หมวดหมู่: ตำนาน

เขมรแดงบุกฆ่าราษฎรไทยตายหลายศพ

เขมรแดงบุกฆ่าราษฎรไทย นอกจากการการบุกเข้าโจมตีชาวราษฎรไทยด้วยอาวุธปืนแล้วทหารเขมรแดงยังได้วางกับระเบิดเข้าไว้ตลอดทางชายแดนเขมรไทยอีกจำนวนมากทำให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ของฝ่ายไทยเยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตไปอีกในจำนวนไม่น้อย

ซึ่งจากการข่าวได้พบว่ามีคนไทยและเขมรอพยพจำนวนหนึ่งให้การสนับสนุนกองกำลังทหารเขมรแดงเหล่านี้ด้วยการลักรอบค้าขายอาหารน้ำมันเครื่องเวชภัณฑ์และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆกับทหารเขมรแดงโดยกลุ่มคนเหล่านี้ได้นำอาวุธบางส่วนไปมอบให้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในเขตอำเภอวัฒนานครเพื่อใช้ต่อสู้กับทางการไทย

นอกจากนี้ได้มีคนที่มีสีของไทยอยู่หลายคนร่วมรู้เห็นเป็นใจให้กับคนเหล่านี้ด้วยการรับสินบนอีกด้วยจึงได้มีการสืบหาข้อมูลของบบุคคลเหล่านี้แล้วมีการจับกลุ่มพ่อค้าและข้าราชการที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดนี้ในจำนวนทั้งสิ้น41คนได้นำตัวไปสอบสวนและแยกขังเอาไว้หลายแห่ง

โดยได้ตั้งข้อหาบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดได้ให้การสักทอดว่าตัวการที่เป็นผู้นำทหารเขมรแดงเข้าโจมตีหมู่บ้านของราษฎรไทยและค้าขายอาวุธสงครามรวมทั้งสินค้าต่างๆกับทหารเขมรแดง

นายมั่นบุญประเสริฐ นายแกะเทียนชัยทองอยู่ นายอยู่จาก นายเตี้ยหรือสมใจจันทร์ตราที่ได้ถูกจับตัวมาได้แล้วเป็นผู้ร่วมกระทำผิด

เมื่อได้นำตัวทั้งสี่คนนี้มาทำการสอบสวนก็ได้ให้การรับสารภาพว่าค้าขายกับเขมรแดงจริงและเป็นผู้นำทหารเชมรแดงเข้าโจมตีหมู่บ้านที่งสามแห่งจนมีจำนวนราษฎรไทยเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

วันที่21มีนาคมพ.ศ.2521เวลาประมาณ12.00นาฬิกา พันตำรวจโทโกวิท สุทธิบุตร รองผู้กำกับการตำรวจจังหวัดปราจีนบุรีพันตำรวจตรีวีระพงษ์ วรธงไชยสารวัตรใหญ่ สภอ. อรัญประเทศพร้อมด้วยกองกำลังทหารผสมที่2กองพันทหาร ร.พัน3อรัญประเทศ ร้อยโทศรีมณฑา และ ร้อยโทสมศักดิ์นำตัวนายมั่นโคกบุญประเสริฐนายอยู่จากนายเทียนชัยทองอยู๋และนายสมใจจันทร์ตรา

ซึ่งได้พาตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บานโก่งค้อบ้านหนองดอและบ้านน้อยป่าไร่โดยเป็นจุดที่พาเขมรแดงเข้าโจมตีราษฎรไทยในขณะที่รถอีเอ็มซีของทหารได้นำขบวนลัดเลาะเข้าไปภายในป่าเพื่อที่จะขับตรงไปยังหมู่บ้านทั้งสองแห่งและได้มีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้นำพาตัวผู้ต้องหาทั้งสี่คนเข้าไปทำแผน

ดังนั้นก่อนที่จะถึงหมู่บ้านโก่งค้อรถของทหารที่นำหน้าได้ทับกับระเบิดทำให้รถเสียหายทำให้สิบเอกองุ่นพลขับและทหารได้กระโดดลงจากรถเตรียมที่จะยิงต่อสู้กับทหารเขมรแดงที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ตามป่าไม้ข้างทาง

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า sbobet ใหม่ล่าสุด

ตำนานผี นปเประโบ

ซึ่งสิ่งที่ชายนักปราชญ์ที่เขาได้พบเจออยู่ในระหว่างที่ท่านนั้นกำลังเดินผ่านป่าเขาได้พบกับหญิงสาวผู้หนึ่งร้องไห้อยู่ในป่าเมื่อเกิดความสงสัยก็เดินไปถามนางว่าทำไมมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในระหว่างที่เข้าไปถามนั้นใบหน้าของเธอนั้นมันน่ากลัวมาก

ตำนานผี นปเประโบ ปรากฏว่าหน้าของเธอนั้นไม่มีเลยเขาได้เอาไปเล่าให้กับคุณลุงท่านหนึ่งที่ได้วิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือและก็ได้เล่าให้คุณฟังลุงก็ตกใจและบอกว่ามันจริงหรอจังหวะนั้นเองลุงก็ได้เอามือกุมหน้าผากและก็ท้าวลงที่โต๊ะดูเหมือนว่าชายชะราคงจะปวดศีรษะมาก

นอกจากนี้หลังจากที่ชายชราได้เอามือออกจากที่ใบหน้าของเขานักปราชญ์ก็ได้พบกับใบหน้าที่ไม่มีอะไรเลยไม่มีแม้กระทั่งรูทวารเมื่อนักปราชญ์ได้เห็นก็ตกใจเกิดอาการซอกแล้วก็พยายามที่จะวิ่งหนีออกมาแต่ทว่าหลังจากที่เขาได้เปิดประตูออกมาหมู่บ้านนั้นที่ได้วิ่งหนีออกมาก็ได้กลายเป็นป่าร้างไปเสียแล้ว

