หมวดหมู่: ประวัติและตำนาน

วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

    วัดมหาธาตุ  ขึ้นชื่อว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเชื่อว่าหลายคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่า  จังหวัดนี้นับได้ว่าเป็นจังหวัดที่เก่าแก่อายุหลายร้อยปีมาแล้วและสิ่งก่อสร้างภายในจังหวัดแห่งนี้ส่วนใหญ่ถ้าเกิดเป็นหวัดนั้นก็มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปีเช่นเดียวกันซึ่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้นเป็นสถานที่ที่มีโบราณสถานเยอะแยะเป็นอันดับต้นๆของประเทศไทยเลยก็ว่าได้

       สำหรับวัดมหาธาตุที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้นถือได้ว่าเป็นโบราณสถานอีกแห่งหนึ่งที่คนไทยนั้นควรจะศึกษาข้อมูลประวัติความเป็นมาของวัดแห่งนี้เอาไว้

เพราะถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่และมีความโดดเด่นที่สำคัญวัดแห่งนี้นั้นเป็นที่รู้จักกันดีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเนื่องจากว่าวัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงอีกวัดหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเรื่องความเก่าแก่และเรื่องของความประหลาดของสิ่งก่อสร้างที่อยู่ภายในวัด

      สำหรับสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวสนใจมาเที่ยวชมความสวยงามของวัดมหาธาตุแห่งนี้ทั้งๆที่ก็มีอายุมากกว่า 100 ปีแล้วนั่นก็คือการที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งว่ากันว่าเป็นต้นโพธิ์ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติรากของต้นโพธิ์นั้นปกคลุมเศียรของพระพุทธรูปขนาดใหญ่เอาไว้เป็นภาพที่สวยงามและเป็นภาพที่แปลกตาเป็นอย่างมาก

เพราะเราไม่ค่อยคุ้นชินหรือเคยเห็นการที่รากของต้นไม้นั้นจะมีการขึ้นพันรอบของพระพุทธรูปโดยเฉพาะบริเวณแค่เศียรของพระพุทธรูปซึ่งพระพุทธรูปที่อยู่ภายในวัดมหาธาตุแล้วมีรากของต้นโพธิ์ขึ้นพันรอบนั้นเป็นพระพุทธรูปหินทราย 

        อย่างไรก็ตามมีการสันนิษฐานกันว่าในช่วงแรกๆที่มีการสร้างวัดแห่งนี้เอาไว้นั้นพระพุทธรูปน่าจะเป็นพระพุทธรูปที่ถูกสร้างแบบเต็มตัวอาจจะเป็นพระพุทธรูปนั่งปางสมาธิแต่เนื่องจากว่าในช่วงสมัยโบราณนั้นอยุธยามักเกิดสงครามเป็นประจำทำให้องค์พระพุทธรูปนั้นอาจจะถูกทำลายไป

เหลือเพียงแค่ในส่วนที่เป็นพระเศียรเท่านั้นและถูกนำมาวางทิ้งไว้ใต้ต้นโพธิ์ซึ่งเมื่อกาลเวลาผ่านไปราดต้นโพธิ์ก็มีการขึ้นมาเยอะๆเรื่อยๆทำให้มาพันปกคลุมศียรของพระพุทธรูปนั่นเอง 

        อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าปัจจุบันวัดมหาธาตุนั้นจะเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพังสถานที่ต่างๆนั้นอาจจะเสื่อมโทรมและผุพังไปตามกาลเวลาเนื่องจากว่าวัดแห่งนี้เก่าแก่มากแล้วแต่ก็ยังสามารถทำให้เราเห็นเกี่ยวกับเรื่องของความสวยงามในสมัยอดีตรวมถึงขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลของวัดแห่งนี้ได้เช่นเดียวกัน  www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ   ซึ่งวัดแห่งนี้นั้นนับได้ว่าเป็นมรดกของไทยที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์เอาไว้ให้ชนรุ่นหลังได้เห็นและให้ความสำคัญกับสถานที่แห่งนี้ 

         สำหรับที่วัดมหาธาตุแห่งนี้ปัจจุบันนอกจากบรรดานักท่องเที่ยวที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องของโบราณสถานความเก่าแก่ของสถานที่แล้วยังมีนักศึกษาและคณะครูบาอาจารย์รวมถึงพวกกรมศิลปากรต่างๆก็มักจะเดินทางมาที่วัดมหาธาตุแห่งนี้เพื่อมาศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของประวัติความเป็นมาและวัฒนธรรมต่างๆของวัดไทยในสมัยโบราณนั่นเอง

พระราชประวัติพระเจ้าเสือ ขุนหลวงสรศักดิ์ ในสมัยอยุธยา

บันทึกของบาทหลวงเดอร์แบส ขุนหลวงสรศักดิ์ โดยบาทหลวงเดอร์แบสนี้เขาเป็นคนที่สนิทกับคออนสแตนติน ฟอนคอน เป็นอย่างมาก ซึ่งเขาได้เขียนกับสมัยที่ยังเป็นหลวงสรศักดิ์ไว้ว่า หลังจากที่คอนสแตนติน ฟอนคอนโดนประหารโหด หลวงสรศักดิ์ก็พยายามตามจีบตองกีมาร์ (มารี กีมาร์) จะเอาทำเมียเสียให้ได้

พอนางตองกีมาร์ไม่ยอมก็สั่งให้จับเข้าคุกทีนี้ในเรื่องของความเป็นคนเจ้าชู้ของ พระเจ้าเสือเนี่ย

มีปรากฏแม้กระทั่งในตำนาน ของวัดซึ่งได้เล่าเอาไว้ว่าสมพาลที่เป็นพระอาจารย์ของพระเจ้าเสือ ถึงขนาดที่ว่าหนีออกจากอยุธยา ไปอยู่ที่วักเขาบันไดอิฐที่เพชรบุรี

