเป็นต้น

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่พระอรหันต์ทั้ง 2 รูปมรณะภาพไปแล้วก็ทำให้วัดท่าซุงนั้นไม่ค่อยเป็นที่เลื่อมใสศรัทธามากนักจนวัฒน์มีความสุขโทรมจนมาช่วงประมาณปีพศ 2511 จึงมีการเริ่มบูรณะวัดใหม่อีกครั้งและการมาเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังจนถึงปัจจุบัน 

 

ขอบคุณ  ufabet ฝากเงิน ออโต้  ผู้ให้การสนับสนุน

ตำนานสมัยกรุงศรีอยุธยากับวัดสระเกศ

ตำนานสมัยกรุงศรีอยุธยากับวัดสระเกศ สำหรับเรื่องของแร้งวัดสระเกศกับเปรตวัดสุทัศน์ก่อนที่จะเข้าเนื้อหากันจริงๆเราขอบอกที่มาของวัดสระเกศก่อนคำว่าวัดสระเกศที่เราจะพูดถึงตรงนี้ตามข้อมูลเขาได้บอกเอาไว้ว่า วัดสระเกศเกิดขึ้นประมาณในสมัยกรุงศรีอยุธยาโดยวัดสระเกศในที่นี้เขาคาดกันว่าเกิดขึ้นเมื่อประมาณ2112

โดยเป็นการสั่งให้สร้างขึ้นจากพระเจ้าบุเรงนองและในขณะนั้นเองกรุงศรีอยุธยาได้ถูกตีแตกพ่ายแพ้กับพระเจ้าบุเรงนองและได้ยึดพื้นที่ไป

ซึ่งในตอนนั้นเองพระเจ้าบุเรงนองเขามีความรู้สึกว่าอยากจะสร้างอะไรสักอย่างนึงเพื่อเป็นสิ่งประกาสแห่งชัยชนะและยืนยันว่าพื้นที่แห่งนี้เขาได้ตีแตกและยึดเป็นพื้นที่ของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้วเขาเลยได้สร้างวัดสระเกศแล้วก็เจดีย์ใหญ่ที่มีลักษณะที่เป็นของ มอญ ขึ้นมานั่นเอง

ดังนั้นในเวลาต่อมาประมาณ15ปีในปี2127พระนเรศวรก็สามารถกลับมาตีค่ายของหงสาวดีแตกได้และได้ยึดกรุงศรีอยุธยากลับมาได้หลังจากนั้นพระนเรศวรเขาก็เห็นว่าเจ้าส่งนี้มันได้ถูกสร้างขึ้นมาให้ในรูปแบบของมอญและเป็นอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะของพวกเขา

เขาอยากดัดแปลงก็เลยได้ตัดส่วนท่อนกลางและท่อนบนออกไปและใช้เพียงแค่ส่วนฐานเท่านั้นที่ยังคงอยู่แล้วก็เปลี่ยนเจดีย์ให้เป็นรูปแบบของไทยเราและหลังจากนั้นก็เลยมาเป็นวัดสระเกศจนมาถึงทุกวันนี้นั่นเองและตรงนี้ข้อมูลยังได้บอกต่ออีกว่า

หลังจากที่พระนเรศวรได้ตีกรุงศรีกลับมาได้ในเวลานั้นไม่นานก็เกิดโรคระบาดเกิดขึ้นและโรคร้ายนั่นก็คือโรคห่าหรือว่าอหิวาตกโรคนั่นเอง โดยโรคห่าตรงนี้ถ้าให้พูดให้เข้าใจง่ายๆมันก็เหมือนกับยุคโควิด-19ในปัจจุบันเพราะในสมัยนั้นโรคนี้เป็นดรคที่น่ากลัวมากๆไม่สามารถที่จะรักษาได้ทางการแพทย์ก็ยังไม่พัฒนายาอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่มีในการที่จะรักษาโรคนี้เลยก็ว่าได้

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงยาต้านวัคซีนก็ไม่มีเช่นกันฉะนั้นแล้วโรคนี้มันเลยเป็นโรคที่แพร่ได้เร็วแล้วก็อันตรายมีความร้ายแรงมากๆเลยแต่ในจุดที่สำคัญที่มันเผยแพร่ที่มันแพร่กระจายได้เร็วเพราะว่าอุปนิสัยของคนสมัยก่อนเขาใช้ชีวิตอยู่ติดกับแม่น้ำแต่ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่จะเป็นการใช้น้ำใช้ดื่มใช้กินหรือใช้แม่น้ำในการบริโรคก็จะอยู่ที่แม่น้ำหมดเลย