เนื่องจากนี้ในเวลาต่อมาได้มีคนพบเจอนักปราชญ์ผู้นี้เดินอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆแต่ทว่านักปราชญ์ผู้นั้นได้เสียงสติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เพราะฉะนั้นแล้วมันยังได้มีอีกเรื่องรวหนึ่งที่ได้เกิดขึ้นเรื่องมีอยู่ว่าได้มีผู้ชายคนหนึ่งเขาเป็นคนโลภมากและขี้เกียจเขาตกการไปตกปลาและปลาในแม่น้ำมันหาได้ยากและต้องไปแย้งกับคนอื่นอีกและชายผู้นี้ก็ได้แอบเข้าไปลักตกปลาในพระราชวงศ์ที่อยู่ใกล้กับสุสานหลวง

ดังนั้นภรรยาก็ได้ออกมาเตือนเขาว่าวงศ์เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์และอยู่ติดกับสุสานหลวงเขาก็ไม่สนใจหันกลับมาด่าเมียอีกและเขาก็รีบเดินเข้าสู่พระราชวงศ์และได้เดินเข้ามาสู่บ่อปลาเข้ามาในเขตสุสานหลวงของวงศ์แม้ว่าหนทางจะน่ากลัวก็ตามด้วยความโลภและอยากได้ปลาเลยลืมเรื่องที่น่ากลัวไปเลย

เมื่อได้มาถึงบ่อแล้วก็ทำการย่อนเบ็ดลงไปในบ่อทันใดนั้นเองก็ได้มีกิมโนน่าตาเป็นคนใช้ในวงศ์ได้เดินมาบอกว่าตรงนี้ตกปลาไม่ได้เขาก็ไม่ฟังและไปผลักเธอล้มลงไปกับพื้นทำเธอร้องไห้และก็คิดได้ว่าข้าขอโทษที่ทำเธอร้องไห้ข้าเป็นผู้ชายที่ไม่ดีเอง

นอกจากนี้ชายคนนี้ก็จะเอามือเธอออกหวังจะปราดน้ำตาให้เธอปรากฏว่าก็ได้พบกับใบหน้าที่ไม่มีตาจมูกปากหลังจากนั้นชายคนนี้ก็รีบวิ่งหนีกลับบ้านไปฟ้องเมียและเมียบอกว่าข้าเตือนพี่แล้วแต่พี่ไม่ฟัง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet สมัครยังไง

เหตุการณ์ไข้หวัดสเปนผู้ป่วยไม่พอจำนวนหมอ

โดยในสถานการณ์นี้ในปัจจุบันมันก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว. เหตุการณ์ไข้หวัดสเปน ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเกี่ยวกับสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาด้วยคนบางคนไม่ได้เป็นโรคร้ายแบบที่เป็นข่าวแต่ว่าคนส่วนใหญ่คิดไปเองว่าหรือว่าเราจะเป้นโรคแบบนั้นหรือเปล่าเราเอาตัวเราไปรักษาหรือเอาตัวเราไปให้หมอตรวจดีกว่า

ซึ่งความคิดนี้ถามว่ามันดีไหมจริงๆแล้วมันก็ดีแต่ข้อเสียคุณอย่าลืมว่าถ้าคุณไม่ได้เป็นโรคนั้นแต่คุณคิดไปว่าคุณเป็นและได้เข้าไปสู่สถานที่ที่มีแต่คนคิดว่าเป็นโรคและถ้าเกิดว่าวันนั้นมีคนติดเชื้อขึ้นมาจจริงๆหนึ่งคนแน่นอนมันคือการแพร่กระจายขนาดใหญ่

นอกจากนี้คนทุกคนมักจะคิดว่าตัวเองเป็นโรคอาจจะไม่ได้เป็นโรคเลยแต่มันได้มีคนๆนึงเป็นโรคและคนเหล่านั้นก็ได้ซุ่มเชื้อทำให้เชื้อนั้นกระจายไปทั่วสุดท้ายมันก็กลายเป็นการกระจายเชื้อที่ใช้คำว่าไม่สามารถตีความเสียหายได้นั่นเองและเหตุการณ์ตรงนี้ในอดีตเกิดขึ้นมาแล้วและเป็นบนเรียนใหญ่มากนั่นก็คือ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไขหวัดสเปนที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า50ล้านคนนั่นเองและหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แรกเหตุการณ์ที่สองและเหตุการณ์ที่สามจึงได้เกิดขึ้นตามต่อมานั่นก็คือ เมื่อหมออีกา ขาดตลาดมันเลยเกิดหมออีกาปลอมขึ้นนั่นเองตรงนี้ก็ตามชื่อเลย

เพราะว่าหมออีกานั้นขาดตลาดในเวลานั้นหมออีกาจึงเกิดขึ้นเป็นว่าเล่น เนื่องจากว่าความเชื่อมั่นทางการแพทย์ในโรงพยาบาลมีความเชื่อถือค่อนข้างต่ำไม่สามารถรักษาโรคให้พวกเขาได้คนก็เลยไปเชื่อทางด้านไสยศาสตร์ทางด้านแพทย์ทางเลือกมากกว่าเลยทำให้หมออีกานั้นเป็นที่มากและแพทย์ต่างๆที่ตกงานนั้น

เขาจึงได้สวมรอยเป็นหมออีกาและไปรักษาคนด้วยวิธีของเขาที่ไม่ได้ถูกหลักจรรยาบรรณที่อาจจะเป็นวิธีส่วนตัวซึ่งมันอาจจะรักษาเขาหายได้หรือมันอาจจะไม่สามารถรักษาเขาให้หายได้และมันอาจจะทวีคุณความเสียหายให้มีความรุนแรงมากกว่านั้นเลยก็เป็นได้