 เพราะว่าเคยเตือนพระเจ้าเสือหลายครั้ง หลายหนแล้วว่า การเป้นคนมีวิชาอาคมเนี่ย ไม่ควรที่จะไปผิดลูกผิดเมียของชาวบ้านเขา พอพระเจ้าเสือรู้ว่าพระอาจารย์ ของตัวเองหนีไปเนี่ย ก็ถึงกลับต้องลงเรือ เพื่อที่จะตามไปขอร้องให้พระอาจารย์ กลับมาอยู่ที่อยุธยาด้วยกัน

แต่เมื่อเห็นว่าพยายามขอร้อง พระอาจารย์เท่าไหร่ ก็คงจะไม่เป็นผลเป็นแน่แท้ ในที่สุดพระเจ้าเสือจึงได้ตัดสินพระทัย พระราชทานเรือที่มีประทุนไว้ เพื่อให้พระอาจารย์ได้ใช้สอย ปัจจุบันเรือลำนี้ ก็ยังถูกเก็บเอาไว้ในถ้ำ ของวัดเขาบันไดอิฐที่จังหวัดเพชรบุรีนั่นเอง

 หลักฐานบางแหล่งก็ได้พูดถึงพระเจ้าเสือ ในลักษณะที่เป็นปกติธรรมดา ของพระมหากษัตริย์ทั่วไป โดยเฉพาะในเรื่องที่พระเจ้าเสือเป็นพระมหากษัตริย์ ที่หมั่นทะนุบํารุงพระพุทธศาสนามาก ทั้งการบูรณะวัด ทั้งการสร้างเจดีย์ วิหาร เอาไว้มากมาย ทั้งการปฏิสังขรณ์พระมณฑป ที่ครอบลอยพระพุทธบาทที่สระบุรี

 ทั้งการสร้างวิหารพระมงคลบพิตร ที่กรุงศรีอยุธยา และก็สร้างวัดโพทธิ์ประทับช้าง ที่เมืองพิจิตร แล้วก็ยังมีอีกเยอะมากมาย ส่วนในเอกสารคำให้การชาวกรุงเก่า ซึ่งเป็นบันทึก ความทรงจำของเชลย อยุทธยาที่โดนกวาดต้อนไปอังวะ ที่ในคราวเสียกรุงครั้งที่สอง รวมถึงคำให้การของขุนหลวงหาวัด แม้จะมีการบอกว่าพระเจ้าเสือเป็นคนเจ้าชู้ แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะให้ภาพพระเจ้าเสือไว้ในทางบวก เช่นบอกว่า พระเจ้าเสือเคยปลอมตัว ไปตรวจตาทุกข์สุขของประชาชน

 ทำให้ประชาชนอยู่ร่มเย็นเป็นสุข เป็นต้น และข้อมูลที่ยกมาทั้งหมดนี้ก้เป็นแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่ง ต้องขอบอกว่าเป็นเพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้น ที่เป้นการบันทึกทางประวัติศาสตร์ของพระเจ้าเสือ โดยจะมีการพูดถึงในเรื่องที่ดีและทางด้านที่ร้าย

 เพื่อที่จะให้ทุกท่านนั้นได้เห็น ความหลากหลายทั้งข้อมูล ทางประวัติศาสตร์นะคะ  ufabet เว็บหลัก   ซึ่งเราขอสรุปสุดท้ายตรงนี้ โดยพระเจ้าเสือทรงพระประชวนขณะเสร็จไปสมโภชพระพุทธบาทที่สระบุรี จากนั้นก็เสร็จกลับมาพัก รักษาพระองค์อยู่ที่กรุงศรีอยุธยา ก่อนที่จะสวรรคต ในพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ เมื่อปีพุทธศักราช 2251ขณะพระชนมายุ 47 พรรษา รวมเวลาครองราชย์สมบัติ 5 ปี

วัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ 

    วัดอุโมงค์  ที่บริเวณถนนสุเทพจังหวัดเชียงใหม่มีวัดเก่าแก่วัดหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยพระยามังรายโดยมีการระบุว่าวัดแห่งนี้นั้นสร้างขึ้นมาช่วงประมาณราว ปีพ.ศ. 1839 ซึ่งวัดดังกล่าวนั้นนับได้ว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่และมีความโบราณมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนาน

โดยวัดดังกล่าวนั้นมีชื่อเรียกว่าวัดอุโมงค์ซึ่งวัดแห่งนี้ปัจจุบันกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่เลยทีเดียว 

      สำหรับวัดแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาว่าตอนที่สร้างขึ้นมานั้นความต้องการในการสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาก็เพื่อที่ต้องการให้ฝ่ายอรัญวาสีจำพรรษา  โดยอยากจะให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีความเงียบสงบเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอย่างไรก็ตามต่อมาในช่วงของสมัยพระยากือนานั้น

พระองค์ได้มีการส่งสั่งให้มีการสร้างอุโมงค์ขึ้นมา 1 แห่งภายในอาณาเขตพื้นที่บริเวณวัดดังกล่าวด้วยความตั้งใจในการสร้างอุโมงค์แห่งนี้ขึ้นมานั้นก็เพื่อที่จะให้อุโมงค์แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีความเงียบสงบเหมาะกับการนั่งวิปัสสนากรรมฐานโดยถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้พระมหาเถรจันทร์ใช้เป็นสถานที่นั่งสมาธินั่นเอง  

