หมวดหมู่: ศิลปะ

ประเพณีอุ้มสาวลงน้ำ  

         ประเพณีอุ้มสาวลงน้ำ    ถ้าหากใครเป็นคนในพื้นที่ของจังหวัดชลบุรีและอยู่ที่ อำเภอเกาะสีชัง  ย่อมจะรู้ดีว่าในช่วงสงกรานต์ของทุกปีนั้นจะมีประเพณี 1 ที่มีการจัดการเป็นประจำทุกปี

โดยประเพณีดังกล่าวนั้นเป็นประเพณีเก่าแก่มาตั้งแต่ในยุคสมัยโบราณ จนปัจจุบันก็ยังคงมีการจัดประเพณีนี้กันอยู่เป็นประเพณีการละเล่นที่คนหนุ่มสาวนั้นจะมาร่วมเพื่อความสนุกสนานเป็นประเพณีที่จัดขึ้นเฉพาะเกาะขามใหญ่ โดยประเพณีดังกล่าวนั้นใช้ชื่อเรียกว่าประเพณีอุ้มสาวลงน้ำ

        สำหรับประเพณีใครก็ตามที่สนใจจะร่วมประเพณีจะต้องมีการเดินทางมาที่เกาะขามใหญ่ซึ่งเกาะแห่งนี้จะต้องมีการนั่งเรือข้ามฟากมาโดยใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 15 นาทีจากฝั่งมาถึงเกาะขามใหญ่แห่งนี้ประเพณีอุ้มสาวลงน้ำน้ำเป็นประเพณีที่ไม่ได้ใหญ่โตมากนักแต่ก็จะมีการจัดขึ้นเป็นการละเล่นให้กับชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเริ่มตั้งแต่ในช่วงตอนเช้านั้นทุกคนจะมารวมตัวกันเพื่อทำบุญตักบาตรหลังจากทำบุญตักบาตรเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะทำการส่งน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคลของชาวบ้านที่จะมาร่วมพิธี

            หลังจากนั้นก็จะมีกิจกรรมเป็นพิธีกรข้าวบวงสรวงเมื่อทำพิธีต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะมาจบลงที่จะต้องมีการก่อเจดีย์ทรายซึ่งโดยปกติแล้วเจดีย์ทรายนั้นในหลายจังหวัดก็มีการทำประเพณีเช่นเดียวกันแต่ว่าในยุคปัจจุบันนั้นมีหลายจังหวัดที่ยกเลิกการทำประเพณีก่อกองทรายหรือเจดีย์ทรายกันมาบ้างแล้วอย่างไรก็ตาม

สำหรับกิจกรรมบนเกาะขามใหญ่แห่งนี้นั้นหลังจากที่ก่อพระเจดีย์ทรายเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะเป็นการปิดกิจกรรมด้วยประเพณีอุ้มสาวลงน้ำนั่นเองซึ่งประเพณีนี้ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่มีความโดดเด่นและเป็นประเพณีที่งดงามของคนชาวอำเภอเกาะสีชังเลยก็ว่าได้

          สำหรับวิธีการนั้นก็คือการที่คนหนุ่มสาวจะลงเล่นน้ำกันโดยฝ่ายชายนั้นจะต้องอุ้มผู้หญิงลงไปในน้ำอย่างไรก็ตามสำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดประเพณีอุ้มสาวลงน้ำนั่นก็เพราะว่าในสมัยอดีตนั้นเกาะสีชังไม่ได้มีน้ำจืดเยอะมากนักอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำจืดเลยก็ว่าได้ดังนั้นในช่วงวันสงกรานต์ที่เกาะสีชังจึงไม่มีการจัดประเพณีสาดน้ำสงกรานต์เล่นกันเหมือนกับจังหวัดอื่นๆเพราะต้องมีการเก็บน้ำเอาไว้ใช้จ่ายยามจำเป็น

          ดังนั้นจึงได้มีการคิดการละเล่นขึ้นมาแทนการสาดน้ำใส่กันนั่นก็คือการอุ้มสาวลงน้ำหรือบางคนจะใช้เป็นวิธีการจูงมือกันลงไปเล่นน้ำในทะเลก็ได้เช่นเดียวกันสำหรับประเพณีนี้ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่ในยุคสมัยของรัชกาลที่ 5 แล้วโดยส่วนใหญ่แล้วการจัดกิจกรรมประเพณีอุ้มสาวลงน้ำนั้นจะจัดทุกวันที่ 18 เดือนเมษายนซึ่งแต่เดิมนั้นมีการจัดกันที่เกาะสีชังแต่เนื่องจากว่าเกาะสีชังนั้นเป็นเกาะที่มีคนอาศัยค่อนข้างเยอะและชาวบ้านมีอาชีพทำการประมงต้องออกทะเลเป็นประจำจึงเปลี่ยนสถานที่มาจัดกิจกรรมประเพณีอุ้มสาวลงน้ำที่เกาะขามใหญ่นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    ufabet เว็บตรง

การปฏิวัติของซินไฮ่ ปีคริสต์ศักราช 1911 สมัยราชวงศ์ชิง

การที่พระนางซูสีไทเฮาแต่งตั้งให้ปูยีเป็นจักรพรรดิทั้งๆที่ปูยีอายุไม่ถึง3ขวบเท่านั้นเพราะพระนางมองเห็นว่าต่อไปจะสามารถควบคุมและแซกแซงโดยง่ายพระนางคิดว่าจะดำรงณืพระราชอำนาจได้อีกยาวนานแต่หลังจากที่สถาปนาปูยีขึ้นครองบัลลังก์ได้ไม่นาน

พระนางก็สวรรคตไปก่อนปูยีต้องประทับอยู่ในพระราชวงศ์ต้องห้ามพระราชวงศ์ที่คนสามัยไม่อาจเข้าไปได้พระราชสถานดังกล่าวล้อมรอบด้วย

การปฏิวัติของซินไฮ่ กำแพงสูงตั้งอยู่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินกลางกรุงปปักกิ่งคนที่สามารถติดตามพระองค์ได้คือพระพี่เลี้ยงปูยีต้องจากพระนางโดยที่ไม่ได้พบหน้ากันนานถึง6ปี