ซึ่งวิธีการรักษาตรงนี้ถ้าเอาตามข้อมูลที่มีบันทึกเอาไว้ค่อนข้างที่จะน่าสงสารมากมีตั้งแต่วิธีที่โหดร้ายมากๆรวมไปถึงวิธีที่ไม่คิดว่าเขาจะใช้วิธีนี่กันเลยมันมีตั้งแต่การใช้ปลิวดูดเลือกเสียออกจากร่างกายการใช้สัตว์มีพิษหรือผิวหนังของสัตว์มีพิษถูตามร่างกาย

โดยททางทีมแพทย์เหล่านั้นเขาด้มีความคิดว่าถ้าเอาผิวหนังของสัตว์ที่มีพิษเอามาถูตามร่างกายพิษเหล่านั้นก็จะโดนดูดและจะตามสัตว์เหล่านั้นออกมาทำให้บุคคลลนั้นได้หายป่วยเป็นอย่างปกตินั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    สล็อต ยิงปลา ฝากขั้น ต่ำ 100

ตำนานอาถรรพ์เจ้าหญิง อาเมน-รา 

            สำหรับเรื่องราว อาถรรพ์เจ้าหญิง อาเมน-รา  นั้น พระนางเป็นเจ้าหญิงของประเทศอียิปต์  ที่ว่ากันว่าพระนางนั้นมีอายุมาตั้งแต่ก่อนปีเกิดคริสตศักราชเมื่อ 1, 500 ปีมาแล้ว 

โดยว่ากันว่าร่างของพระนางหลังจากที่มีการเสียชีวิตลงแล้วนั้นถูกบรรจุไว้ในโลงศพซึ่งโลงศพของพระนางนั้นได้มีการนำเพชรนิลจินดามาตกแต่งไว้อย่างสวยงามตระการตาเลยทีเดียวหลังจากนั้นโลงศพของพระนางก็ถูกนำไปฝังไว้ในสุสานแห่งหนึ่งซึ่งสุสานดังกล่าวนั้นถูกสร้างขึ้นไว้ตรงบริเวณริมแม่น้ำไนล์  อยู่ที่เมืองลักซอร์ซึ่งสื่อสารดังกล่าวนั้นนับว่าเป็นสุสานหลวงที่หากมีเชื้อพระวงศ์เสียชีวิตก็จะถูกนำโรงศพมาเก็บไว้ที่สุสานแห่งนี้

          ว่ากันว่าเรื่องราว อาถรรพ์เจ้าหญิง อาเมน-รา    เกิดขึ้นเมื่อปลายคริสต์ศักราช 1890   เมื่อช่วงเวลาดังกล่าวนั้นได้มีมหาเศรษฐีทั้งหมด 4 คนด้วยกันนัดแม่พากันมาเที่ยวที่ประเทศอียิปต์และได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมสุสานหลวงดังกล่าวซึ่งเป็นสถานที่เก็บโลงศพของ เจ้าหญิง  อาเมน – รา   แล้วเมื่อบรรดาเศรษฐีทั้ง 4 คนได้เห็นโลงศพของเจ้าหญิงอาเมน – รา  ที่มีความงดงามตระการตาต่างก็อยากได้โรงศพนี้เป็นสมบัติส่วนตัวของตน

       ในวันดังกล่าวนั้นได้มีเศรษฐีหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็น 1 ใน 4 คนนั้นได้มีการจ่ายเงินเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อที่จะให้มีการนำโรงศพของเจ้าหญิงอาเมน – รา   ไปไว้ที่บ้านของตนโดยเขาได้สั่งให้คนงานนำโรงศพมาเก็บไว้ที่โรงแรมที่เขาพักอยู่ก่อนเพื่อที่จะได้นำกลับไปพร้อมกับตัวเองตอนที่เดินทางกลับประเทศ

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการนำโรงศพของเจ้าหญิงอาเมน – รา  มาไว้ที่โรงแรมเสร็จเรียบร้อยแล้วเสร็จที่คนดังกล่าวก็ออกไปเที่ยวตามปกติซึ่งหลังจากที่เขาออกไปก็ไม่เคยย้อนกลับมาที่โรงแรมอีกเลยและไม่มีใครเคยเห็นเขาอีกเลยโดยมีการคาดการณ์ว่าเขาน่าจะหายไปและอาจจะเสียชีวิตกลางทะเลทราย

    นอกจากนี้บรรดาเพื่อนเศรษฐีของเขาอีก 3 คนที่เหลือต่างก็ประสบเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันกันทุกคนโดยหนึ่งในเพื่อนมหาเศรษฐีนั้นได้ถูกคนใช้ของตนเองใช้อาวุธปืนยิงโดยที่ไม่ทราบสาเหตุซึ่งกระสุนได้ไปถูกที่แขนของมหาเศรษฐีคนดังกล่าวแต่แผลติดเชื้อจึงจำเป็นต้องตัดแขนทิ้งในขณะที่เพื่อนเศรษฐีอีกคนนึงนั้นประสบกับปัญหาบ้านถูกฟ้องล้มละลายธนาคารยึดทรัพย์สินไปหมดทำให้จากคนรวยกลายเป็นคนจน

       ส่วนเศรษฐีคนสุดท้ายนั้นเขาต้องเจอกับโรคร้ายที่รักษาไม่หายทรมานร่างกายอยู่นานหลายปีและหมดเงินจากการรักษาอาการของโรคนี้จนแทบสิ้นเนื้อประดาตัวแต่โลกนี้ก็ไม่สามารถรักษาให้หายได้จนท้ายที่สุดเขาก็ต้องเสียชีวิตจากการเป็นโรคร้ายนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท

ตำนานรักพระลอ

          ตำนานรักพระลอ เป็นเรื่องเล่าตำนานที่กล่าวขานกันมาตั้งแต่สมัยโบราณเกี่ยวกับตำนานความรักของหญิงสาวสองคนที่มีต่อชายหนุ่มคนหนึ่งโดยหญิงสาวทั้งสองนั้นมีชื่อว่าพระเพื่อนกับพระแพงซึ่งทั้งสองคนนั้นเป็นพี่น้องกันเป็นเจ้าหญิงที่ปกครองเมืองแต่เนื่องจากว่าเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์นั้น

ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเจ้าชายองค์หนึ่ง

ซึ่งครองเมืองอีกเมืองหนึ่งที่ชื่อว่าพระลอโดยเสียงเล่าลือที่พูดถึงพระลอนั้นพูดกันว่า พระลอนั้นมีรูปโฉมที่งดงามเป็นอย่างมากรูปหล่อหาใครเปรียบไม่ได้ดังนั้นทั้งสองคนจึงได้ให้คนรับใช้มาสืบจนรู้ว่าเสียงเล่าลือนั้นเป็นเรื่องจริง

        ในที่สุดทั้งเพื่อนและพระแพงต่างก็พากันตกหลุมรักพระลอ จึงได้ให้พระฤาษีปู่เจ้าสมิงพรายช่วยทำเสน่ห์ยาแฝดให้เพื่อให้พระลอ นั้นรักของตนเอง  ซึ่งแน่นอนว่าด้วยเสน่หายาแฝดที่ทางปู่เจ้าสมิงพรายทำให้นั้นทำให้ในที่สุดแล้ว พระลอ ก็ดั้นด้นออกจากเมือง

เพื่อมายลโฉมความงดงามของเจ้าหญิงทอเพื่อนและเจ้าหญิงพระแพนโดย อ้างการออกศึกประพาสป่า  อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้วทั้งสามคนก็ได้ครองคู่กันด้วยแอบได้เสียกันจนในที่สุดพระราชบิดาของเจ้าหญิงพระเพื่อนและเจ้าหญิงพระแพงก็รู้เรื่องเข้าซึ่งพระองค์นั้นแท้ที่จริงแล้วต้องการที่จะยึดครองเมืองของพระลออยู่แล้วเมื่อรู้เหตุการณ์นี้จึงแสร้งทำดีด้วยและอนุญาตให้ทั้ง 3 คนนั้นอภิเษกสมรสกัน 

          อย่างไรก็ตามในช่วงที่มีการจัดงานอภิเษกสมรสกันนั้นเองทางด้านพระเจ้าย่าของพระเพื่อนพระแพงนั้นได้มีการสั่งให้ทหารมาร้องพระตำหนักของพระเพื่อนพระแพงพระลอหลังจากนั้นก็สั่งให้ทหารใช้ธนูยิงเข้าไปเพื่อหวังที่จะฆ่าพระลอให้เสียชีวิตนั่นเอง

แต่ด้วยความรักที่เจ้าหญิงเพราะเพื่อนกับเจ้าหญิงพระแพงมีต่อสามีของตนเองก็คือพระลอทำให้ทั้งสองคนนั้นเอาตัวเองไปบังลูกธนูเพื่อไม่ต้องการให้สามีของตนเองนั้นเสียชีวิตดังนั้นเจ้าหญิงเพราะเพื่อนและเจ้าหญิงพระแพงจริงเสียชีวิตจากการโดนธนูของทหารในเมืองตนเองถ้าตายในขณะเดียวกันตัวเพราะเองก็เสียชีวิตจากการถูกธนูหญิงด้วยเช่นเดียวกัน

         หลังจากที่เรื่องราวสงบลงทุกคนก็ได้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นร่างของพระรอหรือร่างของพระเพื่อนและร่างของพระแพงทั้ง 3 ชีวิตนั้นเสียชีวิตกองอยู่รวมกันโดยกอดกันตายทั้ง 3 พระองค์ทำให้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็พากันเศร้าโศกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากโดยมองว่าทั้ง 3 คนนั้นรักกันด้วยความจริงใจแต่ต้องมาเสียชีวิตจากเรื่องที่ผู้ใหญ่นั้นไม่ถูกกันจึงมีการสร้างอนุสรณ์เอาไว้เป็นอนุสาวรีย์ของพระลอและพระเพื่อนและพระแพงที่ถูกลูกธนูยิงซึ่งอนุสรณ์นี้ยังคงมีอยู่ที่จังหวัดแพร่จนถึงปัจจุบันนี้ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet ดีที่สุด

ตำนานเสาหลักเมืองใช้มนุษย์ในการสร้างจริงหรือเปล่า

ตำนานเสาหลักเมือง เวลาที่เราได้พูดเรื่องของตำนานผีสานต่างๆนานามากมายส่วนใหญ่เราเชื่อว่าหลายๆคนก็คงจะพูดถึงเรื่องของชีวิตหลังความตายมันมีจริงหรือไม่วิญญาณมันมีอยู่จริงหรือเปล่าและถ้าหากเราตายไปเราจะได้ไปนรกหรือสวรรค์กันแน่ถูกไหมเราอยากจะบอกว่าเรื่องราวเหล่านี้มันเป้นสิ่งที่คนสงสัยกันมาที่สุด

ซึ่งมันก็ยังได้มีอยู่อีกหนึ่งเรื่องที่คนได้ตั้งคำถามขึ้นมาและคนก็ยังหาคำตอบไม่ได้นั่นก็คือเวลาที่เราตายไปในรูปแบบลักษณะต่างๆไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตายท้องกลมตายด้วยอุบัติเหตุหรือตยโดยธรรมชาติเราจะไปเกิดเป็นวิญญาณแบบไหนถ้าหากว่าโลกใบนี้มีวิญญาณจริงๆ