         อย่างไรก็ตามอุโมงค์แห่งนี้ว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นมาในช่วงประมาณปีพศ. 1900 ถึง 2,000 ลักษณะของการก่อสร้างนั้นเป็นลักษณะของการสร้างกำแพงขึ้นมามีความสูงพอที่จะให้คนสามารถเดินทะลุผ่านช่องดังกล่าวนั้นได้โดยมีการสร้างเอาไว้หลายช่องทางและแต่ละช่องนั้นก็สามารถที่จะเดินทะลุหากันภายในอุโมงค์นั้นก็ได้มีการวาดจิตรกรรมฝาผนังเอาไว้ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นภาพสัตว์ชนิดต่างๆเช่นนกกระสาหรือแม้แต่นกเป็ดน้ำรวมถึงนกยูงและนกแก้วนอกจากนี้ยังมีดอกไม้บางชนิดเช่นดอกบัวตั๋นและดอกบัวเป็นต้น 

        นอกจากนี้ถ้าจะสังเกตให้ดีจะเห็นได้ว่าด้านบนของอุโมงค์นั้นได้มีการสร้างเจดีย์เอาไว้ซึ่งเจดีย์นี้ก็เป็นเจดีย์ที่มีการสร้างเอาไว้นานแล้วเช่นเดียวกันเป็นเจดีย์ที่มีการสร้างตั้งแต่ในสมัยล้านนามีอายุเก่าแก่มากถึงขนาดที่นักโบราณคดีเคยมาสำรวจลักษณะของการก่อสร้างและได้มีการสันนิษฐานเอาไว้ว่าเจดีย์แห่งนี้ที่มีการสร้างขึ้นนั้นน่าจะสร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว

          ลักษณะของตัวเจดีย์นั้นจะเป็นเจดีย์ทรงกลมโดยมีการสร้างเอาไว้ทั้งหมด 3 ชั้นด้วยกันแต่ละชั้นนั้นจะมีการสร้างซ้อนกันเอาไว้หากมองดูจะคล้ายกับว่าเจดีย์ดังกล่าวนั้นมีสร้างเหมือนเกือบกลีบบัวที่มีการซ้อนกันซึ่งด้านบนเจดีย์นั้นจะเป็นทรงระฆังและปลายยอดของเจดีย์นั้นจะมีเสียงของพระพุทธรูปมีการแกะสลักเอาไว้โดยมีการระบุว่าช่างที่แกะสลักพระพุทธรูปด้านบนตรียอดของเจดีย์นั้นก็คือช่างที่ชื่อว่าช่างพะเยานั่นเองนอกจากนี้ยังมีการแกะสลักปีพศในการสร้างเอาไว้ด้วยถูกระบุว่ามีการสร้างช่วงประมาณปีพศ. 1950 ถึง 2100 

 

สนับสนุนโดย.    ยูฟ่าสล็อตเว็บตรง

ประวัติความเป็นมานิทานเรื่องขุนช้างขุนแผน

         ขุนช้างขุนแผน เชื่อว่าหลายคนที่เคยมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดสุพรรณบุรีและได้มีการเดินทางไปกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดสุพรรณบุรีคงจะเคยมีโอกาสเดินทางไปที่วัดป่าเลไลย์ซึ่งที่วัดดังกล่าวนั้นหลายคนคงจะมีโอกาสได้เห็นเรือนไม้ทรงไทยโบราณหลังหนึ่งซึ่งเป็นเรือนของขุนช้างที่เรามักจะได้ยินในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน

     อย่างไรก็ตามบางคนสงสัยว่านิทานเรื่องขุนช้างขุนแผนนั้นเป็นเพียงแค่นิทานที่เล่าต่อๆกันมาหรือว่าแท้ที่จริงแล้วนิทานเรื่องขุนช้างขุนแผนนั้นเป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นในสมัยอดีตกันแน่

ซึ่งวันนี้เราจะมาหาคำตอบกันเกี่ยวกับเรื่องของประวัติความเป็นมาของนิทานเรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นวรรณคดีของสุนทรภู่ซึ่งเป็นกวีเอกที่มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่ในอดีตจนมาจนถึงยุคปัจจุบันให้ทราบกัน

            สำหรับนิทานเรื่องขุนช้างขุนแผนนั้นถือได้ว่าเป็นนิทานพื้นบ้านของไทยที่มีมาตั้งแต่ยาวนานมีการนำสร้างมาเป็นภาพยนตร์รวมถึงเป็นละครนอกจากนี้ยังมีการพูดถึงเรื่องขุนช้างขุนแผนกันเป็นอย่างมากโดยตั้งแต่ในสมัยยุคปู่ย่าตายายก็มีการพูดและเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผนกันมาแล้ว

โดยชาวบ้านในจังหวัดสุพรรณบุรีต่างก็เชื่อกันว่าเรื่องของขุนช้างขุนแผนนั้นไม่ใช่เพียงแค่เป็นนิทานที่เล่าเพื่อความสนุกสนานต่อๆกันมาเพียงเท่านั้นแต่มันคือเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นเรื่องราวของเพื่อนในสมัยเด็ก 3 คนที่เล่นด้วยกันและเมื่อโตขึ้นก็เกิดการแย่งหญิงสาวคนเดียวกันซึ่งเรื่องนี้มีปรากฏอยู่ในหนังสือชาวกรุงเก่า

       อย่างไรก็ตามรายละเอียดที่ปรากฏในหนังสือนั้นอาจจะไม่ตรงกับในนิทานที่เราได้ดูจากทีวีหรือได้ฟังอย่างในปัจจุบันมากนักเพราะมีการดัดแปลงต่อเติมเพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อให้ความสนุกสนานแต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของขุนช้างขุนแผนนั้นเป็นการใช้ชีวิตของคนในสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งจะเห็นได้จากว่ามีการนำประเพณีวัฒนธรรมต่างๆมาระบุเอาไว้ในนิทานเรื่องขุนช้างขุนแผนให้เรามองเห็นการใช้ชีวิตของคนในสมัยนั้นได้อย่างชัดเจน