จนกระทั่งเมื่ออายุได้สิบปีปูยีถูกปฏิบัติอย่างเทพพระเจ้าตั้งแต่วัยเยาว์เพราะชชาวจีนถือว่าฮ่องเต้เป็นโอรสแห่งสวรรค์ดังนั้นปูยีจึงไม่สามารถแสดงออกได้แบบเด็กๆเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไปผู้ใหญ่คนอื่นๆที่อยู่ลายรอบปูยียกเว้นพระพี่เลี้ยงล้วนแต่เป็นคนแปลกหน้าไม่สามารถเข้ามาอยู่ใกล้ชิดได้และยังไม่สามารถเข้ามายังคับองค์จักรพรรดิปูยีได้

ซึ่งทุกครั้งที่ปูยีเสด็จไปไหนบรรดาองครักษ์ต้องคุกเข่าก้มหน้าห้ามมิให้สบตากับจักรพรรดิแม้กระทั่งพระบิดาก็จะต้องคุกเข่าให้กับปูยีและไม่ค่อยได้พบกัน เวลาที่พบกันก็มีเพียง 2 นาที เท่านั้นการเป็นจักรพรรดินั้นเหมือนถูกจองจำไม่มีผิดในตอนนั้นองค์ชายชวนพระบิดาของพระองค์ทรงทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนจนกระทั่งวันที่ 6 ธันวาคม ปีคริสต์ศักราช 1911 ก็ต้องสิ้นสุดลง

เพราะได้เกิดการปฏิวัติซินไฮ่ โดยซุนยัดเซ็นกองทัพรัฐบาลพ่ายแพ้แก่ฝ่ายปฏิวัติเนื่องจากองค์ชายซุนไม่ใสใจต่อการบริหารประเทศส่งผลทำให้ฝ่ายปฏิวัติตีว่าพระองค์ทรงอ่อนแอเกินไปที่จะปกปครองปประเทศอีกทั้งยังเป็นเหตุให้กระแสความเกรียติชังชาวต่างชาติและลราชวงศ์แมนจูทวีมากขึ้นเรื่อยๆจนอาณาจักรจีนระส่ำระส่าย

มลฑณต่างๆประกาสตัวเป็นอิสระขณะเดียวกันพระบิดาของจักรพรรดิปูยีประกาศว่าตนไม่มีความเหมาะสมที่จะปกครองอาณาจักรในฐานะผู้สำเร็จราชการอีกต่อไปจึงขอลาออกในตอนนั้นจักรพรรดิปูยียังทรงพระยาว์เกินกว่าที่จะทรงรับรู้ความขัดแย้งทางการเมืองได้

ในวันที่ 12 กุมภาพันธุ์ ปีคริสต์ศักราช 1912 มีพระบรมราชโองการของจักรพรรดิปูยีรัฐกการซวนถงยินยอมสระราชสมบัติแต่โดยดีโดยมอบให้กับหยวนซื่อไข่มีอำนาจสมบูรณ์ในการจัดตั้งรัฐบาลสาธารณรัฐชั่วคราวขึ้นตอนนั้นปูยีมีอายุได้เพียง 6 ขวบ ฝ่ายรัฐบาลของซุนยัดเซ็นที่หนานจิงก็ได้เสนอที่จะปฏิบัติต่อจักรรพรรดิราชวงศ์ชิงที่สระราชสมบัติแล้วด้วยความเคารพเช่นเดียวกับพระมหากษัตริย์ชาวต่างประเทศ

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    ufabet เว็บตรง

ประวัติโซโลม่อน 

        ประวัติโซโลม่อน    เชื่อว่าสำหรับคนที่เคยเล่นเกมอาจจะคุ้นชินกับชื่อเสียงของกษัตริย์ซาโลมอนโดยในเกมนั้นจะมีกษัตริย์และปีศาจของโซโลมอนถึง 72 ตนด้วยกันอย่างไรก็ตามว่ากันว่าเรื่องราวของโซโลม่อนนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวที่แต่งขึ้นมาเท่านั้นแต่โซโลม่อนนั้นมีตัวตนอยู่จริงและเขาเป็นถึงบุตรชายของกษัตริย์เดวิดแห่งประเทศอิสราเอล 

           โซโลมอนได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ได้โดยทั้งที่ตัวเองนั้นไม่ใช่ลูกชายคนโตแต่เนื่องจากเป็นคนที่มีความสามารถที่โดดเด่นจึงได้เป็นกษัตริย์ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น 

             สำหรับเรื่องราวของโซโลม่อนนั้นมีการพูดถึงกันเยอะมากแม้แต่ในพระคัมภีร์เองก็ยังมีการพูดถึงกษัตริย์ซาโลมอนซึ่งในคัมภีร์นั้นได้มีการระบุว่ากษัตริย์พระองค์นี้เป็นกษัตริย์ที่มีฐานะร่ำรวยมีความฉลาดมีปัญญาเป็นเลิศ 

ชื่อเสียงของโซโลม่อนนั้นมีมาตั้งแต่ในช่วงเวลาศตวรรษที่ 20 ก่อนคริสตกาลซึ่งชื่อเสียงที่โด่งดังมากที่สุดนอกจากการเป็นกษัตริย์ที่มีความร่ำรวยและมีความฉลาดแล้วเขายังเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วย 

             สำหรับโซโลม่อนนั้นเขามีฐานะเป็นถึงพระราชาแห่งเวทมนตร์เรื่องราวของกษัตริย์ซาโลมอนมีทั้งในคัมภีร์ไบเบิลและคัมภีร์กุรอานโบราณนอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในตำนานเก่าแก่เยอะแยะมากมายซึ่งตำนานส่วนใหญ่ของกษัตริย์ซาโลมอนนั้นจะมีการอ้างอิงว่ากษัตริย์ซาโลมอนนั้นมีพลังเหนือธรรมชาติ

โดยสามารถควบคุมปีศาจได้ทั้งหมด 72 ตนนั่นเองซึ่งตามประวัติความเป็นมาของโซโลม่อนยังได้มีการกล่าวถึงว่าเขาได้มีการสั่งให้ปีศาจที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาเป็นนำก้อนหินและน้ำในดินแดนที่ห่างไกลเอามาตกแต่งสวนภายในปราสาทนอกจากนี้ยังให้ไปหาสัตว์แปลกๆมากมายหรือพวกสัตว์หายากต่างๆมาไว้ภายในประสาทอีกด้วย 