เวลาจะใช้น้ำก็ดึงเอาน้ำจากแม่น้ำมาทิ้งก็ทิ้งลงแม่น้ำไปตรงนี้มันเลยทำให้เกิดการแพร่กระจายที่เร็วมากว่ากันว่าโรคนี้รุนแรงและแพร่กระจายเร็วถึงขั้นที่มีคนเสียชีวิตเป็นหมื่นๆคนต่อวันกันเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.  gclub ฝากออโต้

ตำนานปีศาจจิ้งจอก9หาง

ตำนานปีศาจจิ้งจอก9หาง ซึ่งจากข้อมูลตรงนี้เขาบอกว่ารูปของเจ้าแม่หนี่วานั้นเป็นรูปปั้นที่เป็นรูปผู้หญิงสาวงามมากทั้งรูปร่างน่าตาและองค์ประกอบต่างๆคือผู้หญิงที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้และจากรูปร่างเหล่านี้ก็มีหลายๆคนมีความคิดที่อยากจะเอาเจ้าแม่หนี่วาไปเป็นเมียไปเป็นภรรยาอยู่เยอะแยะมาก

เมื่อผู้คนเหล่านั้นได้คิดแบบนั้นไปก็เจอแต่สิ่งร้ายๆเจอแต่สิ่งที่ไม่ดีเข้ามาในชีวิตโดยตรงนี้หลายๆคนเขาได้เชื่อว่าได้เป็นความศักดิ์สิทธิ์และด้วยความที่เจ้าแม่หนี่วาโกรธและไม่พอใจคนเหล่านั้นนั่นเองและจากข้อมูลที่เราได้พูดไปเมื่อครู่นี้มันได้มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนั่นก็คือ

โดยอยู่ดีมีอยู่วันหนึ่งได้มีข้าราชการชั้นสูงหรือผู้สูงส่งของราชวงศ์ซางในยุคนั้นที่มีนามว่าพระเจ้าโจโฉต้องการที่จะเข้ามากราบสักการะเจ้าแม่หนี่วาแต่แต่ปราฏกว่าพระเจ้าโจโฉเขาก็เป็นเหมือนคนข้างต้นนี้คือเขามีความคิดที่อยากจะได้เจ้าแม่หนี่วามาเป็นพระมเหสีของเขาเองจนถึงขั้นที่ว่าเขาได้พูดออกมาเองเป็นคำเลยเจ้าแม่หนี่วานั้นชั่งสวยงามเหลือเกินถ้าได้มาเป็นพระมเหสีก็คงจะดีข้าคงรักและหลงตายเลย

นอกจากนี้ตามความเชื่อของคนจีนในยุคนั้นเขาได้เชื่อว่าการกระทำแบบนี้หรือคำพูดหรือความคิดแบบนี้เมื่อหลุดออกมาจากหัวหรือหลุดออกมาจากปากมันคือการดูหมิ่นไม่ให้เกียรติเจ้าแม่หนี่วามากและเขามีความเชื่อกันว่าถ้าหากมีใครได้พูดแบบนั้นก็จะพบกับเหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้น

เนื่องจากนี้จากข้อมูลเขายังได้บอกเอาไว้อีกว่าเหตุการณ์ตรงนั้นทำให้เจ้าแม่หนี่วาไม่พอใจเป็นอย่างมากถึงขนาดที่ว่าได้ส่งสามปีศาจนั่นก็คือปีศษจจิ้งจอก9หางปีศาจพิณและปีศาจไก่ให้ไปจัดการและลงโทษกับพระเจ้าโจโฉที่ได้มาลบหลู่เจ้าแม่หนี่วาด้วยการที่ว่าทำยังไงก็ได้ให้เขาทุกข์และทรมารที่สุดแต่มีข้อแม้นั่นก็คือการกระทำเหล่านั้นจะต้องไม่กระทบกับคนอื่นและจะต้องไม่ทำร้ายประชาชนด้วย

ดังนั้นในเวลานั้นเองประจวบเหมาะกับตอนที่ว่าได้มีหญิงผู้หนึ่งได้มีหน้าตาสวยสดงดงามที่มีนามว่า ต้าจี่ เขาถูกเรียกให้เข้าไปเป็นพระสนมของพระเจ้าโจโฉโดย ต้าจี่ ที่เราได้พูดถึงตรงนี้เขาเป็นลูกสาวของเจ้าเมืองเล็กๆที่อยู่ใลก้กลับพระเจ้าโจโฉในตอนนั้นและในขณะที่ ต้าจี่ กำลังเดินทางไปหาพระเจ้าโจโฉอยู่ดีๆก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็คือต้าจี่ถูกฆ่าอย่างโหดเฮี้ยมโดยไร้สาเหตุ

 

สนับสนุนโดย.  gclub เว็บตรง

ตำนานฝังเสาหลักเมือง

ตำนานฝังเสาหลักเมือง ซึ่งในบันทึกนี้ได้กล่าวเอาไว้ว่าได้ทรงสั่งให้ข้ารับใช้ของพระองค์ให้ออกไปหาหญิงสาวมาจากภายในนครเลยโดยจะมีเป้าหมายก็คือผู้หญิงที่เขากำลังท้องที่กำลังจะใกล้คลอดแต่ถ้าหากจับตัวผู้หญิงที่ตั้งท้องมาไม่ได้ก็ได้นำตัวผู้หญิงธรรมดามาก็แล้วกัน

นอกจากนี้ผู้หญิงต่างๆก็เหล่านี้ก็จะถูกนำเอามาเรียงในพระราชวังโดยในระยะนั้นหญิงสาวก็จะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีคือเลี้ยงดูเหมือนกับเป็นเชื้อสายของพระวงศ์เลยแต่ก็ดูไม่เป็นเรื่องที่น่าสนใจเท่าไรและอีกสองสามวันต่อมาที่เป็นวันพิธีผู้คนที่เคยปรนนิบัติหญิงสาวผู้นี้ก็กลายเป็นคนที่จับผู้หญิงเหล่านี้โยนลงไปในหลุมที่ได้ขุดเตรียมเอาไว้

ดังนั้นลักษณะของสถานที่ที่ได้ทำพิธีนั้นก็จะขุดหลุมที่มีขนาดไม่กว้างมากเท่าไรและมีความลึกอยู่พอสมควรเหนือหลุมขึ้นไปเขาก็จะมักท่อนซุงเอาไว้ในแนวตั้งเตรียมพร้อมที่จะปักลงไปในหลุมที่ได้ขุดเตรียมเอาไว้

โดยในบันทึกนั้นได้กล่าวเอาไว้ว่าหลังจากที่พวกเขาได้ทำพิธีสวดอะไรเสร็จหญิงสาวเหล่านั้นก็จถูกจับโยนลงไปในเสาหลุมที่ได้ขุดเตรียมเอาไว้ในลักษณะที่หงายท้องและเพชรฆาตก็จะตัดเชือกให้ท่อนซุงนี้ให้ตกลงไปอย่างทันควันท่อนไม้ที่ได้ปักทิ่มลงไปนั้นก็จะทำให้ท้องของหญิงสาวแตกตายไปทั้งแม่และก็ลูกเลย

เนื่องจากก็ได้กลายมาเป็นผีสี่ตาสี่หูที่จะมาประกันความมั่นคงบ้านเมืองและในบันทึกนั้นยังได้บอกอีกว่าพิธีครั้งนี้เขาได้หาหญิงสาวท้องแก่มาถึง68คนเลยทีเดียวแต่หากว่าวันนั้นเมื่อใกล้ถึงเวลาพิธีก็ได้มีผู้หญิงบางคนได้คลอดลูกออกมาก่อนบุคคลในพระราชสำนักสันนิษฐานไปต่างๆนานาเลยมีการถกเถียงกันในพระราชวังว่ายังมีพิธีนี้อยู่หรือไม่

ซึ่งมันจะเป้นไปได้ไหมว่าคนเหล่านี้อาจจะทำให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คู่บ้านคู่เมืองไม่พอใจสุดท้ายแล้วก้เลยมีการตัดสินใจว่าถ้าอย่างนั้นเราก็จะไม่ฝังคนทีละเยอะๆก็แล้วกันจะขอทำพิธีปรพตูเมืองเพียงแค่สี่ประตูเท่านั้น

 เมื่อทำการตกลงกันได้แล้วก็ได้มีการคัดหญิงสาวมาเพียงแค่สี่คนส่วนคนที่ได้คลอดลูกไปแล้วและอีกคนที่ยังเหลืออยู่ก็ได้สั่งให้นำตัวไปตัดหัวทิ้งและไหนบอกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองไม่ต้องการให้ฆ่าคนจำนวนเยอะๆไม่ใช่หรอและแบบนี้มันจะต่างอะไรกัน

ดังนั้นพ่ออยู่หัวเลยสั่งให้ผู้หญิงโกนหัวออกให้หมดเสร็จแล้วให้ปล่อยตัวกลับบ้านไปและนี้ก็ได้เป็นบันทึกจากฝรั่งที่ได้บันทึกเอาไวและยังได้เป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการว่ามันจะเป็นไปได้จริงหรือ

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บไหนดี