โดยคำถามตรงนี้มันก็ได้เป็นคำถามที่คนได้ตั้งมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

และเขาก็ยังได้ตั้งคำถามกันอยู่ว่าสรุปแล้วเราจะเกิดไปเป็นอะไรกันแน่และคำถามนี้มันเลยไปผูกกับหัวข้อที่เราจะมาพูดในวันนี้เพราะคำถามนี้มันได้ไปโยงกับพิธีกรรมหนึ่งในอดีตที่เขาได้มีความเชื่อเกี่ยวกับการปกป้องรักษาเมืองจากโรคภัยไข้เจ็บลากภัยต่างไม่ว่าจะเป็นทั้งคนวิญญาณหรือสิ่งชั่วร้าย

ตำนานเสาหลักเมือง เพราะฉะนั้นในอดีตกาลเขาได้มีความเชื่อกันว่าในโลกของเรานี้มีทั้งคนเป็นมีทั้งคนตายและเมื่อคนตายไปแล้วมันก็จะต้องไปเกิดเป็นวิญญาณในรูปแบบไหนอันนี้เราไม่รูปอาจจะเกิดไปเป็นวิญญาณในรูปแบบที่ดีมาช่วยคนมาปกปักรักษาคนก็ว่าไปแต่เขาก็ยังได้มีความเชื่ออีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือมันอาจจะเกิดไปเป็นวิญญาณชั่วร้ายที่เขานั้นอาจจะบุกเข้ามาโจมตีหรือก่อความวุ่นวายให้กับชาวบ้านได้

นอกจากนี้ในสมัยก่อนในเรื่องของคุณไสยมนต์ดำ

มันก็เป็นที่เรื่องชื่อและความส่วนใหญ่ก็ได้เชื่อกันมากด้วยว่าวิชาเหล่านี้ยังสามารถนำเอาควบคู่กับสงครามหรือเอามาปกปักกันพวกศัตรูได้ตรงนี้มันเลยทำให้ผู้ที่ได้ปกครองบ้านปกครองเมืองในสมัยก่อนเขามองเห็นว่าฉะนั้นแล้วเราจะต้องมีวิญญาณที่คอยอารักขาบ้านเมืองอยู่มิเช่นนั้นมันก็อาจจะเกิดเหตุร้ายและมันก็อาจจะทำให้บ้านเมืองของเขานั้นเกิดมีความวุ่นวายได้นั่นเอง

เนื่องจากนี้ในคำถามคือพวกเขานั้นจะหาวิญญาณที่ไหนดีๆที่จะมาคอยปกปักรักษาบ้านเมืองและจะจงรักภักดีต่อเมืองพวกเขาได้ตรงนี้เขาเลยเกิดแนวคิดขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือถ้าหากเราต้องการที่จะหาวิญญาณของมนุษย์ที่จงรักภักดีต่อเมืองและต้องการปกปักรักษาเมืองวิญญาณตนนั้นจะต้องเป็นคนที่จงรักภีกดีต่อเมืองและต้องการที่จะปกปักรักษาเมืองจริงๆด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

ตำนานห้องสีชมพู ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

         เป็นตำนานที่เล่าขานกันปากต่อปากมาจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่หรือที่เรารู้จักกันดีในนามของ มช. นั่นเอง   นับว่าตำนานนี้เป็นเรื่องเล่าที่ออกแนวสยองขวัญ ห้องสีชมพูมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นตำนานเกี่ยวกับหอพัก ซึ่งเป็นหอ 8  โดยเรื่องราวที่เกิดขึ้น นั้น เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาประมาณปี พ.ศ.  2532

โดยเรื่องราวนี้มีอยู่ว่า มีนักศักษาสาวคนหนึ่งเธอเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในชั้นปีที่  1  เธอได้มีการพักอยู่ที่หอพักภายในมหาวิทยาลัย 

 

เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนักศึกษาสาวคนดังกล่าวก็มีแฟน ในช่วงแรกๆนั้น

คู่รักคู่นี้ก็รักใคร่กลมเกลียวกันดี เป็นที่น่าอิจฉาของคนทั่วไป และทั้งคู่ก็ตัดสินใจไปเช่าห้องพักอยู่ด้วยกัน โดยห้องพักของทั้งคู่นั้นจะอยู่ทางด้านหลังของมหาวิทยาลัย เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้โรงเรียน แต่หอพักที่มหาวิทยาลัย หญิงสาวคนดังกล่าวก็ยังมาอาศัยอยู่กับเพื่อนในบางครั้งด้วย 

อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไปไม่ถึงปี ความรักที่ฝ่ายชายมีให้ฝ่ายหญิงก็เริ่มลดลง

ห้องสีชมพูมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพราะไปติดพันนักศึกษาสาวคนอื่น ซึ่งฝ่ายหญิงเองก็เริ่มรู้ระแคะระคายมาบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็ทำให้พฤติกรรมของฝ่ายหญิงเริ่มเปลี่ยนไป เริ่มตามหึงหวงมากขึ้นกว่าเดิมทำให้ฝ่ายชายรำคาญ

อยู่มาวันหนึ่งฝ่ายชายได้มีการนัดจะมารับฝ่ายหญิงกลับไปหอพักแต่ปล่อยให้ฝ่ายหญิงต้องรอนานจนดึกดื่นเมื่อฝ่ายชายมาถึงจึงเกิดการทะเลาะกันแต่ระหว่างที่มีการขับรถไปยังหอพักหญิงก็ได้บอกฝ่ายไทยซึ่งเป็นแฟนของตนเองว่ากำลังตั้งท้องได้ 3 เดือนและเมื่อผู้ชายหรือว่าผู้หญิงกำลังตั้งท้องเขาก็ไม่ยอมรับโดยบอกให้ผู้หญิงไปเอาเด็กออกโดยฝ่ายชายปราบปรามว่าฝ่ายหญิงอาจจะคบชู้และท้องกับคนอื่นทำให้เขาไม่สามารถรับเด็กคนนี้เป็นลูกได้