             ตามตำนานเล่าว่ากษัตริย์ซาโลมอนนั้นสามารถควบคุมสิ่งที่เหนือธรรมชาติได้เพราะว่าสามารถควบคุมไม่ว่าจะเป็นน้ำหรือลมได้ดังนั้นจึงช่วยให้ในยุคที่สนามบอลคลองเมืองนั้นการขนส่งจึงเป็นไปอย่างรวดเร็วนอกจากนี้ยังสามารถเข้าใจภาษาของชาวต่างชาติได้และยังสามารถมองเห็นนิมิตในอนาคตของโลกในภายภาคหน้าได้อีกด้วยเรียกได้ว่าโซโลม่อนนั้นเป็นกษัตริย์ที่มีพลังวิเศษและเป็นจอมเวศน์ผู้ยิ่งใหญ่คนนึงแห่งยุคนั้นเลยทีเดียว 

           อย่างไรก็ตามประวัติของโดเรม่อนไม่ใช่เพียงแค่จอมด้วยเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ตัวตนของเขานั้นยังเป็นกษัตริย์มากรักเนื่องจากว่าตามประวัติแล้วก็สะสมนั้นมีเมียเยอะแยะมากมายว่ากันว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ที่มีพระชายามากที่สุดโดยมีมากถึง 700 องค์ในขณะที่ยังมีนางในเล็กๆน้อยๆอีกเกือบ 300 คนดังนั้นโดยรวมแล้วกษัตริย์ซาโลมอนนั้นมีเมียนับพันคนเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    สล็อต ufabet เว็บตรง

ประเพณีชักพระทอดผ้าป่าและแข่งเรือยาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี 

         สำหรับในบทความนี้เราจะพาไปรู้จักประเพณีของจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเพณีที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวที่มักจะเดินทางไปเที่ยวในช่วงที่มีการจัดประเพณีนี้กัน ประเพณีชักพระทอดผ้าป่า

 ซึ่งโดยปกติแล้วการตัดนั้นจะจัดเป็นประจำทุกปีโดยจะมีการจัดในช่วงประมาณเดือนตุลาคมซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะจัดในช่วงที่ใกล้วันออกพรรษาโดยปกติแล้วการจัดงานนั้นจะมีการจัดขึ้น 9 วัน 9 คืนเลยทีเดียว

         สำหรับประเพณีที่เราพูดถึงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีการจัดขึ้นมานั่นก็คืองานประเพณีชักพระรวมถึงทอดผ้าป่าและแข่งเรือยาวซึ่งจะมีผู้คนเป็นจำนวนมากที่จะพากันเดินทางไปร่วมงานประเพณีนี้โดยทางจังหวัดจะมีการจัดขึ้นแถวบริเวณริมแม่น้ำตาปีเป็นการจัดเทศกาลอย่างยิ่งใหญ่อลังการเลยทีเดียวซึ่งชาวบ้านในพื้นที่และชาวบ้านในจังหวัดใกล้เคียงก็จะพากันเดินทางไปทำบุญและมีการทำกิจกรรมร่วมกัน  

         นอกจากนี้ชาวบ้านทั้งจังหวัดของสุราษฎร์ธานีจะออกมาช่วยกันจัดเตรียมแต่งเรือพนมพระทางบกและเรือพนมพระทางน้ำซึ่งถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญเป็นอย่างมากของจังหวัดโดยจะมีการตกแต่งเรืออย่างประณีตวิจิตรบรรจงและงดงามมีการนำไฟนำสิ่งของต่างๆมาตกแต่งให้เกิดลวดลายที่มีความคิดแนวสร้างสรรค์และจินตนาการล้ำเลิศ

         นอกจากนี้ยังใช้ของภายในท้องถิ่นหรือเรียกได้ว่าภูมิปัญญาของชาวบ้านมาใช้ในการประดับตกแต่งหรืออาจจะมีการตกแต่งในรูปแบบของสัตว์ในวรรณคดีก็มีเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามประเพณีนี้จะมีการตกแต่งเรือมากกว่า 100 ลำเลยทีเดียวที่จะมาใช้ในการร่วมแห่ขบวนสมโภชซึ่งโดยปกติแล้วในการแห่ขบวนสมโภชนั้นจะมีการจัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 นั่นเอง 

          นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมทำบุญกับชาวบ้านในการตกแต่งพุ่มผ้าป่าเพื่อทำบุญ

โดยเงินรายได้จากการทำบุญนั้นก็จะนำไปบริจาคให้กับองค์กรต่างๆและสถาบันการศึกษารวมถึงวัดวาอารามต่างๆเพื่อบำรุงพระพุทธศาสนานั่นเองอย่างไรก็ตามนอกจากจะมีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับทางด้านพระพุทธศาสนาแล้วยังมีการจัดแข่งขันเรือยาวซึ่งนักท่องเที่ยวจะเพลินเกี่ยวกับการแข่งเรือและยังมีการจัดซุ้มอาหารคอยบริการนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบอาหารของทางภาคใต้

           นอกจากนี้ยังมีสินค้า OTOP และสินค้าพื้นบ้านมาวางขายเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดเรียกได้ว่างาน 9 วัน 9 คืนนั้นนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมนิทานจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีการจัดขึ้นและเที่ยวอย่างไม่รู้เบื่อกันเลยทีเดียว สำหรับใครที่ว่างและไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดีก็สามารถไปร่วมกิจการงานประเพณีที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้

 

สนับสนุนโดย  ufabet

เที่ยวประเพณีการไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม

          ในทุกๆปีจังหวัดนครพนมจะมีการจัดประเพณีอย่างยิ่งใหญ่ซึ่งจะต้องอยู่กับช่วงเทศกาลวันออกพรรษาโดยจะมีการจัดบริเวณริมแม่น้ำโขงซึ่งจุดที่มีการจัดงานนั้นจะจัดบริเวณศาลากลางประจำจังหวัด  

โดยประเพณีนี้นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากจะพากันเดินทางเพื่อไปร่วมงานซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมมหกรรมไหลเรือไฟซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อันเก่าแก่และล้ำค่าประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้และเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างประเทศให้ไปชมความงดงามของประเพณีและวัฒนธรรมของชาวจังหวัดนครพนมกัน 

         สำหรับความยิ่งใหญ่อลังการน่าตื่นตาตื่นใจของประเพณีไหลเรือไฟของจังหวัดนครพนมนั้นมีเกิดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ซึ่งแม่น้ำโขงยามค่ำคืนจะมีความสวยงามเนื่องจากว่าจะสว่างไสวจากไฟที่มีการประดับประดาบนเรือซึ่งมีการสร้างเรือให้ลอยไปตามแม่น้ำตามความเชื่อของคนในสมัยโบราณที่เชื่อกันว่าเป็นการบูชาพระรัตนตรัย

และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในแม่น้ำโขงซึ่งชาวบ้านจะมีการนำเรือมาล่องกลางแม่น้ำโขงและนำตะเกียงนักเหมือนดวงและดวงไฟนับพันดวงมาประดับประดาเป็นรูปทรงต่างๆทำให้เกิดความสวยงามซึ่งเกิดจากความศรัทธาของประชาชนชาวจังหวัดนครพนมและนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยี่ยมชมความงดงาม 

         อย่างไรก็ตามผู้คนให้ความสำคัญเกี่ยวกับประเพณีการไหลเรือไฟเป็นอย่างมากเพราะเชื่อว่ายิ่งมีการประดับประดาเรือไฟให้มีความสวยงามสว่างช่วยมาก

แค่ไหนก็จะยิ่งทำให้ประสบความสําเร็จในชีวิตและชีวิตแต่มีแต่ความรุ่งโรจน์สว่างไสวมากขึ้นเท่านั้นดังนั้นประเพณีการไหลเรือไฟจึงถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครพนมเลยก็ว่าได้

         นอกจากนี้ประเพณีการไหลเรือไฟยังเป็นตัวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดนครพนมในช่วงเทศกาลวันออกพรรษาเพราะว่าประเพณีการไหลเรือไฟนั้นเป็นประเพณีที่มีความงดงามและยังมีกิจกรรมอื่นๆให้นักท่องเที่ยวทำอีกเยอะแยะมากมายซึ่งในแต่ละปีนั้นก็จะมีคนสร้างเรือไฟที่มีแนวความคิดสร้างสรรค์แตกต่างกันในแต่ละปีมาประชันขันแข่งกันว่าของใครนั้นจะมีความงดงามมากกว่ากัน 

        อย่างไรก็ตามการจัดประเพณีการไหลเรือไฟนั้นยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกเยอะแยะมากมายทั้งการออกบูธการแสดงต่างๆที่แสดงให้เห็นถึงศิลปะวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนมดังนั้นหากใครมีเวลาว่างก็สามารถเดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดนครพนมในช่วงเวลาดังกล่าวได้ ซึ่งโดยปกติแล้วทางจังหวัดนครพนมจะมีการจัดประเพณีการไหลเรือไฟประมาณ 7 วันโดยมีกิจกรรมทั้งกลางวันและช่วงเวลากลางคืนเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  gclubเครดิตฟรี

กระแสวัฒนธรรมทางโทรทัศน์

กระแสวัฒนธรรมทางโทรทัศน์ การสูญเสียเพื่อนบ้านเป็นการสูญเสียเส้นทางอาชีพสำหรับมืออาชีพด้านหน้าจอที่กำลังเติบโตของออสเตรเลีย ละครโทรทัศน์เรื่อง Neighbours ที่ดำเนินมายาวนานที่สุดของออสเตรเลียคือผู้เสียชีวิตรายล่าสุดในกระแสวัฒนธรรมทางโทรทัศน์ทั่วโลก

การจากไปของการแสดงอันโด่งดังนี้รับประกันถึงการตรวจสุขภาพสำหรับอุตสาหกรรมโทรทัศน์ของออสเตรเลียNeighbors ออกอากาศครั้งแรกในปี 1985

และตอนสุดท้ายจะเข้าฉายในสัปดาห์นี้ การออกอากาศครั้งสุดท้ายถือเป็นจุดสิ้นสุดของการแสดงที่ได้รับการยอมรับจากการเปิดตัวอาชีพการแสดงของดาราที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติที่สุดของออสเตรเลียบางคน รวมถึง Kylie Minogue, Liam Hemsworth และ Margot Robbie

สิ่งที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักคือ 37 ปี Neighbors ได้จัดเตรียมพื้นที่ฝึกอบรมที่สำคัญสำหรับอาชีพหน้าจอต่างๆ กลุ่มอาชีพในท้องถิ่นที่แข็งแกร่งเหล่านี้ ได้แก่ นักเขียนบท โปรดิวเซอร์ ผู้ตัดต่อวิดีโอ ช่างเทคนิคการจัดแสง นักออกแบบฉากและเครื่องแต่งกาย และหัวหน้างานดนตรี เป็นสิ่งที่ทำให้โทรทัศน์ออสซี่ยอดเยี่ยมเกิดขึ้น

การสิ้นสุดของซีรีส์อันเป็นที่รักนี้ทำให้เกิดความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพที่มีให้สำหรับมืออาชีพด้านจอภาพยนตร์ของออสเตรเลีย ซึ่งต้องการโอกาสในการฝึกฝนฝีมือการทำงานภายในทีมที่มีประสบการณ์

ความโกลาหลในโทรทัศน์ ในขณะที่ซีรีส์ที่ดำเนินมายาวนานไม่ได้เป็นเพียงช่องทางที่มีความสามารถ แต่การสูญเสีย Neighbors ได้ลบจุดเชื่อมต่อที่สำคัญไปยังเครดิตหน้าจอแรกที่มักจะเข้าใจยาก การปิดประตูนี้เกิดจากความปั่นป่วนครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ทั่วโลก สาเหตุหลักมาจากการขยายบริการสตรีมมิง

บริการสตรีมมิ่ง เช่น Netflix และ Stan ได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่ชาวออสเตรเลียดูโทรทัศน์อย่างไม่อาจเพิกถอนได้ เป็นผลให้ประเภทโทรทัศน์บางประเภทพบว่าตัวเองอยู่ในเขียง สเตฟาน เดนนิส ดาราเพื่อนบ้านของเพื่อนบ้าน ผู้เล่นพอล โรบินสันผู้ชั่วร้ายที่น่ายินดี ได้แบ่งปันข้อกังวลของเขาว่าละครรูปแบบต่อเนื่องไม่พบสถานที่ในยุคการสตรีม

ฉันอยากให้ Neighbors สร้างกระแสใหม่ขึ้นมาและเป็นสบู่เชิงพาณิชย์ตัวแรกที่ได้รับการยอมรับในการเปลี่ยนไปใช้ช่องสตรีมมิ่ง น่าเสียดายที่ไม่มีผู้รับ

ความกังวลของฉันคือถ้าสบู่ไม่ทำการเปลี่ยนแปลงนั้นในไม่ช้า เราจะเริ่มเห็นจุดจบของรายการอันเป็นที่รักเหล่านี้ทั่วโลก ออสเตรเลียขาดแคลนลูกเรือ โทรทัศน์ของออสเตรเลียอยู่ในภาวะขาดแคลนผู้มีความสามารถ กลุ่มครีเอทีฟโฆษณา ผู้ผลิต และทีมงานที่มีประสบการณ์ทางโทรทัศน์มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ

ในโครงการที่ดำเนินการสั้นกว่า บริการสตรีมมิ่งมีอิทธิพลต่อรูปแบบของประเภทของเนื้อหาทางโทรทัศน์ที่ได้รับมอบหมาย สตรีมเมอร์มักจะชอบซีรีส์ที่มีความยาวน้อยกว่า ซึ่งเหมาะกับนักเขียนที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากกว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรทัศน์รุ่นใหม่กำลังเผชิญกับคำถามว่าพวกเขามีประสบการณ์ตรงตามความต้องการของค่าคอมมิชชั่นระยะสั้นหรือไม่ แนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของค่าคอมมิชชั่นระยะสั้นยังส่งผลกระทบต่อการผลิตและบทบาทอื่นๆ

ของทีมงานอีกด้วย มีโครงการอื่นๆ ที่ดำเนินไปพร้อม ๆ กัน ทำให้เกิดคอขวดสำหรับผู้ผลิตเพื่อให้ได้ผู้มีความสามารถที่มีประสบการณ์ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้ Screen Producers Australia ระบุว่าการขาดแคลนลูกเรือเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับสมาชิกของพวกเขา รายงานประกอบด้วยรายการบทบาทที่ผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์เป็นที่ต้องการอย่างกว้างขวาง

 

ได้รับการสนับสนุนจาก    ufabet เว็บตรง

Luke Eastop เป็นช่างเซรามิกรุ่นที่สามที่สร้างรูปทรงที่สวยงามในโทนสีกลาง

 เขาบอก Annie Le Santo เกี่ยวกับมรดกดินเหนียวของเขาและตั้งค่าการปฏิบัติของเขาเอง Luke Eastop เติบโตขึ้น

Luke Eastop เป็นช่างเซรามิก มาท่ามกลางกระถาง มีรูปถ่ายของเขาตอนที่ยังเป็นเด็กนั่งอยู่บนสนามหญ้าพร้อมแจกัน ‘รูปเพนกวิน’ สองใบที่ปู่ผู้ล่วงลับของเขา – เจฟฟรีย์ อีสทอป นักเซรามิกส์ที่เคารพนับถือ สร้างขึ้นในทศวรรษ 1980 ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่หยั่งรากลึกกับดินเหนียวมีมาตลอดชีวิตของลุค แต่การเดินทางสู่เซรามิกส์ยังคงเป็นเส้นทางที่ไม่เหมือนใครของเขาเอง

ถนนขั้นบันไดของ Catford ทางตะวันออกเฉียงใต้ของลอนดอนเป็นฉากหลังที่ไม่ธรรมดาสำหรับการเลี้ยงดูอย่างสร้างสรรค์ พ่อของเขา กรรมาธิการศิลปะสาธารณะ และนักเซรามิกส์ และแม่ของเขา นักบำบัดโรค

มาเปิดนิทรรศการบ่อยๆ และตกแต่งบ้านของครอบครัวด้วยงานศิลปะที่หลากหลาย “การเติบโตขึ้นมาในที่ที่ถือว่าค่อนข้างน่าเบื่อและถูกกดขี่ทำให้เกิดความภาคภูมิใจ” ลุคให้ความเห็น

ในทางตรงกันข้าม พื้นที่ชนบทของเอคชินสเวลล์ในแฮมป์เชียร์ ที่ซึ่งเจฟฟรีย์ปู่ของเขาอาศัยและทำงาน

มีส่วนสำคัญในการกำหนดอนาคตของลุคด้วย ‘คุณปู่ของฉันเป็นคนสำคัญที่เข้าถึงสมาชิกครอบครัวขยายของเราทุกคน’ เขาอธิบาย ‘ฉันรู้ว่าไม่ใช่คุณปู่ของทุกคนที่เป็นช่างปั้นหม้อ แต่เซรามิกส์และดินเหนียวรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตปกติสำหรับฉัน’ เส้นทางสร้างสรรค์ เป็นเรื่องง่ายที่จะคิดว่าลุคถูกกำหนดให้เป็นช่างปั้นหม้อตั้งแต่เริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ครั้งแรกของเขาในการสร้างหม้ออายุเจ็ดขวบก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาเลิกราไปจนโต

‘ฉันกำลังขว้างถ้วยไข่และมันก็เป็นไปด้วยดีจนกระทั่งฉันไปไกลเกินไปและทำรูที่ก้น’ เขากล่าว ‘น้ำหนักของประวัติครอบครัวของฉันเกี่ยวกับเซรามิกส์หมายความว่าฉันต้องการทำได้ดีจริงๆและนี่เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งการต้องการที่จะเอาชนะความท้าทาย อย่างไรก็ตาม เครื่องปั้นดินเผาเป็นสิ่งที่พ่อกับคุณปู่ของฉันทำ ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยจริงๆ ว่าจะทำหม้อด้วยตัวเองเพื่อหาเลี้ยงชีพ’

เมื่อยังเป็นวัยรุ่น ลุคได้สำรวจเส้นทางสร้างสรรค์อื่นๆ เขาวาดภาพและรู้สึกทึ่งกับภาพกราฟฟิตี้ ซึ่งเริ่มมีความสนใจในวิชาการพิมพ์และในที่สุดก็มีอาชีพด้านการออกแบบกราฟิก เมื่ออายุ 27 ปี

เขาได้ย้ายไปฝึกเป็นเชฟและถูกครอบงำโดยไลฟ์สไตล์อันน่าหลงใหลนี้เป็นเวลาหลายปี ‘หลังจากนั้นไม่นานคุณจะกลายเป็นสถาบัน’ เขากล่าว ‘คุณทำงานหลายชั่วโมง แล้วก็มีวันหยุดสองสามวัน และสิ่งเหล่านี้ก็ใช้ไปกับการเตรียมตัวกลับไปทำงาน ฉันรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องกลับไปออกแบบแล้ว แต่ฉันก็รู้ด้วยว่าฉันไม่อยากนั่งหลังคอมพิวเตอร์ทั้งวัน”

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

รูปแบบการทำงานเซรามิกส์ของลาเซย์

ในเวลานี้ได้รับแจ้งจากรูปทรงนามธรรมของร่างกายมนุษย์ การเยื้องตรงกลางชิ้นงานของเธอ เครื่องหมายลายเซ็นของเธอ – เชิญชวนให้ผู้ใช้จับและมีส่วนร่วมกับพวกเขาในรูปแบบที่เจาะจงสำหรับมือของพวกเขาเอง