            ดังนั้นเรื่องนี้จึงมีการยืนยันมาว่าเป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นในสมัยโบราณ  ufabetcn  เพียงแต่ว่าตัวละครนั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงชื่อไปอย่างไรก็ตามเรื่องขุนช้างขุนแผนค่อนข้างได้รับความนิยมจากผู้คนเป็นจำนวนมากตั้งแต่ในยุคสมัยโบราณแล้วซึ่งในสมัยของรัชกาลที่ 2 เอง

พระองค์ก็ได้มีการทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีขึ้นมามีการแต่งโคลงให้มีความสอดคล้องกับเรื่องของขุนช้างขุนแผนเพียงแต่ว่ามีการนำเอาช่วงเวลาเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 มารวมอยู่ในโครงเรื่องของขุนช้างขุนแผนด้วย

            ทำให้เนื้อเรื่องที่แท้จริงนั้นเราไม่ทราบว่าเป็นมาอย่างไรบ้างแต่ขุนช้างขุนแผนในยุคปัจจุบันที่เราเห็นกันอยู่ในบทละครนี้คือเรื่องที่มีการแต่งเติมขึ้นมาหลายต่อหลายครั้งแล้วนั่นเองอย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานแล้วแต่ในยุคปัจจุบันนี้เรื่องนี้ก็ยังคงมีคนพูดถึงอยู่ตลอดนั่นเอง

ประวัติประธานาธิบดีคนแรกของโลก 

 

       ประธานาธิบดีเป็นตำแหน่งของผู้นำสูงสุดของประเทศซึ่งมีหลายประเทศนั้นมีการปกครองในรูปแบบของประธานาธิบดีโดยตำแหน่งนี้นั้นเป็นตำแหน่งที่อยู่สูง  ประวัติประธานาธิบดี  แต่ก็ต้องมีผลงานที่โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่รู้จักของคนในประเทศสามารถปกป้องคุ้มครองคนในประเทศและประเทศชาติได้  

      ถ้าหากถามถึงชื่อประธานาธิบดีของแต่ละประเทศในปัจจุบันนั้นเชื่อว่าหลายคนคงสามารถบอกชื่อได้ว่าแต่ละประเทศนั้นมีประธานาธิบดีชื่ออะไรบ้างซึ่งถ้าหากว่าบางคนไม่ทราบก็สามารถค้นหาจาก Google ได้เช่นเดียวกัน

แต่คุณรู้หรือไม่ว่าประธานาธิบดีคนแรกของโลกนั้นคือใครและเกิดขึ้นในช่วงสมัยหรือยุคใดและประธานาธิบดีคนแรกของโลกนั้นเกิดขึ้นที่ประเทศอะไรซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเกี่ยวกับประธานาธิบดีคนแรกของโลกให้ทราบรายละเอียดกัน 

  สำหรับประธานาธิบดีคนแรกของโลกนั้นเกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาหากพูดถึงประธานาธิบดีคนแรกของโลกก็จะเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกันและประธานาธิบดีคนแรกของโลกที่เรากำลังพูดถึงอยู่นั่นก็คือนายพลจอร์จวอชิงตันนั่นเอง 

ซึ่งเมื่อพูดถึงชื่อนายพลจอร์จวอชิงตันบอกได้เลยว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถเป็นอย่างมากเขามีความเก่งทางด้านบนและหมุนมากเลยทีเดียวนอกจากนี้เขามีการบริหารการจัดการประเทศได้เป็นอย่างดีเป็นผู้นำทั้งทางด้านทหารและการเมืองมีความเก่งกล้าหาญและมีความเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งมีความเป็นผู้นำอย่างชัดเจน

       สำหรับ จอร์จ  วอชิงตัน  นั้นเขาเป็น บุคคลทีมีความสำคัญในประวัติศาสตร์  เป็นเจ้าของวรรณศิลป์ เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกอย่างการปฏิบัติที่เป็นธรรมคือเสาค้ำที่มั่นคงของรัฐบาล    ก่อนที่  จอร์จ  วอชิงตัน    จะมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเขาเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพภาคพื้นทวีปเป็นผู้นำการปฏิวัติครั้งสำคัญในการขับไล่กองทัพอังกฤษออกจากบอสตันในปี 1775 ถึง 1783 อิสรภาพครั้งใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา

       ภายหลังการปฏิวัตินั้นสำเร็จ จอร์จ  วอชิงตัน   ก็ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกาในปี 1789 ถึง 1797 และเป็นประธานาธิบดีคนแรกของโลกในช่วงเวลาที่จอดได้ดำรงตำแหน่งผลงานสำคัญอย่างหนึ่งเราก็คือการสร้างเสรีภาพให้เกิดขึ้นในสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งอเมริกาขึ้นครั้งแรกในปี 1789 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกและเก่าแก่ที่สุดในโลก 

  ในช่วงที่  จอร์จ  วอชิงตัน   ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศเป็นประธานาธิบดีที่ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศไทยเขาวางตัวเป็นกลางเสมอเมื่อมีสงครามเกิดขึ้นเขาไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่จะเป็นการในช่วงสงครามโดยเขาให้เหตุผลว่าประเทศของเขานั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปร่วมสงครามกับทุกสงครามที่มีเกิดขึ้น

เพราะเขาตระหนักดีว่าทรัพยากรของประเทศนั้นควรที่จะต้องมีการเก็บรักษาเอาไว้ให้กับประชาชนประชาชนของประเทศเขาควรจะได้อยู่ดีกินดีและนำทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศนั้นมาพัฒนาประเทศแทนที่จะเอาไปใช้ในการสู้รบในสงครามนั้นเอง

        ด้วยคุณงามความดีของจอร์จวอชิงตันทำให้ผู้คนนั้นต่างก็พากันนับถือไม่ว่าจะเป็นพวกนักการเมืองหรือแม้แต่ทหารก็ตามทำให้เขามีอนุสรณ์สถานไว้อยู่ที่กรุงวอชิงตันดีซีเป็นรูปแกะสลักรูปใบหน้าของเขานั่นเอง    

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ทางเข้าเล่น

ประวัติ พระเจ้าอโศกมหาราช

      พระเจ้าอโศกมหาราช เชื่อว่าหากพูดถึงบุคคลสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา บุคคลที่ทุกคนรู้จักมากที่สุดคนหนึ่งคงหนี้ไม่พ้น พระเจ้าอโศกมหาราช เพราะท่านเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก 

       สำหรับประวัติของพระเจ้าอโศกมหาราช นั้น ท่านเกิด ณ  พระราชวังเมืองปาฏลีบุตรซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ  โดยแค้วนดังกล่าวนั้นอยู่ในช่วงสมัยราชวงศ์โมริยะมีพระมารดาคือพระนางจามเทวีมีพระบิดาคือพระเจ้าพิมพิสารโดยพระองค์เป็นพระราชโอรสองค์หนึ่งในจำนวน 101 พระองค์ของพระเจ้าพิมพิสาร

       พระเจ้าอโศกมหาราชถือเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อโลกอย่างมากโดยเฉพาะในทางพระพุทธศาสนาตลอดระยะเวลาแห่งการครองราชย์โดยมีการเปลี่ยนแปลงในชมพูทวีปครั้งยิ่งใหญ่การเปลี่ยนแปลงมากมายนั้นเกิดขึ้นเมื่อพระองค์นับถือพุทธศาสนาเป็นศาสนาของพระองค์เมื่อเป็นดังนั้นแล้วประชาชนโดยทั่วไปจึงหันมาศึกษาและนับถือศาสนาด้วยเป็นจำนวนมากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมก็ได้รับการฟื้นฟูรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้ง คุณความดีของพระเจ้าอโศกมหาราชนั้นมีมากมาย 

      พระองค์ได้เป็นประธานอุปถัมภ์ให้พระสงฆ์ทำการสังคายนาครั้งที่ 3 จนแล้วเสร็จนอกจากนี้พระเจ้าอโศกมหาราชอย่างนิมนต์ให้พระสงฆ์ออกเดินทางไปประกาศศาสนาในราชอาณาจักรต่างๆถึง 9 สายด้วยกันจนหลายๆประเทศหันมานับถือพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมากหนึ่งในนั้นก็คือประเทศไทยในช่วงยุคสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราชถือได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองแห่งพุทธศาสนาของแคว้นอย่างแท้จริง

    พระองค์ทรงประกอบพระราชสำนัก อย่างมากมายเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาทั้งการสร้างวัดซึ่งสมัยนั้นเรียกว่าวิหารพระองค์ทรงสร้างวัดน้อยใหญ่ขึ้นแทบทุกพื้นที่ทั้งในเมืองหลวงปาฏลีบุตรอย่างวัดอโศการามและตามรอบนอกหัวเมืองต่างๆซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าพระองค์ทรงสร้างวัดทั้งสิ้นกว่า 84000 วัดเพื่อประสงค์ให้เทียบเท่าคำสอน 84000 พระธรรมขันธ์ของพระพุทธเจ้า

       นอกจากนี้พระเจ้าอโศกมหาราชทรงส่งเสริมพุทธศาสนาโดยการรวบรวมพระบรมสารีริกธาตุจากหัวเมืองต่างๆที่เคยมีการบรรจุไว้แล้วขึ้นอีกครั้ง ครั้งแล้วยังส่งสั่งให้ก่อสร้างเสาหินประดับด้วยรูปสัตว์  อธิ  ช้าง   ม้า   วัว   สิงโต   ไว้บนยอดเสาตามเมืองต่างๆเพื่อยืนยันว่าสถานที่ที่มีเสาเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าและพุทธศาสนาในแผ่นดินของพระองค์อีกด้วย

       จนเมื่อปลายราชวงศ์ของพระองค์แล้วนั้นพระพุทธศาสนาที่เคยเจริญก็เริ่มเสื่อมลงอีกครั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่พระพุทธศาสนาสูญหายในอินเดียไปกว่าพันปีจนท้ายที่สุดเมื่อนายพลอังกฤษอเล็กซานเดอร์คันนิ่งแฮมนำพาคณะโบราณคดีเข้ามาขุดค้นพุทธสถานจึงทำให้พระพุทธศาสนากลับคืนสู่สายตาชาวพุทธทั้งในอินเดียและต่างประเทศอีกครั้งนั้นก็คือผลแห่งพระราชศรัทธาของพระเจ้าอโศกมหาราชที่พระองค์ ทรงสร้างวัดเอาไว้มากมายถึงแปดหมื่นสี่พันแห่งนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  gclubฟรี500

ผ้าไหมไทย : มาดูประวัติของผ้าไหมไทยกันเถอะ

ผ้าไหมไทย

ผ้าไหมไทย    เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักไหมกันเป็นอย่างดีเพราะมันคือเส้นใหญ่ที่ถูกนำมาจากตัวไหมหรือตัวหนอนก่อนที่มันจะกลายเป็นผีเสื้อนั่นเองซึ่งเส้นใยนี้จะมีความคงทนแข็งแรงเหนียวและมันวาวและนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงมักนิยมนำเส้นใหม่นี้มาใช้ในการทอเป็นผืนผ้า

       เส้นไหมหนึ่งในเส้นใหญ่จากธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์คาดว่าถือกำเนิดมาตั้งแต่ 60 ปีก่อนมีหลักฐานการค้นพบดังไหมผ่าครึ่งในพื้นที่วัฒนธรรมอย่างเฉาเหว่ยเจี้ยนมณฑลส่านซีชาวจีนรู้จักที่จะนำเส้นไหมที่ได้จากตัวใหม่มาถักทอทั้งในรูปของพื้นผ้าอุปกรณ์ตกปลาเครื่องเขียนและเครื่องดนตรีในสมัยราชวงศ์ฮั่นเส้นใหม่สงวนไว้ใช้กับฮ่องเต้และในหมู่ชนชั้นสูงเท่านั้น

      ต่อมาได้กลายเป็นของมีค่าเป็นรางวัลที่มอบให้กับขุนนางที่ทำความดีความชอบและกลายมาเป็นสินค้าที่นานาชาติยอมที่จะนำทองคำมาแลกเปลี่ยน และมีการสร้างเส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นเส้นทางทางการค้าที่สำคัญ การส่งผ่านเส้นไหมก็ยังอาหรับและตะวันตกตลอดจนมีการถ่ายทอดความรู้ในการผลิตเส้นไหมในดินแดนต่างๆของทวีปเอเชียในเวลาต่อมา 

        สำหรับต่างโบราณนั้นมีการระบุว่าคนที่ค้นพบหนอนไหมเป็นคนแรกและนำหนอนไหมมาริเริ่มในการทอเป็นผ้าไหมนั่นก็คือพระมเหสีของพระเจ้าจึงตีนั้นเองด้วยว่ากันว่าพระนางองค์นี้นั้นได้ไปเจอหนอนไหมเข้าบังเอิญหลังจากนั้นจึงได้มีการนำใยไหมมาใช้ในการทอผ้าไหมและได้มีการเผยแพร่ออกไปในอาณาจักรใกล้เคียงซึ่งพระมเหสีของพระเจ้าอื่นที่นั้นก็คือพระนางง่วนฮุย นั่นเอง 

      อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าประเทศไทยนั้นจะไม่ใช่เป็นประเทศแรกที่รู้จักเส้นไหมและไม่ได้มีการผลิตผ้าไหมเป็นประเทศแรกแต่ก็ได้รับวัฒนธรรมมาเช่นเดียวกันซึ่งประเทศไทยนั้นเกี่ยวข้องกับผ้าไหมมาไม่ต่ำกว่า 3000 ปีเช่นเดียวกัน

ก็ถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่มีความเก่าแก่โบราณมากเช่นเดียวกันโดยมีการค้นพบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของผ้าไหมครั้งแรกในจังหวัดที่อยู่ในเขตภาคอีสาน ซึ่งก็คือจังหวัดอุดรธานี 

       อย่างไรก็ตามปัจจุบันการเลี้ยงไหมเพื่อทำผ้าไหมนั้นไม่ได้มีทางเฉพาะในเขตของจังหวัดในภาคอีสานเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่มีการกระจายไปในหลายจังหวัดของประเทศไทยเลยทีเดียวซึ่งการกระจายเกี่ยวกับเรื่องของการทอผ้าไหมนั้นมีมาตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรีแล้วโดยสามารถตรวจสอบหลักฐานต่างๆเหล่านี้ได้จากมีการบันทึกเอาไว้ในพงศาวดารนั่นเอง

      ปัจจุบันผ้าไหมของไทยนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเนื่องจากว่ามีการทอออกมาและออกแบบลวดลายที่สวยงาม 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet สมัครสมาชิก

ตำนานของวันตรุษจีน และที่มาของความเชื่อเกี่ยวกับสีแดงในวันตรุษจีน 

 

      ตำนานของวันตรุษจีน  เชื่อว่าคนไทยเชื้อสายจีนหรือแม้แต่คนจีนเองไม่มีใครไม่รู้จักเทศกาลวันตรุษจีนกันอย่างแน่นอนเพราะจะมีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและเราก็จะมักจะเข้าไปศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของประวัติความเป็นมาของวันตรุษจีนว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรบ้างเกี่ยวกับความเชื่อของเทศกาลวันตรุษจีน

ว่าข้าวของที่ถูกนำมาไหว้นั้นหรือข้าวของที่นำมาประดับประดาตกแต่งในเทศกาลวันตรุษจีนนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของประวัติความเป็นมาของวันตรุษจีนและที่มาของความเชื่อของสีแดงในเทศกาลวันตรุษจีน 

        สำหรับวันตรุษจีนนั้นมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับปีศาจตนหนึ่งซึ่งปีศาจตนนี้มีชื่อว่าเหนียน ซึ่งทุกท่านค่ะวันนั้นได้มีการสั่งลงโทษเอาไว้แต่จะมีข้อยกเว้นให้ว่าใน 1 ปีนั้นจะมีวันหนึ่งที่ไม่ต้องถูกลงโทษ ซึ่งวันดังกล่าวนั้นจะทำให้เป็นวันที่คำสาปนั้นหมดฤทธิ์ ทำให้คำสาปจะคลายลงในวันสิ้นปีของจีนซึ่งก็คือวันก่อนตรุษจีน 1 วัน

        และในวันนั้นเองปีศาจเหนียน ก็จะออกมาทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางหน้าเช่นพืชผล  สัตว์เลี้ยง  บ้านเรือนและมนุษย์  ดังนั้นชาวบ้านทั้งหมดในหมู่บ้านก็จะอพยพไปหลบอยู่ในป่าเขาเพื่อรอให้ผ่านพ้นวันนั้นไปก่อนแล้วจึงกลับออกมา  จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีชายชรา ผมขาวเดินทางเข้ามาในหมู่บ้านและอาสาที่จะกำจัดปีศาจร้ายตัวนี้แม้ว่าชาวบ้านจะเตือนเขาแล้วแต่เขาก็ไม่ฟังแล้ว 

       และเมื่อปีศาจ เหนียน ออกมาในหมู่บ้านเพื่อที่จะทำลายข้าวของและจับมนุษย์ กินเป็นอาหาร ชายชราผมขาวก็เริ่มจุดประทัดเสียงดังปีศาจมองเห็นประทัดก็ตกใจและหวาดกลัวไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้  ด้วยสีแดงของไฟและเสียงระเบิดของประทัดที่ดังกึกก้องตอนนั้นเองประตูก็เปิดออกชายชราที่สวมเสื้อผ้าสีแดงสดก็หัวเราะเสียงดังออกมาทำให้เหนียนตกใจและหนีไปด้วยความหวาดกลัว

       ในวันต่อมาเมื่อเหล่าบรรดาชาวบ้าน ได้เดินทางกลับมายังหมู่บ้านพวกเขาก็ต้องประหลาดใจ  ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้ ที่พบว่าบ้านเรือนและข้าวของทุกอย่างปลอดภัยไม่ได้ถูกแตะต้องใดใด เลยและสุดท้ายทุกอย่างก็ชัดเจนว่าชายชราคนนั้นก็คือเง็กเซียนฮ่องเต้และชราก็บอกเคล็ดลับในการปราบปีศาจเหนียนที่ง่ายดาย 3 อย่างนั้นก็คือสีแดง  แสงไฟส่องสว่างและเสียงที่ดังกึกก้องเหมือนประทัดนั่นเอง

       ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านจึงนิยมจุดประทัด ทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้าสีแดง  และใช้โคมไฟของต่างๆให้เป็นสีแดง รวมไปถึงเปิดไฟให้แสงสว่างตลอดช่วงเวลาวันปีใหม่หรือวันตรุษจีนนั่นเอง ซึ่งก็ถือเป็นวันเทศกาลสำคัญของชาวจีนในการเฉลิมฉลองวันแรกของปีใหม่ตลอดมา 

        นี่จึงเป็นที่มาที่ว่าสำหรับชาวจีนนั้นทำไมสีแดงถึงเป็นสีมหามงคลที่เป็นสิริมงคลของชาวจีนก็เพราะเชื่อว่าจะปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและสร้างความสุขได้นั้นเอง

Chichen Itza   ประเทศเม็กซิโก 

  Chichen Itza เป็นภาษามายาซึ่งแปลว่าต้นทางแห่งความสุขสบายของประชาชน  โดย Chichen Itza  คือ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบันนี้ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ถูกต้องตั้งอยู่บนทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเม็กซิโกเป็นแหล่งโบราณคดีที่สร้างขึ้นโดยชาวมายันซึ่งเชื่อกันว่าถ้าไม้อันนั้นได้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสรณ์ของเทพเจ้าซีเซนอิตซา 

        ลักษณะของ Chichen Itza  มีการสร้างเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมลดขั้นเป็นชั้นๆพร้อมที่เราประมาณ 6.4 ตารางกิโลเมตรเป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดที่มีชื่อว่าวิหารแห่งนักรบช่วยกันว่าวิหารแห่งนี้นั้นสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยใช้หลังจากที่มีการสร้างวิหารเก่าแห่งซักหมู่ตรงกลางสร้างเป็นประสาทเหลี่ยมทึบสูงขึ้นไป     

      ว่ากันว่าความต้องการที่จะสร้าง Chichen Itza  แห่งนี้ก็เพื่อเอาไว้ใช้เป็นสถานที่ในการทำพิธีสังเวยพุทธเจ้าโดยใช้เด็กสาวโยนลงไปถวายเทพเจ้า  ณ ที่นั้น  นอกจากนี้ในส่วนของพีระมิดแห่งเทพเจ้าครูคุณทานซึ่งถือว่าเป็นพันธมิตรแห่งสุดท้ายและเป็นพีระมิดที่กล่าวได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของอารยธรรมมายาอีกด้วย

        อัศจรรย์ใจอีกอย่างหนึ่งของภูมิภาคแห่งนี้ก็คือตัวมิดนั้นหันหน้าไปยังตำแหน่งที่เกิดปรากฏการณ์วิษณุวัฒน์หรือปรากฏการณ์ที่โลกมีเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน เรียกได้ว่ากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืนเลยทีเดียวซึ่งจะเกิดในเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านบันไดด้านทิศเหนือ

     อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้สถานที่แห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมความงดงามซึ่งในแต่ละปีนั้นจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวหลั่งไหลไปทำการเช็คอินและถ่ายรูปกันอย่างไม่ขาดสายโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคุณอยากจะเห็นChichen Itza  ที่ประมูลการตกปลาแล้วก็ให้ไปในช่วงเวลายามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังทอแสงซึ่งจะไปตกกระทบกับตัววิหารทำให้เป็นภาพที่งดงามจับตามากเลยทีเดียว

      ถ้าหากใครได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวเม็กซิโกนอกจากจะไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวหลักๆของเม็กซิโกแล้วอยากจะแนะนำให้ลองมาเช็คอินที่Chichen Itza  การบ้านนะคะเพราะถือได้ว่าที่นี่นั้นคือสถานที่ที่น่าไปมากเลยทีเดียวเพราะมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่น่าทึ่งอย่างมากถึงหลักการสร้างสิ่งต่างๆเหล่านี้ขึ้นมาให้เป็นรูปร่างแบบนี้ 

      หากใครสนใจที่จะเดินทางไปเที่ยวที่นี่สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ทุกวันซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากว่าอยากจะไปเที่ยวในช่วงฤดูกาลที่ดีที่สุดและสวยงามที่สุดนั้นแนะนำว่าควรจะ ไปในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงเนื่องจากว่าช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเป็นช่วงที่เกิดวัสดุวัดพอดีนั่นเองซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากว่าคุณเป็นผู้โชคดีในช่วงจังหวะที่คุณได้เดินทางไปเที่ยวคุณอาจจะสามารถเห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แสงพระอาทิตย์ส่งกระทบกับพีระมิดก็เป็นไปได้

 

สนับสนุนโดย.    www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

สหรัฐจะปกป้องอัฟกานิสถานจากสงครามตาลีบันได้นานแค่ไหน

สหรัฐเข้าร่วมกับสหราชอาณาจักรบุกโจมตีตาลีบันอย่างรวดเร็ว สหรัฐจะปกป้องอัฟกานิสถาน มีการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดทำลายฐานที่มั่นของตาลีบันทั่วประเทศและสุดท้ายระยะเวลาการรบแค่1เดือนเท่านั้นตาลีบันกแตกผ่านไป ขณะที่ บินลาดิน ได้หนีออกจากอัฟกานิสถานเข้าไปกบดานอยู่ที่ปากีสถานแทน

เมื่อตาลีบันแตกผ่านไปแล้วทำให้สหรัฐช่วยประครองอัฟกานิสถานให้มีรัฐบาลใหม่ขึ้นมาได้ก่อนที่จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่สำเร็จในปี2004และมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น โดยนายฮามิด คาร์ไซ ได้เป็นประธานาธิบดีของประเทศสถานะบ้านเมืองก็เดินหน้าต่อไปเมื่อสงครามยุติอัฟกานิสถานก็ทำการค้าขายประเทศก็มีรายได้มากขึ้น

รายงานในปี2004ได้ระบุว่าเศรษฐกิจโตขึ้นถึง30%หากเทียบกับปีก่อนและทิศทางก็ดูจะดีขึ้นเรื่อยๆอย่างไรก็ตามที่ตาลีบันได้แตกผ่ายไปนานแล้วก็ได้รวมตัวกันอีกครั้งเพื่อสร้างอาณาจักรของงตัวเองโดยมีจุดประสงค์ที่จะนำประเทศปกครองอิสลามรบริสุทธิ์ให้ได้

ซึ่งไม่มีรายงานว่าพวกเขานั้นสะสมอาวุธได้จากที่ไหนแต่กลุ่มตาลีบันมีอาวุธที่ครบมือมากขึ้นพร้อมมทั้งมีกระบวนการฝึกทหารอย่างเป็นรูปเป็นร่างและเมื่อได้กองกำลังที่แข็งแกร่งมากพอแล้วกลุ่มตาลีบันจึงเริ่มทำสงครามแย่งประเทศกับรัฐบาลอัฟกานิสถานตาลีบันพยายามี่จะปั่นป่วนอัฟกานิสถานอยู่เป็นระยะ

เพื่อยึดครองประเทศให้ได้แต่พวกเขานั้นก็ทำได้ยากในเมื่ออัฟกานิสถานได้มีสหรัฐที่คอยหนุนหลังอยู่ด้วยพลังอาวุธที่เหนือชั้นกว่ามากทำให้การยึดครองของตาลีบันไม่เป็นผลได้แต่ปั่นป่วนอยู่เรื่อยๆเป็นเวลานานหลายปีสำหรับประชาชนทั่วไปก็ไม่ได้ชื่นชอบตาลีบันนัก

โดยเฉพาะผู้หญิงเพราะเขารู้ว่าตาลีบันได้โอกาศปกครองประเทศสิทธิสตรีจะหายไปทันทีซึ่งได้มีการออกไปสอบถามประชาชนอัฟกานิสถานว่าเห็นด้วยกับแนวทางของตาลีบันหรือไม่ปรากฎว่ามีถึง85%ที่ไม่อยากให้กลุ่มตาลีบันขึ้นมาปกครองประเทศ

นอกจากนี้ได้มีผู้หญิงท่านนึงที่ประกอบอีพเป็นล่ามในกรุงคาบูลได้เปิดเผยว่าเรารับไม่ได้หรอกที่ตาลีบันจะกลับมาทำให้ประเทศเราพบเจอกับฝันร้ายอีกครั้งพวกเขาได้ทำให้ความทรงจำในวัยเด็กของฉันได้มีแต่เรื่องราวที่ในดูแย่ๆแต่ตาลีบบันได้ใช้กลยุทธในการต่อสู้คือเกมส์ระยะยาวพวกเขายื้อไปเรื่อยๆเก็บผสมกองกำลังทหารของตัวเองเอาไว้

เพื่อรอสักวันทางฝั่งอัฟกานิสถานอ่อนแรงเมื่อไรก็พร้อมที่จะบุกเข้าโจมตีในคราวเดียวและในที่สุดวันนั้นก็มาขึ้นเป็นเพราะประชาชนสหรัฐไม่เข้าใจว่าอเมริกาจะคอยอยู่สร้างสันติภาพในอัฟกานิสถานไปถึงไหน

ในช่วงระหว่างปี2002-2020อเมริกาได้ใช้เงินกับสงครามครั้งนี้ทั้งปกป้องคนอัฟกานิสถานและก็ต่อสู้กับตาลีบันรวมแล้วเป็นเงินกว่า815,700ดอลลาร์สหรัฐและใช้เงินสำหรับสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆที่โดนทำลายจากสงครามเป็นเงิน130,500ดอลลาร์สหรัฐรวมเงินแล้วก็946,200ดอลลาร์คิดเป็นเงินไทยประมาณ31ล้าน้ล้านบาททั้งหมดนนี้คือภาษีของคนอเมริกา

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝาก-ถอน เอง