       หลังจากที่ทั้งคู่ทะเลาะกันฝ่ายหญิงจึงกลับไปอยู่กับเพื่อนที่ห้องพักในมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นตึก 8 ที่เป็นตึกตำนานสีชมพูนั่นเองอยู่มาวันหนึ่งในขณะที่รูมเมทของเธอไม่อยู่เพราะกลับบ้านที่ต่างจังหวัดด้วยความเสียใจที่ฝ่ายชายไม่ยอมรับลูกของเธอทำให้เธอคิดที่จะเอาเด็กออก

แต่ด้วยเธอไม่กล้าที่จะไปทำแท้งตามคลินิกเถื่อนเธอจึงได้หาวิธีการทำแท้งด้วยตนเองซึ่งเธอได้ใช้ไม้บรรทัดล้วงเข้าไปในมดลูกเพื่อต้องการที่จะคว้านเอาเด็กออกแต่บังเอิญว่าไม้บรรทัดไปกระแทกถูกผนังมดลูกทำให้เกิดการฉีกขาดทำให้เธอตกเลือดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

       แต่ก่อนที่เธอจะตายเธอได้นำเลือดของเธอไปเขียนที่บริเวณผนังห้องใจความว่าเธอไม่ได้มีชู้และเธอมีแฟนหนุ่มเป็นคนรักเพียงคนเดียวซึ่งวันรุ่งขึ้นรูมเมทของเธอกลับมาจากบ้านที่ต่างจังหวัดก็มาพบว่าเธอเสียชีวิตแล้วหลังจากที่มีการทำพิธีศพให้เธอเป็นที่เรียบร้อยทั้งด้านคนดูแลห้องพักก็ได้มีการทำความสะอาดห้องพักลบคราบเลือดที่เธอเขียนทิ้งเอาไว้ด้วย

การนำสีขาวมาทาทับแต่ไม่ว่าจะทาสีขาวทับกี่ครั้งวันรุ่งขึ้นก็จะมีข้อความที่เธอเขียนเอาไว้ปรากฏขึ้นอยู่เหมือนเดิม จนคนในหอพักต่างพากันหวาดกลัวซึ่งเจ้าหน้าที่ดูแลหอพักได้มีการไปเชิญพระมาทำพิธีสวดเพื่อขับไล่วิญญาณร้ายแต่ก็ไม่สามารถขับไล่ได้

          ทําได้เพียงแค่สะกดวิญญาณไม่ให้ไปหลอกหลอนคนในหอพักเพียงเท่านั้นและนับตั้งแต่พระเข้ามาทำวิธีการสะกดวิญญาณก็ไม่มีใครเจอวิญญาณของหญิงสาวคนดังกล่าวเลยซึ่งคนดูแลหอพักก็ต้องใช้เป็นวิธีการทาสีห้องพักนั้นใหม่ด้วยการใช้สีชมพูแทนเนื่องจากว่าไม่สามารถใช้สีขาวทาได้เพราะทุกครั้งที่มีการทาสีขาวสีเลือดที่เขียนติดผนังไว้ก็จะเด่นขึ้นมาให้เห็นทุกครั้งไปนั่นเองจึงเป็นที่มาของห้องสีชมพู

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  gclub สล็อตฟรี

ตำนานประตูอาถรรพ์ที่ประเทศเปรูที่ไม่มีใครกล้าเปิด 

         ตำนานประตูอาถรรพ์  เชื่อว่านักท่องเที่ยวหลายคนที่ชื่นชอบการไปเที่ยวต่างประเทศและเคยเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเปรูคงจะเคยได้ยินสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่อยู่บนยอดเขานั้นก็คือมาชูปิกชู   ซึ่งที่นี่คือเทหะสถานร้างที่ผู้คนต่างก็หลงลืมกันมาเป็นระยะเวลาหลายร้อยปีเลยทีเดียวกว่าจะถูกค้นพบเจอใหม่อีกครั้งหนึ่งและการมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในปัจจุบัน 

      สำหรับที่เมืองมาชูปิกชูนี้มันคือป้อมปราการร้างซึ่งเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่  และผู้ที่ค้นพบเมืองป้อมปราการหลังที่นี่นั่นก็คือชายคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวสเปนนั่นเอง  และถึงแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะถูกค้นพบแล้วแต่ด้วยความยิ่งใหญ่กินพื้นที่หลายร้อยไร่จึงมีห้องต่างๆมากมายเต็มไปหมดและนะทางเดินเล็กๆแห่งหนึ่งก็มีห้องอยู่ห้องหนึ่งซึ่งห้องดังกล่าวนั้นมีการปิดประตูตายเอาไว้และไม่มีใครที่จะสามารถไปทำการเปิดประตูนี้ได้ 

        สำหรับป้อมปราการร้านแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาจากชนเผ่าอินคาในสมัยก่อนและประตูที่ไม่มีคนเปิดนั้นว่ากันว่านักวิทยาศาสตร์ได้มีการนำเรดาร์มาทำการส่องประตูบานนั้นเข้าไปดูพบว่าด้านในนั้นมีโลหะมากมายเต็มไปหมด และด้านในภายในประตูบ้านนั้นว่ากันว่าเป็นที่ฝังศพและเป็นสุสาน ของกษัตริย์องค์หนึ่งซึ่งมีชื่อว่าประชากุฏิ  ซึ่งกษัตริย์องค์นี้คือกษัตริย์องค์ที่สร้างเมืองมาชูปิกชูขึ้นมานั่นเอง 

         หลังจากที่มีการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วว่าภายในนั้นเป็นสุสานของกษัตริย์รัฐบาลจึงได้มีการประกาศว่าห้ามบุคคลใดก็ตามแต่ที่เดินทางมาเที่ยวอย่างที่สถานที่แห่งนี้เปิดประตูบานดังกล่าว หลังจากที่รัฐบาลประกาศไม่ให้มีคนเปิดประตูบานดังกล่าวนั้นก็ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงต่างก็พากันร่ำลือว่าสาเหตุที่ทางรัฐบาลไม่ให้นักท่องเที่ยวเปิดประตูดังกล่าวเข้าไปดูสุสานของกษัตริย์นั้นก็เพราะว่าแท้ที่จริงแล้วประตูบานดังกล่าวนั้นหากมีคนเปิดก็จะเกิดอาถรรพ์เกิดขึ้น

        ตำนานประตูอาถรรพ์ อย่างไรก็ตามยังไม่มีใครเคยออกมายืนยันว่าหากเปิดประตูบ้านดังกล่าวแล้วอาถรรพ์ที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นอะไรเพราะตั้งแต่รัฐบาลมีการประกาศออกไปก็ไม่มีใครกล้าที่จะเปิดประตูดังกล่าวเลยแม้แต่คนเดียวเพราะต่างก็กลัวอาถรรพ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองนั่นเอง

          ซึ่งอันที่จริงแล้วอาจจะไม่ได้มีอาถรรพ์อะไรก็เลยก็ได้  แต่เป็นความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของผู้คนเท่านั้นจึงไม่มีใครกล้าที่จะเปิด  หรือบางคนอาจจะกลัวว่าหากมีการเปิดประตูบ้านดังกล่าวไปจะถูกทางรัฐบาลของประเทศเปรูจากกลุ่มก็เท่านั้นเอง  แต่ถ้าหากใครสนใจที่จะลองไปเปิดประตูบานดังกล่าวนั้นคุณก็สามารถเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเปรูและเดินทางไปที่มาชูปิกชูและทดสอบได้เลยว่าประตูดังกล่าวนั้นหากเปิดแล้วจะมีอาถรรพ์จริงหรือไม่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  บาคาร่า sa

ผลงานด้านศิลปะโครงกระดูกงูยักษ์  ค้นเจอผ่านทาง Google Earth 

         ผลงานด้านศิลปะโครงกระดูกงูยักษ์  มีหลายครั้งที่เรามักจะเห็นอะไรแปลกๆเมื่อมีการค้นหาข้อมูลผ่านทาง Google Earth ซึ่งบางครั้งคดีฆาตกรรมหลายรายที่เรานั้นยังหาคำตอบไม่ได้เราก็พบได้จากการที่เราส่องจาก Google Earth นั่นเองอย่างเช่นก่อนหน้านี้มีชายคนหนึ่งเล่น Google Earth แล้วสามารถมองเห็นรถในแม่น้ำ

และเมื่อประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูก็พบว่ามีศพอยู่ในรถคันดังกล่าวจริงซึ่งเมื่อตรวจสอบเชิงลึกไปก็จะเห็นได้ว่าศพที่อยู่ในรถคันดังกล่าวนั้นถูกแจ้งความคนหายเอาไว้เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วนอกจากนี้เรายังพบข้อมูลแปลกๆผ่านทาง Google Earth อยู่เป็นประจำ ซึ่งมันทำให้เราเห็นได้ว่า Google Earth นั้นมีความสำคัญมากยิ่ง 

           อย่างไรก็ตามสิ่งเราจะพูดถึงต่อไปนี้นั้นมีความเกี่ยวพันกับการส่อง Google ผลงานด้านศิลปะโครงกระดูกงูยักษ์  เช่นเดียวกันเมื่อวันที่ 14 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564 มีผู้ใช้ Google Earth รายหนึ่งได้มีการค้นดูข้อมูลไปทั่วจนในที่สุดเขาก็ว่าจะสถานที่แปลกๆซึ่งสถานที่ดังกล่าวนั้นอยู่ตรงบริเวณชายหาดแห่งหนึ่งดังนั้นเมื่อเขาเจอลักษณะโครงสร้างแปลกๆเขาจึงได้มีการซูมเข้าไปดูใกล้ๆและเมื่อเขาส่งเข้าไปดูเขาก็ต้องตกใจเพราะว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นเป็นโครงกระดูกงูยักษ์ขนาดใหญ่มหึมาหรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นโครงกระดูกของโคตรงูยักษ์เลยก็ว่าได้

           แน่นอนว่าหลายคนหลังจากที่ได้ดูข้อมูลที่เป็นรูปภาพที่ถ่ายมาจาก Google Earth นั้นหลายคนมองว่ามันอาจจะเป็นงูธรรมดาซึ่งมีความใหญ่โตและที่สำคัญมันน่าจะเป็นซากฟอสซิลของงูในสมัยดึกดำบรรพ์ที่มีขนาดความใหญ่โตมโหฬารหรือที่เราเรียกกันว่าไททันโอโบอาซึ่งในสมัยโบราณนั้นงูชนิดนี้มีความใหญ่โตมากมายเลยทีเดียวและเป็นงูที่สูญพันธุ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          หลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพโครงกระดูกงูยักษ์ผ่านทาง Social Media ก็ได้มีผู้ให้คำตอบว่าแท้ที่จริงแล้วภาพที่เห็นเป็นโครงกระดูกงูยักษ์นั้นเป็นผลงานศิลปะของชาวจีนคนหนึ่งที่เขาได้สร้างผลงานชั้นเยี่ยมเอาไว้ที่บริเวณริมชายหาด ซิงต์ เบรวิน เส์ ปองส์  ซึ่งชายหาดแห่งนี้อยู่ในแคว้น เปอีเดอลาลัวร์    ซึ่งแขวนนี้อยู่ในทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศสนั้นเองโดยใช้หาดแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ของเมือง ลวราตล็องติก 

            สำหรับผลงานด้านศิลปะในครั้งนี้นั้นผู้ที่ก่อสร้างขึ้นมาได้ใช้อลูมิเนียมในการทำเป็นโครงกระดูกของงูยักษ์โดยโครงนี้มีความยาวถึง 120 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าของผลงานศิลปะชิ้นนี้ได้มีการตั้งชื่อผลงานของเขาเอาไว้ว่า  Surpent D’ Ocean  ซึ่งเป็นผลงานศิลปะที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงประมาณ ปีพ.ศ. 2555    และโครงกระดูกอลูมิเนียมที่เป็นผลงานศิลปะนี้ไม่ได้เป็นการสร้างขึ้นมาโดยลอกเลียนแบบของงูแต่เป็นผลงานที่สร้างขึ้นมาจากมังกรซึ่งเป็นสัตว์ในตำนานของประเทศจีนนั่นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

ตำนานความน่ากลัวของศาลเจ้าฟูชิมิ  อินาริ 

           ที่ประเทศญี่ปุ่น จะมีศาลเจ้าที่ชื่อว่า ศาลเจ้าฟูชิมิ  อินาริ   ซึ่งอยู่ในเมืองโตเกียวเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นนั่นเองโดยสารเจ้าแห่งนี้นั้นเป็นศาลเจ้าที่ชาวเมืองญี่ปุ่นใช้ในการบูชาเทพเจ้าจิ้งจอก  โดยศาลเจ้าแห่งนี้นั้นบริเวณทางเข้าจะมีรูปปั้นของจิ้งจอกตัวมหึมาอยู่และที่บริเวณลำตัวของรูปปั้นจิ้งจอกนั้นก็จะมีป้ายอันสีแดงคล้องคออยู่

        ส่วนทางเข้าของศาลเจ้านั้นจะมีการสร้างประตูที่ทำด้วยไม้ เป็นเสา โดยเสาเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า เสาโทริอิ  เป็นประตูทางเข้าซึ่งทาสีแดง โดยเสาเหล่านี้มีมากว่าหนึ่งหมื่นต้นเลยทีเดียว และตรงบริเวณเสายังมีตัวอักษรญี่ปุ่นกำกับเอาไว้ตามความ  สำหรับนักทอ่งเที่ยวคนไหน ที่อยากจะมาเคารพสักการะ งศาลเจ้าฟูชิมิ  อินาริ  แห่งนี้นั้น จะต้องใช้ระยะเวลาเดินทางค่อนข้างนานมากเลยทีเดียว

          เนื่องจากศาลเจ้าแห่งนี้นั้นจะอยู่ห่างจากถนนใหญ่ไปประมาณเกินกว่า 4 กิโลเมตรด้วยกันและสองข้างทางนั้นก็จะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ซึ่งเป็นป่าสีเขียวขจีเต็มไปหมด ศาลเจ้าฟูชิมิ  อินาริ   ซึ่งถ้าหากใครเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางวันนั้นจะสามารถถ่ายรูปสวยๆของวิวทิวทัศน์สองข้างทางได้มากมายหลายรูปเลยทีเดียวแต่ถ้าหากใครที่มาคนเดียวก็อาจจะดูน่ากลัวไปหน่อยเพราะที่วัดแห่งนี้นั้นค่อนข้างที่จะเงียบเหงาและวังเวงเป็นอย่างมาก

            และถ้าหากมาช่วงเวลากลางคืนแล้วเราก็จะน่ากลัวเป็นอย่างมากเลยทีเดียวโดยที่ งศาลเจ้าฟูชิมิ  อินาริ  แห่งนี้นั้นได้มีการเล่าถึงตำนานความน่ากลัวของที่ศาลเจ้าแห่งนี้โดยระบุว่าหากใครที่เดินทางมาเคารพสักการะที่ งศาลเจ้าฟูชิมิ  อินาริ  แห่งนี้ มีกฎห้ามอยู่ข้อหนึ่งนั่นก็คือห้ามมองไปที่ดวงตาของรูปปั้นเทพเจ้าจิ้งจอกอย่างเด็ดขาดเพราะถ้าหากใครมองเข้าไปในดวงตาของเทพเจ้าจิ้งจอกแล้วแล้วก็มันจะเหมือนกับเป็นการลบหลู่

            ซึ่งผลที่ตามมาก็คือคุณจะไม่สามารถเดินทางออกมาจากงศาลเจ้าฟูชิมิ  อินาริ  ได้อีกเลยหรือถ้าหากใครที่สามารถจะออกมาจากงศาลเจ้าฟูชิมิ  อินาริ แห่งนี้ได้พวกเขาเหล่านั้นก็จะลืมเรื่องราวในช่วงเวลาที่เขาหายตัวไปพวกเขาจะจำไม่ได้ว่าเหตุการณ์ในช่วงที่เขาหายตัวไปนั้นเขาไปเจอเรื่องราวอะไรมาบ้าง

          อย่างไรก็ตามเรื่องราวนี้เป็นเพียงแค่ตำนานความเชื่อเพียงเท่านั้นซึ่งถ้าตามหลักทางวิทยาศาสตร์และอาจจะมองได้ว่าเนื่องจากระยะทางในการเดินทางไปที่งศาลเจ้าฟูชิมิ  อินาริ  แห่งนี้ค่อนข้างไกลพอสมควรและตลอดสองข้างทางก็เป็นป่าไม้ทำให้ถ้าหากคนที่ไม่ชำนาญทางแล้วแวะเที่ยวตลอดสองข้างทางก็อาจจะทำให้หลงป่าได้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  ufabetฝ่ายบริการ