เธอรับทราบว่าเธอไม่ใช่ผู้บุกเบิกเซรามิกแบบเว้าแหว่ง แต่มีอยู่มานับพันปีแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณได้เรียนรู้ถึงขอบเขตที่เธอได้เจาะลึกกระบวนการสร้างของเธอ ความรู้สึกของความเป็นปัจเจกในงานของเธอจะชัดเจน ในอาชีพการงานของเธอ ลาเซย์ทำงานในโรงงาน สตูดิโอในสหราชอาณาจักรและต่างประเทศ และมีส่วนร่วมในโครงการทดลองและโครงการทางวิชาการทั่วโลก แม้ว่ารอยบุบจะกลายเป็นลายเซ็นของฉัน แต่ก็มีส่วนอื่น ๆ

ที่ซ่อนอยู่ในเรื่องราวของฉัน’ เธออธิบาย “เมื่อฉันให้นักเรียนดูภาพสิ่งที่ฉันทำในอดีตซึ่งไม่ได้ทำแล้ว พวกเขาจะเห็นว่ารายละเอียดในงานของฉันในวันนี้มาจากไหน ทุกสัดส่วนเล็กน้อยหรือรายละเอียดพื้นผิวได้รับแจ้งจากประสบการณ์หลายทศวรรษกับวัสดุอื่น ๆ ในบริบทที่แตกต่างกัน 

ในช่วงฤดูร้อนหลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ลาเซย์ช่วยช่างปั้นชาวเยอรมัน Karin Putsch-Grassi ในอิตาลี ขณะช่วยเหลือที่สตูดิโอ เธอมีเวลาพัฒนาความคิดและทักษะของตนเอง “เราจะไปตลาดในฟลอเรนซ์ และฉันจะดูผู้คนซื้อเซรามิกที่ใช้งานได้จริง” เธออธิบาย ‘ปริญญาของฉันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของฉันกับวัสดุเป็นอย่างมาก จนตอนนี้ฉันไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับความสัมพันธ์ขั้นสุดท้ายของวัตถุกับผู้ใช้ปลายทาง’ นี่เป็นการตระหนักรู้ที่สำคัญ

และเลซีย์เริ่มเพิ่มที่จับให้กับภาชนะของเธอเพื่อเปลี่ยนให้เป็นแก้วและเหยือก ‘ฉันได้รับการเปิดเผยว่าไม่เพียง แต่ชิ้นงานของฉันมีภาษาที่สวยงามที่พูดถึงร่างกายเท่านั้น แต่ยังถูกยศาสตร์และเกี่ยวข้องกับผู้คนและร่างกายของพวกเขาด้วยวิธีการนั้นด้วย’

นับตั้งแต่การเปิดเผยดังกล่าว ลาเซย์ก็ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการออกแบบที่ Central St Martins (CSM) ซึ่งสอนในสถาบันศิลปะหลายแห่ง (รวมถึงหลักสูตร BA Cerami

s ที่ CSM) ได้เปิดธุรกิจเซรามิกที่เธอดำเนินต่อมาจนถึงทุกวันนี้ และมี เห็นสินค้าของเธอบนชั้นวางของร้านค้าปลีกระดับไฮเอนด์ ‘ในช่วงอาจารย์ของฉัน เราจะมีงานสัมมนาเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ของคุณ บางส่วนของสิ่งนี้ฉันพบว่าน่าตื่นเต้นและบางส่วนไม่สบายใจอย่างยิ่ง “เธอกล่าว ‘ฉันรู้ว่าฉันต้องการทำหลายๆ ชิ้น

สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน แต่มันเป็นช่วงกลางปี ​​2000 ซึ่งเป็นยุคของ iPod และ IKEA ฉันมาจากความสัมพันธ์ส่วนตัวอย่างลึกซึ้งกับเนื้อหาของฉันจนรู้สึกว่าฉันกำลังจะทำ ‘สิ่งของ’ มากขึ้นเพื่อเผยแพร่สู่โลก

ลาเซย์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Everyday อย่างระมัดระวังในปี 2550 คุณยังคงพบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้บนเว็บไซต์ของเธอในปัจจุบัน เธอรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบที่จะต้องตั้งใจให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และไม่เสียเงินหรือวัสดุใดๆ ด้วยการออกแบบที่หลากหลายหรือทดลองจำนวนมหาศาลที่ลูกค้าอาจตอบรับหรือไม่ก็ได้ ชิ้นส่วนต่างๆ ถูกโยนให้บางเป็นพิเศษ แต่ทำจากสโตนแวร์ที่ใช้ไฟแรงสูง จึงมีความทนทานอย่างยิ่ง พวกเขามีความสง่างามที่เรียบง่ายและ The Conran Shop

สังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็ว ร้าน Conran Shop และ Everyday ขึ้นชื่อในเรื่องเครื่องใช้ในบ้านที่เป็นสัญลักษณ์ซึ่งยังคงอินเทรนด์ไม่สิ้นสุดไม่ว่าคุณจะอยู่ในทศวรรษใด ‘ฉันมั่นใจว่าฉันเป็นนักออกแบบรูปร่างเท่านั้นและฉันก็เปิดตัวชุดนี้เป็นสีขาวล้วน อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อต้องการเห็นเป็นสี” เลซีย์กล่าว ‘สถานที่ทั้งหมดที่ฉันอยากเห็นงานของฉันคือ The Conran Shop ไม่จำเป็นต้องพูดว่าฉันทำช่วงสี มีการสั่งซื้อเริ่มต้นที่ 500 ตามมาอีกเรื่อยๆ

และงานของ Lacey ยังคงสร้างความสง่างามให้กับชั้นวางของร้านในวันนี้ เพิ่มสีสำหรับองค์ประกอบที่เลือกได้สำหรับลูกค้าโดยไม่จำเป็นต้องผลิตช่วงตามฤดูกาลใหม่บ่อยๆ ‘ฉันพยายามส่งเสริมให้มีอายุยืนยาว ฉันต้องการให้ผู้คนตกหลุมรักผลงานของฉันมากกว่าที่จะมีความสัมพันธ์กับพวกเขา’ ลาเซย์อธิบาย

 

สนับสนุนโดย  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

ยิ่งวูดโรว์เปิดเผยกระบวนการคิดตามสัญชาตญาณ

ยิ่งชัดเจนขึ้นว่าเธอมีจินตนาการที่น่าอิจฉา เธอนำโดยจิตใต้สำนึกของเธอและอาศัยช่วงเวลาแห่งแรงบันดาลใจเหล่านี้สำหรับแนวคิดที่ซับซ้อนของเธอ แนวความคิดของพวกเขาเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติ ดิบ และไม่ประณีต

“ฉันมักจะอธิบายตัวเองว่าเป็น “นักวิจัยที่ขี้เกียจ” เพราะความคิดต่างๆ จะปรากฏในหัวของฉัน และฉันจะมอบคำมั่นสัญญากับพวกเขาโดยไม่จำเป็นต้องพัฒนามันอีก” เธออธิบาย ‘การคิดไอเดียขึ้นมาให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเวทมนตร์ มันเหมือนกับว่าไมโครเวฟจะสั่นกะทันหัน และฉันก็ไม่รู้ว่ามีบางอย่างกำลังปรุงอยู่ในนั้น’

ผลงานของวูดโรว์ได้รับการตอบรับอย่างดีจากสาธารณชนในงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ นับตั้งแต่ที่พวกเขาออกจากสตูดิโอที่เพนรินที่ต่ำต้อยของเธอ เธอพบว่าผู้คนมักแสดงความคิดเห็นว่าพวกเขาเป็น ‘เหมือนสิ่งมีชีวิตจากโลกอื่น’ และเชื่อมโยงกับสื่อที่มีอยู่ เช่น แอนิเมชั่นญี่ปุ่นที่สร้างโดย Studio Ghibli เป็นที่เข้าใจได้ว่าสัตว์ที่ทำด้วยกระเบื้องของเธอจุดประกายความทรงจำอันน่าจดจำของตัวละครในวัยเด็ก นิทานและนิยาย แต่วูดโรว์ยืนยันว่าสิ่งมีชีวิตของเธออยู่ห่างไกล

จากจินตนาการเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้มีอยู่ในความเป็นจริงของเรา เธอสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของเธอเอง

“ผู้คนมักคิดว่างานของฉันเป็นตัวละครในเรื่องและก็ไม่เป็นไร” เธอกล่าว ‘แต่สำหรับฉันพวกเขาไม่ใช่ผู้มาเยือนจากอีกโลกหนึ่ง พวกเขามาจากโลกของเราและเสนอมุมมองที่แตกต่างออกไป’

การสำรวจใหม่ ตลอดเส้นทางด้านเซรามิกส์ของเธอ วูดโรว์ได้รักษารูปแบบทางเทคนิคของกระบวนการของเธอให้เหลือน้อยที่สุด ทำให้มีพื้นที่มากขึ้นสำหรับการรำพึงถึงความคิด โดยส่วนใหญ่ เธอใช้ดินพอร์ซเลนแบบเดียวกัน เคลือบใส และอุณหภูมิในการเผา (สูงถึง 1280˚C) ตั้งแต่เริ่มทำ ‘ฉันไม่ค่อยสนใจเคมีของเซรามิกส์’ เธออธิบาย ‘มันเป็นส่วนการแกะสลักที่ฉันชอบ’ อย่างไรก็ตาม ด้วยความกระตือรือร้นที่จะท้าทายการฝึกฝนของเธอ วูดโรว์พบว่าตัวเองมุ่งมั่นที่จะลองสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น ในปี 2020 ก่อนเกิดโรคระบาด เธอเริ่มเรียนปริญญาโทสาขาเซรามิกส์ โดยมีแคลร์ เคอร์นีน

(ผู้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่) เป็นครูสอนพิเศษของเธอ เธอไม่ได้เรียนต่อหลังจากล็อกดาวน์

เนื่องจากเหตุผลในทางปฏิบัติ แต่เมล็ดพันธุ์ของการพัฒนาที่เย็บอยู่ที่นั่นยังคงเติบโตในสตูดิโอที่บ้านของเธอในวันนี้ ประติมากรรมที่เหมือนมนุษย์ล่าสุดของเธอผสมผสานความหลงใหลที่มีมายาวนานของเธอเข้ากับร่างกายด้วยแนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับภูมิทัศน์ ตอนนี้เธอไม่ได้คิดแค่เรื่องรูปร่าง แต่ ‘การวางตัวเลขลงในภูมิประเทศ’

นอกจากนี้ เธอยังทำงานกับสโตนแวร์เพื่อขยายขนาด และเธอตั้งข้อสังเกตว่าการสร้างชิ้นที่ใหญ่ขึ้นนั้นท้าทายวิธีที่เธอทดลองและทดสอบแล้วในการยึดมั่นในแนวคิดตั้งแต่การปฏิสนธิไปจนถึงความสมบูรณ์ การทำงานในขนาดที่ใหญ่ขึ้นอาจหมายถึงการปรับการออกแบบเพื่อความสมดุลและการใช้งานจริง กระบวนการที่วูดโรว์ต้อง ‘มีอยู่มากขึ้น’ กับชิ้นงาน ‘มีความกลัวอยู่เสมอว่าสิ่งใหม่ๆ จะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเท่างานก่อนหน้าของฉัน แต่สิ่งที่คุณทำได้ในฐานะศิลปินคือลองดู’ เธอกล่าว

มีสิ่งหนึ่งที่ Woodrow สามารถวางใจได้เสมอ จนถึงจุดที่แทบจะไม่สำคัญว่าจะได้รับงานใหม่ของเธออย่างไร เป็นที่แน่ชัดว่าเธอจะต้องสนุกกับการทำมัน ‘ฉันชอบกระบวนการนี้จริงๆ’ เธอกล่าว ‘มันเกือบจะไร้สาระที่ฉันชอบดินเหนียวม้วน ฉันต้องทำมันมาหลายชั่วโมงตลอดชีวิตแล้ว แต่ฉันก็ยังรักมัน’

 

สนับสนุนโดย  gclub

อิทธิพลทางศาสนาต่อศิลปะเกาหลี

ในเกาหลี การวาดภาพทิวทัศน์ แทนที่จะเป็นภาพวาดหรือภาพวาดประวัติศาสตร์ในโลกตะวันตก กลายเป็นรูปแบบที่โดดเด่นในส่วนหนึ่งเพราะธรรมชาติถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ธรรมชาติถูกมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของทั้งส่วนสำคัญของชีวิตมนุษย์และจิตวิญญาณที่สูงขึ้น แนวความคิดเกี่ยวกับธรรมชาติดังกล่าวยังได้รับการแบ่งปันโดยจีนและญี่ปุ่น

โดยแต่ละวัฒนธรรมจะพัฒนาปรัชญาและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกันในรูปแบบต่างๆ ด้วยอุดมคติอันสูงส่งที่แนบมากับภาพนี้ การถ่ายโอนธรรมชาติหรือภูมิทัศน์อันกว้างใหญ่และเหนือกว่านี้ลงบนพื้นผิวสองมิติจึงเป็นความท้าทายสำหรับศิลปินที่จะยกระดับตำแหน่งของการวาดภาพทิวทัศน์

อีกเหตุผลหนึ่งที่การวาดภาพทิวทัศน์กลายเป็นรูปแบบศิลปะที่เหนือกว่าในเกาหลีก็คือการครอบงำของลัทธิขงจื๊อและลัทธิขงจื๊อนีโอซึ่งนำมาจากประเทศจีน ปรัชญานี้กำหนด เหนือสิ่งอื่นใด การฝึกฝนสติปัญญาและความอ่อนน้อมถ่อมตน ศาสนาต่อศิลปะเกาหลี

เมื่อแปลเป็นงานศิลปะแล้ว หมายความว่ารูปภาพของร่างมนุษย์ ร่างกาย, กิจกรรมทางโลกของมนุษย์, แม้แต่ตอนประวัติศาสตร์ที่เน้นไปที่กิจกรรมของมนุษย์หรือความสำเร็จ เป็นภาพรอง แต่การวาดภาพทิวทัศน์กลับกลายเป็นวิธีการสำหรับการสำรวจและแสดงออกถึงสติปัญญาและโลกที่กว้างกว่ามนุษย์ จนกระทั่งศตวรรษที่สิบแปด กับการเติบโตของประเภทจิตรกรรม การวาดภาพเหมือนกลายเป็นสิ่งสำคัญในประวัติศาสตร์ศิลปะเกาหลี

การวาดภาพทิวทัศน์ไม่ได้เกิดขึ้นทันที การพรรณนาภูมิทัศน์ที่เก่าแก่ที่สุดในเกาหลีจากยุคสามก๊ก (57 ปีก่อนคริสตกาล–668 AD) ปรากฏเป็นองค์ประกอบพื้นหลังพื้นฐาน ไม่ใช่เป็นประเภทจิตรกรรมอิสระ ตัวอย่างเช่น ในภาพวาดฝาผนังหลุมศพของศตวรรษที่ 5 เราเห็นภูเขาหรือต้นไม้ที่แยกตัวอยู่รอบๆ ร่างต่างๆ เช่น การล่าสัตว์ ร่างมนุษย์และภูมิทัศน์ประกอบกันเป็นภาพรวมทั้งหมด

ระหว่างช่วงโคเรียว (918–1392) จิตรกรรมภูมิทัศน์และภาพวาดโดยทั่วไปเบ่งบานอย่างรวดเร็วราวกับเป็นศิลปะในแบบของมันเอง วิวัฒนาการนี้ควบคู่ไปกับการพัฒนาในราชวงศ์ซ่งของจีน (960–1279) ซองและโคเรียวมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างการแลกเปลี่ยนทางการฑูตและวัฒนธรรมบ่อยครั้ง เช่นเดียวกับในภาพวาดของ Northern Song ภาพวาดภูมิทัศน์ขนาดมหึมาภาพที่แสดงถึงภูเขาขนาดมหึมาและสื่อถึงความน่าเกรงขามในธรรมชาติกลายเป็นที่นิยมใน Koryo

น่าเสียดายที่มีตัวอย่างการวาดภาพทิวทัศน์ในช่วงเวลานี้ค่อนข้างน้อย ซึ่งทำให้ยากสำหรับเราในปัจจุบันที่จะประเมินการพัฒนาและความสำเร็จอย่างเต็มที่

กว่าห้าศตวรรษของยุคโชซอนของเกาหลี (1392–1910) ละครวาดภาพทิวทัศน์ได้ขยายออกไป ยังมีตัวอย่างอีกมากมายที่ยังหลงเหลืออยู่ โรงเรียนจิตรกรรมภูมิทัศน์สองแห่งมีความสำคัญเป็นพิเศษในช่วงสมัยโชซอน

หนึ่งในนั้นนำโดย An Kyon ศิลปินในราชสำนักในศตวรรษที่สิบห้า ภาพวาดภูมิทัศน์ของเขาดัดแปลงและเปลี่ยนองค์ประกอบโวหารและแนวความคิดของภูมิทัศน์เพลงเหนือแบบเก่าและทำให้รูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์สมบูรณ์แบบ เขาเล่นกับองค์ประกอบที่เป็นนวัตกรรมและโดดเด่นที่ท้าทายแนวคิดดั้งเดิมของพื้นที่และเวลาในการวาดภาพ พู่กันที่โดดเด่นของเขาถูกคัดลอกและดัดแปลงโดยผู้ติดตามของเขาที่ยังคงประเพณีต่อไปแม้หลังจากเวลาของเขา

โรงเรียนใหญ่หรือรูปแบบการวาดภาพทิวทัศน์อื่น ๆ เกิดขึ้นในศตวรรษที่สิบแปด นำโดยศิลปินเอกช่องสน ภูมิทัศน์แบบ “True-View” ของเขาได้ปฏิวัติแนวคิดทั้งหมดของการวาดภาพทิวทัศน์ในประเทศเกาหลี ก่อนหน้านั้น การวาดภาพทิวทัศน์เป็นแนวคิดที่เป็นนามธรรม: ทิวทัศน์ที่พรรณนามักจะไม่ใช่ทิวทัศน์ที่แท้จริง หรือแม้แต่ปฏิกิริยาส่วนตัวหรืออารมณ์ของศิลปินต่อภูมิทัศน์ที่มีอยู่ แต่เป็นธรรมชาติตามที่คิดไว้ในจิตใจของศิลปิน ภาพวาดของ Chong Son

แสดงถึงทัศนียภาพที่มีชื่อเสียงในเกาหลี ทั้งสถานที่ทาสีก่อนหน้านี้ เช่น Kumgang Mountainan และสถานที่อื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นหัวข้อของการวาดภาพทิวทัศน์ และได้แสดงในลักษณะที่แสดงให้เห็นภูมิทัศน์ที่เป็นจริง มีเกียรติ และเป็นส่วนตัวไปพร้อม ๆ กัน ความสำเร็จของการวาดภาพทิวทัศน์แบบ True View อยู่ที่ความสามารถในการทำให้เกิดแก่นแท้ของทั้งทิวทัศน์ภูมิทัศน์พื้นเมืองและความอ่อนไหวของธรรมชาติ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย